การพูดเรื่องประโยชน์ในการลดน้ำหนักช่วยให้มารดาวัยรุ่นเลี้ยงลูกด้วยนมแม่

รศ.นพ.ภาวิน พัวพรพงษ์

??????????? ประโยชน์ของการเลี้ยงลูกด้วยนมแม่มีต่อสุขภาพมารดาและทารกในหลาย ๆ ด้าน ซึ่งประโยชน์ด้านหนึ่งของการเลี้ยงลูกด้วยนมแม่คือ การช่วยให้มารดาน้ำหนักลดลงได้ดีและมีน้ำหนักกลับสู่ในระยะก่อนการตั้งครรภ์ โดยประโยชน์ในเรื่องของการลดน้ำหนักนี้เป็นที่สนใจในมารดาที่อายุน้อยและมารดาวัยรุ่น ซึ่งจะให้ความสนใจหรือใส่ใจในเรื่องของการเปลี่ยนแปลงของรูปร่างตั้งแต่ในระยะตั้งครรภ์ ในระหว่างการคลอด และหลังคลอด ความที่มารดาอายุน้อยและสนใจในเรื่องของการลดน้ำหนักนั้น มีการศึกษาพบว่า การพูดเรื่องประโยชน์ในการลดน้ำหนักจะช่วยสนับสนุนให้มารดาวัยรุ่นเลี้ยงลูกด้วยนมแม่มากขึ้นได้1 ดังนั้น การสังเกตลักษณะของมารดาในแต่ละคนและการเลือกเน้นประโยชน์หรือข้อดีของการเลี้ยงลูกด้วยนมแม่ให้เหมาะสมหรือตรงใจกับความใส่ใจของมารดา จะช่วยสนับสนุนการเลี้ยงลูกด้วยนมแม่ให้เป็นไปด้วยดีได้

เอกสารอ้างอิง

  1. Schalla SC, Witcomb GL, Haycraft E. Body Shape and Weight Loss as Motivators for Breastfeeding Initiation and Continuation. Int J Environ Res Public Health 2017;14.

เพศของทารกอาจมีผลต่อการเลี้ยงลูกด้วยนมแม่

รศ.นพ.ภาวิน พัวพรพงษ์

??????????? พฤติกรรมต่าง ๆ ของมารดามีผลมาจากค่านิยม ความเชื่อ ขนบธรรมเนียมที่มีกันมาของคนในสังคม ไม่เว้นแม้แต่การเลี้ยงลูกด้วยนมแม่ มีการศึกษาพบว่าเพศของทารกมีผลต่อพฤติกรรมการเลี้ยงลูกด้วยนมแม่ของมารดาในประเทศอินเดีย1 และมารดาที่มีเชื้อสายของประเทศที่เคยเป็นเมืองขึ้นของสเปนในสหรัฐอเมริกา สำหรับในประเทศไทยยังขาดข้อมูลว่าเพศของทารกมีผลต่อการเลี้ยงลูกด้วยนมแม่หรือไม่ และในคนไทยที่มีเชื้อชาติที่แตกต่างกันจะมีผลต่อการเลี้ยงลูกด้วยนมแม่ไหม ความรู้ในเรื่องนี้ยังต้องการมีศึกษาเพิ่มเติมต่อไป เพื่อสร้างความเข้าใจ และทำให้บุคลากรทางการแพทย์มองเห็นถึงปัญหาที่อาจเกิดจากเพศของทารกที่แตกต่างกันหรือเชื้อชาติของมารดาจากเชื้อชาติใดที่มีผลต่อการเริ่มต้นและระยะเวลาที่เลี้ยงลูกด้วยนมแม่ได้

เอกสารอ้างอิง

  1. Shafer EF, Hawkins SS. The Impact of Sex of Child on Breastfeeding in the United States. Matern Child Health J 2017.

นมแม่ในทารกป่วยยังต้องการการสนับสนุนในทางปฏิบัติ

รศ.นพ.ภาวิน พัวพรพงษ์

??????????? การให้นมแม่ในทารกแรกเกิดที่ป่วยที่หอผู้ป่วยทารกวิกฤตเป็นสิ่งที่บุคลากรทางการแพทย์เห็นและยอมรับว่ามีโยชน์ แต่ในทางปฏิบัติยังมีปัญหาพอควร1 เริ่มตั้งแต่ การสนับสนุนในทางนโยบายของสถานพยาบาลที่จะกระตุ้นให้มีแนวทางปฏิบัติที่ช่วยให้เกิดกระบวนการการเก็บน้ำนมแม่มาจนถึงการให้นมแม่แก่ทารก ซึ่งในแต่ละกระบวนการล้วนแล้วแต่ต้องการบุคลากรที่เอาใจใส่และเข้าใจว่าเป็นหน้าที่ ร่วมกับการช่วยคิดเป็นภาระงานการพยาบาลที่จะสามารถคำนวณอัตรากำลังในการให้บริการให้ได้อย่างเหมาะสม ก็จะช่วยในด้านการให้บริการของบุคลากรทางการแพทย์ได้ นอกจากนี้ ในกรณีที่ทารกนอนอยู่นานที่หอผู้ป่วยทารกวิกฤต มารดาอาจมีความลำบากในการเดินทางมาเพื่อดูแลและให้นมลูก การจัดบริการส่งเสริมให้มารดาสามารถพักอยู่ในพื้นที่ที่สะดวกจะมาให้การดูแลทารก ช่วยโอบกอดเนื้อแนบเนื้อ เก็บและให้นมแม่ ก็จะยิ่งช่วยในการสนับสนุนการให้นมแม่ในทารกที่ป่วย ซึ่งจะช่วยให้ทารกหายจากอาการเจ็บป่วยได้เร็วขึ้นและระยะเวลาที่นอนโรงพยาบาลสั้นลง

เอกสารอ้างอิง

  1. Shattnawi KK. Healthcare Professionals’ Attitudes and Practices in Supporting and Promoting the Breastfeeding of Preterm Infants in NICUs. Adv Neonatal Care 2017.

 

จุกนมหลอกมีประโยชน์หรือไม่

รศ.นพ.ภาวิน พัวพรพงษ์

??????????? การใช้จุกนมหลอกให้ทารกแรกเกิดดูด โดยทั่วไปจะไม่แนะนำให้ใช้ เนื่องจากมีความสัมพันธ์กับการลดอัตราการเลี้ยงลูกด้วยนมแม่ได้ ซึ่งการดูดจุกนมหลอกแล้ว ไม่มีน้ำนมออกมา อาจมีผลต่อพฤติกรรมการดูดนมของทารก อย่างไรก็ตาม ในมารดาที่มีภาวะซึมเศร้า มีการศึกษาพบว่า การใช้จุกนมหลอกในทารกอาจช่วยเพิ่มอัตราการเลี้ยงลูกด้วยนมแม่ได้1 ซึ่งในกรณีนี้ ความพยายามในการอธิบายเหตุผลคือ ทารกที่ดูดจุกนมหลอก แม้ว่าไม่ได้น้ำนม แต่ทารกจะคุ้นเคยกับการดูดหรืออมจุกนม โดยอาจมีผลในมารดาที่มีภาวะซึมเศร้าที่มีโอกาสจะหยุดการเลี้ยงลูกด้วยนมแม่ก่อนระยะเวลาอันควร อย่างไรก็ตาม การศึกษาถึงคำตอบที่ชัดเจนต้องการการศึกษาเพิ่มเติมในอนาคต รวมถึงประโยชน์ในการใช้จุกนมหลอกในมารดาที่มีความเสี่ยงในการหยุดการเลี้ยงลูกด้วยนมแม่ในกรณีอื่น ๆ

เอกสารอ้างอิง

  1. Sipsma HL, Kornfeind K, Kair LR. Pacifiers and Exclusive Breastfeeding: Does Risk for Postpartum Depression Modify the Association? J Hum Lact 2017:890334417725033.

 

 

ยิ่งเริ่มให้นมลูกช้าโอกาสที่ลูกจะเสียชีวิตจะมากขึ้น

รศ.นพ.ภาวิน พัวพรพงษ์

??????????? ความใกล้ชิดหรือสายสัมพันธ์ระหว่างมารดาและทารกจะเป็นสิ่งที่ปกป้องและช่วยในการรอดชีวิตสูงขึ้น ซึ่งพบในธรรมชาติของสัตว์เลี้ยงลูกด้วยนม ซึ่งสิ่งที่จะช่วยให้เกิดความผูกพันระหว่างแม่และลูกได้ดีก็คือการเลี้ยงลูกด้วยนมแม่ที่จะสร้างความสัมพันธ์จากการสัมผัสเนื้อแนบเนื้อของทารกและมารดา การสบตา การพูดคุย และผ่านกระบวนการทางฮอร์โมนแห่งความรัก ได้แก่ ออกซิโทซิน ที่จะผ่านกลไกการออกฤทธิ์ของสารสื่อประสาทในสมอง ความสัมพันธ์และปฏิสัมพันธ์ระหว่างมารดาและทารกจะช่วยในการพัฒนาการที่ดี นอกจากนี้ แบคทีเรียที่ผิวกายและเต้านมของมารดายังช่วยกระตุ้นภูมิคุ้มกันในลำไส้ของทารกเพิ่มเติมจากแบคทีเรียในช่องคลอดที่ทารกได้รับผ่านการคลอดทางช่องคลอด ดังนั้นการเริ่มให้นมลูกเร็วก็เป็นเสมือนการเริ่มสร้างเกราะคุ้มกันทารกที่ดีและแข็งแกร่ง ดังที่พบจากข้อมูลการศึกษาที่ว่า หากให้ทารกได้เริ่มการเลี้ยงลูกด้วยนมแม่ช้ากว่าในวันแรก ทารกจะมีความเสี่ยงในการเสียชีวิตมากขึ้นกว่าการเริ่มให้การเลี้ยงลูกด้วยนมแม่ในวันแรกถึงร้อยละ 851

เอกสารอ้างอิง

  1. Smith ER, Hurt L, Chowdhury R, et al. Delayed breastfeeding initiation and infant survival: A systematic review and meta-analysis. PLoS One 2017;12:e0180722.

 

 

 

แหล่งความรู้ เกี่ยวกับสูติ-นรีเวช (Obstetrics-Gynecology)