รศ.นพ.ภาวิน พัวพรพงษ์
? ? ? ? ? ? ? ? ?ความใกล้ชิดและการดูแลอย่างต่อเนื่องหลังคลอดในชุมชน โดยเฉพาะการเยี่ยมบ้าน หากสามารถทำได้ในสัปดาห์แรกหลังคลอดจะช่วยในการสนับสนุนการเลี้ยงลูกด้วยนมแม่ได้เป็นอย่างดี เนื่องจากหลังจากการที่มารดาออกจากโรงพยาบาล เมื่อกลับมาที่บ้าน สิ่งแวดล้อมที่บ้าน บางส่วนอาจจะสนับสนุนการให้ลูกได้กินนมแม่ แต่บางส่วนอาจเป็นปัญหาหรืออุปสรรคในการที่มารดาจะดูแลให้ลูกได้กินนมแม่ ซึ่งการที่บุคลากรทางการแพทย์ได้เข้าไปเยี่ยมบ้านของมารดา ทราบบรรยากาศ ข้อจำกัด ปัญหาและอุปสรรคของมารดาที่ต้องเผชิญเมื่ออยู่ที่บ้าน จะทำให้สามารถให้คำแนะนำและให้คำปรึกษา รวมทั้งทางเลือกต่างๆ ในการดูแลทารกได้อย่างเหมาะสมกว่า มีการศึกษาเปรียบเทียบ การดูแลการเลี้ยงลูกด้วยนมแม่และการเจริญเติบโตของทารกที่ติดตามดูแลที่แผนกผู้ป่วยนอกของโรงพยาบาลกับที่ติดตามดูแลในศูนย์สุขภาพในชุมชน พบว่า อัตราการเลี้ยงลูกด้วยนมแม่ในการติดตามดูแลที่ศูนย์สุขภาพชุมชนมีอัตราที่สูงกว่า 1 สิ่งนี้แสดงถึง ความใกล้ชิดและความเข้าใจในสิ่งแวดล้อม การแก้ปัญหาและลดอุปสรรคที่อาจจะเข้าถึงได้มากกว่าในศูนย์สุขภาพชุมชน ซึ่งส่งผลต่ออัตราการเลี้ยงลูกด้วยนมแม่ที่ดีกว่า
เอกสารอ้างอิง
Yu C, Binns CW, Lee AH. Comparison of breastfeeding rates and health outcomes for infants receiving care from hospital outpatient clinic and community health centres in China. J Child Health Care 2016;20:286-93.
รศ.นพ.ภาวิน พัวพรพงษ์
? ? ? ? ? ? ? ? ? ในการส่งเสริมการเลี้ยงลูกด้วยนมแม่ การให้ความสนใจกับทารกแรกเกิดที่ป่วยหรือต้องการการดูแลอย่างใกล้ชิดที่หอทารกแรกเกิดวิกฤต (newborn intensive care unit หรือ NICU) เป็นส่วนหนึ่งที่ต้องมีการให้ความสำคัญเพิ่มขึ้นในการดูแลสนับสนุนการเลี้ยงลูกด้วยนมแม่ในปัจจุบัน เพื่อเป็นส่วนช่วยในการเพิ่มอัตราการเลี้ยงลูกด้วยนมแม่ เนื่องจากมีภาวะแทรกซ้อนต่างๆ เกิดมากขึ้นในการดูแลทารกแรกเกิด โดยเฉพาะภาวะทารกคลอดก่อนกำหนด จึงจำเป็นต้องมีการวางแผนเพื่อกำหนดตัวชี้วัดที่จะใช้ติดตามการดำเนินงาน เพื่อการประเมินและพัฒนากระบวนการหรือรูปแบบการให้บริการรวมทั้งเพื่อสร้างมาตรฐานในการเป็นหอผู้ป่วยทารกแรกเกิดวิกฤตที่ส่งเสริมการเลี้ยงลูกด้วยนมแม่ มีการศึกษาการใช้กลุ่มของตัวชี้วัดจากการบริหารจัดการการเลี้ยงลูกด้วยนมแม่ของหอทารกแรกเกิดวิกฤต ตัวชี้วัดจากพฤติกรรมของทารกในการกินนมแม่ที่หอทารกแรกเกิดวิกฤต และการเตรียมความพร้อมและทักษะของมารดาในการให้นมแม่แก่ทารกที่หอทารกแรกเกิดวิกฤต1 นำมาวิเคราะห์ความสัมพันธ์กับความสำเร็จของการเลี้ยงลูกด้วยนมแม่ อย่างไรก็ตาม ในการดำเนินงานสนับสนุนการเลี้ยงลูกด้วยนมแม่ที่หอทารกแรกเกิดวิกฤต นอกจากความพร้อมและความตั้งใจของมารดาและครอบครัวแล้ว การให้การสนับสนุนห้องให้นมแม่ในบริเวณหอทารกแรกเกิดวิกฤต การสนับสนุนในเรื่องที่พักให้มารดาสามารถอยู่ร่วมกับทารกตลอด 24 ชั่วโมง และการมีทีมงานที่มีทักษะที่จะช่วยเหลือมารดาให้สามารถให้นมแม่แก่ทารกได้มีความจำเป็น ซึ่งสิ่งเหล่าต้องการการเห็นความสำคัญของผู้บริหารที่จะจัดสรรทรัพยากร รวมทั้งพัฒนาทีมบุคลากรให้มีสมรรถนะที่เหมาะสมและมีจำนวนพอเพียงในการช่วยเหลือมารดา ติดตามและดูแลอย่างต่อเนื่อง เพื่อให้เกิดผลสัมฤทธิ์ในความสำเร็จในการให้ลูกได้กินนมแม่
เอกสารอ้างอิง
Yu X, Sun H, Lin X, Liu X. Breastfeeding Evaluation Indicators System is a Promising Evaluation Tool for Preterm Infants in Neonatal Intensive Care Units (NICU). Med Sci Monit 2016;22:4009-16.
รศ.นพ.ภาวิน พัวพรพงษ์
? ? ? ? ? ? ? ? ?ประโยชน์ของการโอบกอดทารกเนื้อแนบเนื้อทันทีหลังการคลอดบุตรมีประโยชน์หลายอย่างต่อทารกที่เป็นที่ทราบกันดีอยู่แล้ว คือ การสัมผัสผิวระหว่างมารดากับทารกจะช่วยกระตุ้นพัฒนาการของระบบประสาท ช่วยให้ทารกควบคุมอุณหภูมิของร่างกายได้ดีลดปัญหาเรื่องทารกตัวเย็น ลดภาวะเครียดให้กับทารกจากการปรับตัวจากสิ่งแวดล้อมในครรภ์มาเผชิญกับสิ่งแวดล้อมนอกมดลูก ซึ่งการลดภาวะเครียดของทารกจะทำให้ทารกไม่มีการใช้พลังงานสูง ระดับน้ำตาลที่จะใช้สร้างพลังงานจึงไม่ได้ใช้ไปมาก จึงช่วยลดการเกิดภาวะน้ำตาลต่ำในทารกแรกเกิดด้วย นอกจากนี้ การโอบกอดเนื้อแนบเนื้อยังช่วยสร้างสายสัมพันธ์ระหว่างมารดาและทารก ทำให้เกิดความรักความผูกผันซึ่งกันและกัน โดยผ่านฮอร์โมนแห่งความรัก ได้แก่ ออกซิโตซิน ช่วยสร้างระบบภูมิคุ้มกันของทารกให้ดีขึ้นจากการแลกเปลี่ยนแบคทีเรียที่ผิวหนังของมารดากับทารก ซึ่งจะเป็นการสร้างแบคทีเรียถิ่นที่ผิวหนังของทารกที่จะช่วยป้องกันแบคทีเรียที่ทำให้เกิดโรค สำหรับประโยชน์แก่มารดา มีการศึกษาพบว่า มารดาที่โอบกอดทารกเนื้อแนบเนื้อและให้ทารกได้เริ่มกินนมหลังการผ่าตัดคลอดช่วยในลดความเครียดให้กับมารดาได้ 1 ซึ่งสิ่งนี้แสดงถึงประโยชน์ของการโอบกอดทารกเนื้อแนบเนื้อที่นอกจากมีประโยชน์แก่ทารกแล้ว ยังให้ประโยชน์กับมารดาด้วย
เอกสารอ้างอิง
Yuksel B, Ital I, Balaban O, et al. Immediate breastfeeding and skin-to-skin contact during cesarean section decreases maternal oxidative stress, a prospective randomized case-controlled study. J Matern Fetal Neonatal Med 2016;29:2691-6.
รศ.นพ.ภาวิน พัวพรพงษ์
? ? ? ? ? ? ? ?การเลือกการดูแลรักษาด้วยการแพทย์สนับสนุน (complementary medicine) หรือการแพทย์ทางเลือก (alternative medicine) มีเพิ่มขึ้นในการดูแลรักษาโรคและส่งเสริมสุขภาพรวมทั้งการสนับสนุนการเลี้ยงลูกด้วยนมแม่ด้วย แนวโน้มของกระแสการดูแลด้วยการใช้การแพทย์ผสมผสานที่ใช้ทั้งศาสตร์ของการแพทย์แผนปัจจุบันร่วมกับการใช้สมุนไพร การผ่อนคลาย ก็มีมากขึ้น ร่วมกับมีการใช้การแพทย์ทางเลือก เช่น การฝังเข็ม ให้เป็นทางเลือกในการดูแลรักษาก็ได้รับความนิยมมากขึ้นเช่นกัน มีการศึกษาว่า การใช้การแพทย์สนับสนุนและการแพทย์ทางเลือกช่วยในการกระตุ้นนมแม่ในมารดาที่คลอดใกล้ครบกำหนดหรือเพิ่งเริ่มครบกำหนดว่ามีความปลอดภัยและอาจช่วยกระตุ้นนมแม่ได้
? ? ? ? ? ? ? สำหรับสมุนไพรไทย ได้แก่ ขิง ก็พบว่าเป็นสิ่งดีๆ ที่มีคุณค่า โดยพบว่าสามารถช่วยกระตุ้นนมแม่ได้ในระยะแรกหลังคลอดได้ 1 นอกจากนี้ การประคบเต้านมด้วยลูกประคบ การนวดเต้านมและ/หรือการบีบน้ำนมด้วยมือยังช่วยในการลดการตึงคัดเต้านมได้2 ดังนั้น บุคลากรทางการแพทย์ไม่ควรละเลยการให้ความสนใจในศาสตร์ของการแพทย์สนับสนุนและการแพทย์ทางเลือก ที่อาจเป็นหนทางหนึ่งในการช่วยเหลือมารดาให้สามารถให้นมแม่ได้ และควรส่งเสริมให้มีการศึกษาวิจัยให้เกิดองค์ความรู้และหลักฐานเชิงประจักษ์ในศาสตร์เหล่านี้เพิ่มขึ้น
เอกสารอ้างอิง
Paritakul P, Ruangrongmorakot K, Laosooksathit W, Suksamarnwong M, Puapornpong P. The Effect of Ginger on Breast Milk Volume in the Early Postpartum Period: A Randomized, Double-Blind Controlled Trial. Breastfeed Med 2016;11:361-5.
Witt AM, Bolman M, Kredit S. Mothers Value and Utilize Early Outpatient Education on Breast Massage and Hand Expression in Their Self-Management of Engorgement. Breastfeed Med 2016;11:433-9.
รศ.นพ.ภาวิน พัวพรพงษ์
? ? ? ? ? ? ? ? การที่ทารกได้กินนมแม่ถือเป็นสิ่งที่มีประโยชน์สูงสุด ซึ่งในปัจจุบันมีการรณรงค์เรื่องการเลี้ยงลูกด้วยนมแม่อย่างกว้างขวาง และเป็นกระแสสังคมที่รับทราบอย่างทั่วกันถึงคุณค่าของนมแม่ มีการศึกษาถึงความรู้สึกของมารดาที่ให้ลูกกินนมผงดัดแปลงสำหรับทารก พบว่า มารดาที่ให้ลูกกินนมผงดัดแปลงสำหรับทารกรู้สึกผิด ไม่พึงพอใจ และเป็นตราบาปติดตัวที่ส่งผลต่ออารมณ์และความรู้สึกของมารดา 1 ดังนั้น การส่งเสริมการเลี้ยงลูกด้วยนมแม่ บุคลากรควรมีความเข้าใจถึงสิ่งนี้ การตำหนิมารดาที่ไม่ได้ให้ลูกกินนมแม่ไม่ใช่วิธีการแก้ปัญหา แต่ควรมองปัญหาให้รอบด้าน ช่วยสนับสนุนมารดาให้ได้ให้นมแม่บนพื้นฐานของบริบทของแต่ละคน และยอมรับหากมีความจำเป็นต้องใช้นมผงดัดแปลงสำหรับทารก ซึ่งจะไม่เป็นการซ้ำเติมความรู้สึกผิดหรือไม่ดีที่มารดาไม่ได้ให้ลูกกินนมแม่
เอกสารอ้างอิง
Fallon V, Komninou S, Bennett KM, Halford JC, Harrold JA. The emotional and practical experiences of formula-feeding mothers. Matern Child Nutr 2016.
เรื่องนำทาง
แหล่งความรู้ เกี่ยวกับสูติ-นรีเวช (Obstetrics-Gynecology)