รศ.นพ.ภาวิน พัวพรพงษ์
??????????? ลักษณะการกินนมของทารกส่วนหนึ่งขึ้นอยู่กับพฤติกรรมของมารดา โดยพฤติกรรมของมารดาก็ได้รับอิทธิพลจากเชื้อชาติ เช่นเดียวกับลักษณะการนอนของทารก ที่มารดามีค่านิยมในการจัดท่าทารกนอนต่างกัน ได้แก่ การจัดลูกให้นอนตะแคงหรือนอนหงาย ซึ่งจะมีผลต่อความปลอดภัยในการนอนของทารก1 ดังนั้น การสอบถามเชื้อชาติ ค่านิยมในการให้นมลูกและการจัดท่านอนของทารกของมารดา จึงเป็นสิ่งที่จำเป็นที่แพทย์และบุคลากรทางการแพทย์ที่มีบทบาทในการดูแลให้คำปรึกษาเรื่องการเลี้ยงลูกด้วยนมแม่และช่วยแนะนำพฤติกรรมในการจัดการนอนของทารกให้เหมาะสมที่จะลดความเสี่ยงจากการนอนในลักษณะที่ไม่ปลอดภัย สร้างความเข้าใจที่จะช่วยให้การส่งเสริมการเลี้ยงลูกด้วยนมแม่ให้ประสบความสำเร็จและเป็นประโยชน์กับมารดาและทารกสูงสุด
เอกสารอ้างอิง
Parker MGK, Colson ER, Provini L, et al. Variation in Safe Sleep and Breastfeeding Practices Among Non-Hispanic Black Mothers in the US According to Birth Country. Acad Pediatr 2017.
รศ.นพ.ภาวิน พัวพรพงษ์
??????????? ประโยชน์ของการกินนมแม่นั้น มีทั้งต่อมารดาและทารก โดยมีผลดีต่อสุขภาพทั้งในระยะสั้นและระยะยาว ทารกจะมีพัฒนาการที่ดี มีความเฉลียวฉลาด และมีภูมิคุ้นกันที่จะปกป้องทารกจากการติดเชื้อหรือความเสี่ยงในการเกิดโรคที่เกี่ยวข้องกับภูมิคุ้มกัน อย่างไรก็ตาม มีการศึกษาพบว่าในทารกที่กินนมแม่นานเกินกว่าสองปี มีโอกาสพบฟันผุมากขึ้น 1 ดังนั้น ในทารกที่กินนมนานมากกว่าสองปี บุคลากรทางการแพทย์ที่ดูแลควรแนะนำให้มารดาพาลูกไปตรวจฟัน ซึ่งจะช่วยป้องกันและรักษาอาการฟันผุตั้งแต่ในระยะแรก แม้ว่าจะมีความเสี่ยงในการเกิดฟันผุเพิ่มขึ้นจากการกินนมแม่นาน แต่ก็ไม่แนะนำให้หยุดหรือเลิกนมแม่ เนื่องจากประโยชน์ของนมแม่ยังคงมีมากกว่า และยังคงให้อย่างต่อเนื่องได้ตามความต้องการของมารดาและทารก
เอกสารอ้างอิง
Peres KG, Nascimento GG, Peres MA, et al. Impact of Prolonged Breastfeeding on Dental Caries: A Population-Based Birth Cohort Study. Pediatrics 2017;140.
รศ.นพ.ภาวิน พัวพรพงษ์
??????????? ในการพัฒนาประเทศนั้น การพัฒนาคุณภาพของประชากรเป็นสิ่งที่สำคัญ ซึ่งพื้นฐานของการพัฒนาคุณภาพของคนในประเทศนั้นคือการสนับสนุน ส่งเสริม และปกป้องให้ประชากรมีสุขภาพ พัฒนาการที่ดี และมีความเฉลียวฉลาด โดยการวางแผนสิ่งเหล่านี้ต้องเริ่มต้นตั้งแต่การดูแลการตั้งครรภ์และการเริ่มต้นอาหารที่ดีและเหมาะสมที่สุดสำหรับทารก ซึ่งนั่นก็คือ ?การให้ทารกได้กินนมแม่? ในสหรัฐอเมริกาได้ให้ความสำคัญของเรื่องการลงทุนในการสนับสนุน ส่งเสริม และปกป้องนมแม่อย่างมาก โดยได้กำหนดไว้ในเป้าหมายขององค์การที่ดูแลด้านสุขภาวะของประชาชนไว้ว่า ในสตรีที่ตั้งครรภ์รายใหม่ทุกคนต้องได้รับการชี้แจงถึงประโยชน์ของนมแม่อย่างเหมาะสม และหากมารดาได้เลือกที่จะให้ลูกได้กินนมแม่ ต้องถือเป็นหน้าที่ที่จะให้การสนับสนุนให้มารดาประสบความสำเร็จในการเริ่มต้นการให้ลูกได้กินนมแม่ และคงการให้นมแม่ไปได้อย่างต่อเนื่องตามเป้าหมายที่มารดาต้องการ 1 จึงเป็นเรื่องที่น่าคิดว่า ในประเทศที่พัฒนาแล้วยังใส่ใจในเรื่องการเลี้ยงลูกด้วยนมแม่และตั้งเป้าหมายไว้อย่างชัดเจน ขณะที่ประเทศไทย ซึ่งเป็นประเทศที่กำลังพัฒนา การเลือกทำตามในสิ่งที่ดีก็เป็นสิ่งที่น่ากระทำ ดังนั้น ควรต้องมีการวางแผนและดำเนินการลงทุนในด้านจัดการสนับสนุน ส่งเสริม และปกป้องการเลี้ยงลูกด้วยนมแม่ไว้ในลำดับต้น
เอกสารอ้างอิง
Petersen R. A 2017 Update: Centers for Disease Control and Prevention’s Contributions and Investments in Breastfeeding. Breastfeed Med 2017.
รศ.นพ.ภาวิน พัวพรพงษ์
??????????? ภาวะน้ำหนักเกินและภาวะอ้วนของมารดามีผลเสียต่อการตั้งครรภ์และการเริ่มต้นการเลี้ยงลูกด้วยนมแม่ โดยจะพบว่า มารดาที่มีค่าดัชนีมวลกายสูงกว่าปกติ ได้แก่ มารดาที่มีภาวะน้ำหนักเกิน ภาวะอ้วน หรืออาจเรียกว่ามีโรคอ้วนก็ได้ จะมีความเสี่ยงต่อภาวะแทรกซ้อนต่าง ๆ ในระหว่างการตั้งครรภ์และการคลอดสูงขึ้น ซึ่งการที่มีความเสี่ยงในระหว่างการตั้งครรภ์และการคลอดก็จะเพิ่มโอกาสของการผ่าตัดคลอดเพิ่มขึ้น โดยการผ่าตัดคลอดนั้นจะมีผลเสียต่อการเริ่มต้นการเลี้ยงลูกด้วยนมแม่ มีการศึกษาถึงความสัมพันธ์ของดัชนีมวลกายของมารดาก่อนการตั้งครรภ์ในดัชนีมวลกายช่วงปกติกับช่วงที่มีภาวะน้ำหนักเกิน ช่วงที่มีภาวะอ้วน จนถึงช่วงที่มีภาวะอ้วนขั้นรุนแรงกับการเริ่มการเลี้ยงลูกด้วยนมแม่พบว่า ยิ่งมารดามีน้ำหนักเกินมากขึ้นหรืออ้วนเพิ่มขึ้นมากเท่าใด ยิ่งมีผลเสียต่อการเริ่มต้นการเลี้ยงลูกด้วยนมแม่มากขึ้นเท่านั้น 1 สิ่งนี้บ่งชี้ให้มารดาควรใส่ใจเรื่องสุขภาพโดยการเตรียมความพร้อมของร่างกายรวมถึงดูแลค่าดัชนีมวลกายที่จะบ่งบอกถึงภาวะน้ำหนักเกินและโรคอ้วนให้อยู่ในเกณฑ์ปกติก่อนการตั้งครรภ์จะเป็นผลดีต่อมารดาและทารกรวมถึงการเริ่มต้นการเลี้ยงลูกด้วยนมแม่ แต่ในขณะเดียวกัน หากบุคลากรทางการแพทย์พบมารดาที่มีน้ำหนักเกินหรือมีภาวะอ้วนตั้งครรภ์ ควรให้คำปรึกษาและการดูแลอย่างใกล้ชิดเนื่องจากปัจจัยในเรื่องน้ำหนักเกินและภาวะอ้วนนั้น ถือเป็นความเสี่ยงทั้งต่อการตั้งครรภ์ การคลอดและการเลี้ยงลูกด้วยนมแม่ด้วย
เอกสารอ้างอิง
Ramji N, Challa S, Murphy PA, Quinlan J, Crane JMG. A comparison of breastfeeding rates by obesity class. J Matern Fetal Neonatal Med 2017:1-6.
รศ.นพ.ภาวิน พัวพรพงษ์
??????????? เป็นที่ทราบกันเป็นอย่างดีว่า การที่ทารกได้กินนมแม่จะมีพัฒนาการ ความเฉลียวฉลาดและมีโอกาสที่จะประสบความสำเร็จในหน้าที่การงานมากกว่าเมื่อทารกเจริญเติบโตขึ้น แต่บางคนยังคงมีข้อสงสัยว่า การที่ทารกได้กินนมแม่นั้น ผลประโยชน์ของการกินนมแม่ต่อความเฉลียวฉลาดจะมีผลต่อเนื่องไปนานแค่ไหน และผลประโยชน์นี้จะยังมีจนถึงช่วงวัยสูงอายุหรือไม่ มีการศึกษาวิจัยเกี่ยวกับความสัมพันธ์ของการกินนมแม่กับความเฉลียวฉลาดในวัยผู้ใหญ่และผู้สูงอายุพบว่า การที่ทารกได้กินนมแม่จะช่วยในเรื่องพัฒนาการของระบบประสาทได้ดีกว่าจนกระทั่งถึงช่วงวัยผู้สูงอายุ โดยเฉพาะอย่างยิ่งในทักษะของการใช้เหตุผลโต้ตอบในการเจรจา1 ดังนั้น นอกจากทารกที่กินนมแม่จะมีโอกาสที่จะประสบความสำเร็จในชีวิตที่มากกว่าแล้ว พัฒนาการทางด้านการเจรจาโต้ตอบพร้อมเหตุผลยังพบมากในผู้สูงอายุที่มีประวัติการกินนมแม่ ซึ่งทักษะเหล่านี้มีความจำเป็นในการเป็นผู้นำ จึงอาจเป็นไปได้ว่า การที่ทารกได้กินนมแม่อาจช่วยให้ทารกมีโอกาสที่จะเป็นผู้นำสูงเมื่ออายุสูงวัยมากขึ้น ซึ่งคำถามนี้ยังต้องการการศึกษาเพิ่มเติมต่อไปในอนาคต
เอกสารอ้างอิง
Rantalainen V, Lahti J, Henriksson M, et al. Association between breastfeeding and better preserved cognitive ability in an elderly cohort of Finnish men. Psychol Med 2017:1-13.
เรื่องนำทาง
แหล่งความรู้ เกี่ยวกับสูติ-นรีเวช (Obstetrics-Gynecology)