งานวิจัยที่นำเสนอในงานประชุมวิชาการนมแม่แห่งชาติครั้งที่ 6 (8)

รศ.นพ.ภาวิน พัวพรพงษ์

? ? ? ? ? ? ? ? ? ผลของโปรแกรมส่งเสริมสมรรถนะแห่งตนในการเลี้ยงลูกด้วยนมแม่ต่อปริมาณน้ำนมแม่ที่พอเพียงและพฤติกรรมการปฏิบัติของมารดาเพื่อการคงอยู่ของนมแม่สำหรับทารกหลังได้รับการผ่าตัดช่องท้อง (The effects of promoting breast feeding self-efficacy program on sufficient of breast milk supply and maintenance of lactation behavior in mothers of newborn after explore laparotomy) โดยนพรัตน์? ละครเขต สถาบันสุขภาพเด็กแห่งชาติมหาราชินี และวีณา จีระแพทย์ คณะพยาบาลศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย เป็นวิจัยเปรียบเทียบพฤติกรรมการปฏิบัติเพื่อการคงอยู่ของนมแม่ และปริมาณของน้ำนมแม่ที่พอเพียงสำหรับทารกหลังได้รับการผ่าตัดช่องท้องระหว่างมารดากลุ่มทดลองกับกลุ่มควบคุม พบว่ามารดาที่ได้รับการส่งเสริมสมรรถนะแห่งตนมีพฤติกรรมการปฏิบัติเพื่อการคงอยู่ของนมแม่สูงและสามารถคงปริมาณของน้ำนมแม่ให้มีความพอเพียงสำหรับทารกได้

ที่มาจาก การบรรยายและหนังสือประกอบการประชุมวิชาการนมแม่แห่งชาติครั้งที่ 6 ในวันที่ 8-10 พฤศจิกายน 2560 ณ โรงแรมมณเฑียร ริเวอร์ไซด์

งานวิจัยที่นำเสนอในงานประชุมวิชาการนมแม่แห่งชาติครั้งที่ 6 (7)

? ? ? ? ? ? ? ? ? ผลของรูปแบบการสนับสนุนการเลี้ยงลูกด้วยนมแม่ต่ออัตราการเลี้ยงลูกด้วยนมแม่ภายในหกเดือนหลังคลอดของสตรีที่ทำงานนอกบ้าน? ?(Effects of breastfeeding support model on breastfeeding rates within six months among women employed outside the home) โดยสุสัณหา? ยิ้มแย้ม คณะพยาบาลศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ และ พิกุล ทรัพย์พันแสน คณะแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ เป็นวิจัยที่ทดสอบผลของรูปแบบการสนับสนุนการเลี้ยงลูกด้วยนมแม่ของพยาบาลต่อการให้นมมารดาแก่บุตรอย่างเดียวในหกเดือนแรกในมารดาที่กลับไปทำงานหลังคลอดโดยมีการสนับสนุนอย่างต่อเนื่อง ตั้งแต่ระยะพักฟื้นในโรงพยาบาลหลังคลอดและกลับไปอยู่ที่บ้าน การช่วยในการวางแผนและการทบทวนแผนการปฏิบัติเมื่อกลับไปทำงานหลังคลอด การติดตามและการช่วยเหลือเพิ่มเติมเมื่อกลับไปทำงานเทียบกับกลุ่มควบคุม พบว่ามารดาที่ได้รับการสนับสนุนการเลี้ยงลูกด้วยนมแม่อย่างต่อเนื่องจากพยาบาลมีอัตราการให้นมแม่อย่างเดียวแก่บุตรในหกเดือนแรกหลังคลอดสูงกว่ามารดาหลังคลอดที่ทำงานนอกบ้านที่ได้รับการดูแลตามปกติอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติ สรุปได้ว่ารูปแบบการสนับสนุนการเลี้ยงลูกด้วยนมแม่ของพยาบาลสำหรับมารดาที่ทำงานนอกบ้านมีผลต่อการเพิ่มอัตราการเลี้ยงลูกด้วยนมแม่อย่างเดียวในหกเดือนหลังคลอด

ที่มาจาก การบรรยายและหนังสือประกอบการประชุมวิชาการนมแม่แห่งชาติครั้งที่ 6 ในวันที่ 8-10 พฤศจิกายน 2560 ณ โรงแรมมณเฑียร ริเวอร์ไซด์

งานวิจัยที่นำเสนอในงานประชุมวิชาการนมแม่แห่งชาติครั้งที่ 6 (6)

รศ.นพ.ภาวิน พัวพรพงษ์

? ? ? ? ? ? ?โครงการบริการวิชาการการพัฒนารูปแบบการสนับสนุนการให้นมบุตรและการบีบเก็บน้ำนมในทัณฑสถานเขตภาคเหนือตอนล่าง (Academic service project of development of breastfeeding support and milk storage at one prison in lower northern area) โดยประทุมา ฤทธิ์โพธิ์ และพรรณทิพา? บัวคล้าย คณะพยาบาลศาสตร์ มหาวิทยาลัยนเรศวร เป็นวิจัยที่การส่งเสริมการเลี้ยงลูกด้วยนมแม่และบีบเก็บน้ำนมในทัณฑสถาน โดยการพัฒนารูปแบบการสนับสนุนการให้นมบุตรและการบีบเก็บน้ำนมในทัณฑสถานเขตภาคเหนือตอนล่างจากผู้ต้องขังหลังคลอดและเลี้ยงลูกด้วยนมแม่ 16 คน ซึ่งจากโครงการส่งผลให้ทารกได้รับนมแม่จากการบีบเก็บน้ำนมในกรณีที่ต้องมีการแยกจากมารดา และมีการเตรียมความพร้อมสำหรับการป้อนนมทารกเมื่อทารกต้องส่งออกมานอกทัณฑสถาน

ที่มาจาก การบรรยายและหนังสือประกอบการประชุมวิชาการนมแม่แห่งชาติครั้งที่ 6 ในวันที่ 8-10 พฤศจิกายน 2560 ณ โรงแรมมณเฑียร ริเวอร์ไซด์

งานวิจัยที่นำเสนอในงานประชุมวิชาการนมแม่แห่งชาติครั้งที่ 6 (5)

รศ.นพ.ภาวิน พัวพรพงษ์

? ? ? ? ? ? ? ? ? ?การศึกษาผลของการให้นมน้ำเหลืองในทารกแรกเกิดน้ำหนักน้อยมาก (น้ำหนัก 1,000 กรัมถึง 1,500 กรัม) ต่อภาวการณ์ติดเชื้อในกระแสเลือดระยะท้าย (Clinical outcomes of early oropharyngeal colostrum in VLBW in preventing late onset neonatal sepsis) โดยนลินี ยมศรีเคน โรงพยาบาลมหาสารคาม เป็นวิจัยที่ศึกษาผลของการได้รับนมน้ำเหลืองในระยะแรกหลังคลอด ในทารกแรกเกิดก่อนกำหนดน้ำหนักตัวน้อยมากกับการเกิด late onset neonatal sepsis (L-OS) และ NEC โดยวิธีหยอดน้ำนมเหลืองใส่กระพุ้งแก้มทารกครั้งแรกใน 24 ชั่วโมง ครั้งต่อไปห่างกันทุก 3 ชั่วโมง? รวมแล้วให้ได้รับอย่างน้อย 16 ครั้งภายใน 72 ชั่วโมงแรกของชีวิตในกลุ่มตัวอย่าง 21 ราย เทียบกับกลุ่มควบคุมคือ ทารกไม่ได้รับนมแม่ตาม protocol 14 ราย? พบว่า อัตราการเกิดการ L-OS และการเกิด NEC ของกลุ่มตัวอย่าง คือร้อยละ 28.6 และ 4.8 ตามลำดับ ซึ่งน้อยกว่ากลุ่มควบคุมคือร้อยละ 64.3 และ 28.6? อย่างมีนัยสำคัญทางสถิติ ?สรุปว่า การให้นมน้ำเหลืองในระยะแรกหลังคลอดกับทารกแรกเกิดน้ำหนักตัวน้อยมากช่วยลดการติดเชื้อในกระแสเลือดสูงและภาวะ NEC ลงได้

ที่มาจาก การบรรยายและหนังสือประกอบการประชุมวิชาการนมแม่แห่งชาติครั้งที่ 6 ในวันที่ 8-10 พฤศจิกายน 2560 ณ โรงแรมมณเฑียร ริเวอร์ไซด์

งานวิจัยที่นำเสนอในงานประชุมวิชาการนมแม่แห่งชาติครั้งที่ 6 (4)

รศ.นพ.ภาวิน พัวพรพงษ์

? ? ? ? ? ? ? ?การศึกษาเปรียบเทียบผลสำเร็จของการเลี้ยงลูกด้วยนมแม่ระหว่างมารดาหัวนมสั้นกับหัวนมปกติ โรงพยาบาลมหาราชนครศรีธรรมราช (A comparison between flat nipple and normal nipple mothers in breastfeeding success at Maharaj Nakhon Si Thammarat hospital) โดยลมัย แสงเพ็ง โรงพยาบาลมหาราชนครศรีธรรมราช และยุวดี วิทยพันธ์ มหาวิทยาลัยวลัยลักษณ์ เป็นวิจัยที่เปรียบเทียบผลสำเร็จของการเลี้ยงลูกด้วยนมแม่ และการให้ทารกดูดนมแม่อย่างมีประสิทธิภาพระหว่างมารดาหัวนมสั้นกับหัวนมปกติ โดยศึกษาในมารดาที่มีความยาวหัวนม 0.1- 0.7 เซนติเมตรจำนวน 60 คู่? และมารดาที่มีความยาวหัวนม >0.7 เซนติเมตรจำนวน 60 คู่ พบว่าการให้ทารกดูดนมแม่อย่างมีประสิทธิภาพในมารดาหัวนมปกติสูงกว่ามารดาหัวนมสั้นอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติ แต่อัตราการเลี้ยงลูกด้วยนมแม่อย่างเดียวก่อนจำหน่ายของมารดาหัวนมปกติสูงกว่ามารดาหัวนมสั้นอย่างไม่มีนัยสำคัญทางสถิติ สรุปมารดาที่มีหัวนมสั้นอาจส่งผลลบต่อการดูดนมที่มีประสิทธิภาพของทารก

ที่มาจาก การบรรยายและหนังสือประกอบการประชุมวิชาการนมแม่แห่งชาติครั้งที่ 6 ในวันที่ 8-10 พฤศจิกายน 2560 ณ โรงแรมมณเฑียร ริเวอร์ไซด์

แหล่งความรู้ เกี่ยวกับสูติ-นรีเวช (Obstetrics-Gynecology)