รศ.นพ.ภาวิน พัวพรพงษ์
??????????????? เป็นที่ทราบกันดีว่า การเลี้ยงลูกด้วยนมแม่ช่วยลดการเกิดมะเร็งเต้านม มะเร็งมดลูกและมะเร็งรังไข่ในมารดา แต่การเลี้ยงลูกด้วยนมแม่อย่างเดียวหกเดือนแรกผลลัพธ์ต่อการเกิดมะเร็งเหล่านี้น่าจะดีกว่า เนื่องจากส่งกระทบกับฮอร์โมนในร่างกายมารดามากกว่า มีการศึกษาวิเคราะห์อย่างเป็นระบบ (meta-analysis) ที่ศึกษาเกี่ยวกับการเลี้ยงลูกด้วยนมแม่อย่างเดียวกับการลดการเกิดมะเร็งเต้านม พบว่า การเลี้ยงลูกด้วยนมแม่อย่างเดียวช่วยลดการเกิดมะเร็งเต้านมได้ราวร้อยละ 30 เทียบกับมารดาที่ไม่เคยให้นมแม่เลย ขณะที่หากให้ลูกได้กินนมแม่จะช่วยลดการเกิดมะเร็งเต้านมได้ราวร้อยละ 10-15 1 ดังนั้น ในยุคที่ปัจจุบัน มะเร็งเต้านมเป็นสาเหตุการตายอันดับหนึ่งของสตรีไทย การเลี้ยงลูกด้วยนมแม่อย่างเดียวจึงเป็นทางเลือกที่ดีในการป้องกันการเกิดมะเร็งเต้านมในมารดาทุกคนที่มีโอกาสได้มีบุตร
เอกสารอ้างอิง
Unar-Munguia M, Torres-Mejia G, Colchero MA, Gonzalez de Cosio T. Breastfeeding Mode and Risk of Breast Cancer. J Hum Lact 2017:890334416683676.
รศ.นพ.ภาวิน พัวพรพงษ์
??????????????? การเจ็บป่วยของทารกและเด็กเล็กส่งผลเสียต่อสุขภาพกายและจิตใจของมารดา ครอบครัว รวมถึงเศรษฐกิจและการทำงานของทั้งบิดาและมารดาซึ่งจำเป็นต้องแบ่งเวลามีให้การดูแลหรือเฝ้าทารกหรือเด็กเล็ก การเลี้ยงลูกด้วยนมแม่เป็นที่ทราบกันดีว่า มีผลในการเสริมสร้างภูมิคุ้มกันให้แก่ทารกรวมถึงผลระยะยาวต่อเด็กเล็ก ซึ่งมีการศึกษาพบว่า ทารกแรกเกิดจนถึงวัยเด็กเล็กอายุ 4 ปีที่มีประวัติการกินนมแม่อย่างเดียวหกเดือนจะลดการติดเชื้อทางเดินหายใจส่วนบนหรือเรียกง่ายๆ ว่ากลุ่มอาการหวัด โดยพบว่า ลดการเจ็บป่วยได้ประมาณร้อยละ 30 1 ? ซึ่งสิ่งนี้น่าจะเป็นการสนับสนุนผลดีของการเลี้ยงลูกด้วยนมแม่อย่างเดียวหกเดือนต่อภาพรวมของครอบครัวและสังคม แต่อย่างไรก็ตาม ในการปฏิบัติจำเป็นต้องอาศัยการรณรงค์จากหลากหลายภาคส่วนที่ต้องให้ความร่วมมือ โดยเฉพาะสื่อทางโทรทัศน์ที่ยังมีบทบาทสูงและประชาชนยังคงเข้าถึงได้ง่าย
เอกสารอ้างอิง
Tromp I, Kiefte-de Jong J, Raat H, et al. Breastfeeding and the risk of respiratory tract infections after infancy: The Generation R Study. PLoS One 2017;12:e0172763.
รศ.นพ.ภาวิน พัวพรพงษ์
??????????????? ปัจจุบันมีการใช้สารเคมีเพื่อผลิตภัณฑ์ต่างๆ รวมถึงใช้เป็นเครื่องอำนวยความสะดวกในการอุปโภคบริโภค โดยเฉพาะภาชนะ หรือ อุปกรณ์ที่ใช้บรรจุหรือห่อเก็บรักษาอาหาร ท่อน้ำ หรืออุปกรณ์เคลือบกระทะให้ลื่นไม่ติดกระทะ ซึ่งสารเคมีที่เป็นส่วนประกอบที่ใช้ผลิตภาชนะหรือพลาสติกเหล่านี้มักประกอบด้านสารเพอร์ฟลูโอโรอัลคิล (Perfluoroacryl substance) ซึ่งสารเหล่านี้จะปนเปื้อนเข้าสู่ร่างกายมนุษย์ผ่านทางการรับประทานอาหารที่มักมีบรรจุภัณฑ์เป็นพลาสติกหรือเทฟลอน (Teflon)? เมื่อเข้าสู่ร่างกายมนุษย์ในปริมาณที่มากขึ้น จะเกิดผลเสียแก่ระบบของร่างกาย ซึ่งหนึ่งในผลเสียที่เกิดขึ้น ได้แก่ การลดการสร้างน้ำนม โดยส่งผลทำให้ระยะเวลาการเลี้ยงลูกด้วยนมแม่สั้นลงราว 1.4 เดือน และระยะเวลาการเลี้ยงลูกด้วยนมแม่อย่างเดียวสั้นลงครึ่งเดือน 1 ดังนั้น แม่บ้านที่เป็นแม่บ้านถุงพลาสติกที่เป็นคุณแม่และต้องให้นมลูกควรใส่ใจและเอาใจใส่กับเรื่องนี้ ซึ่งจะมีผลเสียต่อการเลี้ยงลูกด้วยนมแม่ทำให้ทารกได้รับสารอาหารที่เป็นประโยชน์ต่อร่างกายได้ไม่เต็มที่และขาดประโยชน์สูงสุด
เอกสารอ้างอิง
Timmermann CA, Budtz-Jorgensen E, Petersen MS, et al. Shorter duration of breastfeeding at elevated exposures to perfluoroalkyl substances. Reprod Toxicol 2017;68:164-70.
รศ.นพ.ภาวิน พัวพรพงษ์
? ? ? ? ? ? ? ?ทารกที่กินนมแม่มักมีน้ำหนักที่ลดลงหลังคลอดในสัปดาห์แรก ซึ่งหากน้ำหนักของทารกลดลงไม่เกินร้อยละ 7 จะส่งผลต่อการเลี้ยงลูกด้วยนมแม่อย่างเดียวน้อย แต่หากน้ำหนักทารกลดลงมากกว่าร้อยละ 7 พบว่าส่งผลต่อการเพิ่มขึ้นของการกินนมผงดัดแปลงสำหรับทารก 1 การที่เป็นเช่นนี้ เพราะเกณฑ์ในการให้การดูแลทารกเพิ่มเติมคือ น้ำหนักทารกที่ลดลงมากกว่าร้อยละ 7 การแก้ไขปัญหาแนะนำการป้องกันการลดลงของน้ำหนักทารกมากกว่าการที่ปล่อยให้น้ำหนักทารกลดลงมากกว่าร้อยละ 7 แล้วจึงให้การรักษา การที่ทารกคลอดครบกำหนดน้ำหนักลดเกินกว่าร้อยละ 7 จะสามารถป้องกันได้โดยการบริหารจัดการให้ทารกได้เริ่มกินนมตั้งแต่ในชั่วโมงแรกหลังคลอด มีการกระตุ้นดูดนมที่สม่ำเสมอ ซึ่งจะส่งเสริมให้น้ำนมมาเร็ว ทำให้ลดปัญหาทารกที่มีน้ำหนักลดลงมากกว่าร้อยละ 7 ได้ ดังนั้น การใส่ใจกับกระบวนการช่วยให้น้ำนมมาเร็วและทำให้ทารกได้รับนมเพียงพอจะช่วยป้องกันปัญหานี้และอาจส่งผลต่อการลดภาวะตัวเหลืองของทารกแรกเกิดด้วย
เอกสารอ้างอิง
Thulier D. Challenging Expected Patterns of Weight Loss in Full-Term Breastfeeding Neonates Born by Cesarean. J Obstet Gynecol Neonatal Nurs 2017;46:18-28.
รศ.นพ.ภาวิน พัวพรพงษ์
? ? ? ? ? ? ? ? ปัจจัยผู้ป่วยมีความสัมพันธ์และส่งผลต่อการคิดภาระงานของพยาบาล มีการศึกษาพบว่าลักษณะและสภาพของผู้ป่วยส่งผลต่อภาระงานการพยาบาล1 สำหรับค ลินิกนมแม่ ผู้ป่วยหรือผู้รับบริการมีทั้งมารดาและทารก นอกจากนี้ อาจรวมถึงสามี ปู่ ย่า ตา ยาย ที่มารับการให้คำปรึกษาด้วย ซึ่งส่วนใหญ่ขาดการลงทะเบียนหรือการบันทึกจำนวนผู้ที่ให้คำปรึกษาอย่างครบถ้วน เนื่องจากผู้รับคำปรึกษาบางคนไม่ได้ลงทะเบียนหรือไม่มีเลขที่ผู้ป่วยของโรงพยาบาล การลงภาระงานที่ถูกต้องจำเป็นต้องนับการให้บริการตามจริงซึ่งทำให้ต้องมีการลงทะเบียนการให้คำปรึกษาหรือให้การพยาบาลที่จุดให้บริการเพิ่มเติม นอกจากนี้ หากมีการสนับสนุนการเริ่มการเลี้ยงลูกด้วยนมแม่ที่หอทารกวิกฤต การคิดภาระงานส่วนอาจต้องเพิ่มความซับซ้อนของปัญหาของทารกที่ป่วยที่ส่งผลต่อการคิดภาระงานด้วย ซึ่งการตกลงกำหนดภาระงานที่เพิ่มต้องมีการพัฒนาโดยอาศัยพื้นฐานการเก็บและวิเคราะห์ข้อมูลอย่างเป็นระบบ
เอกสารอ้างอิง
Mueller M, Lohmann S, Strobl R, Boldt C, Grill E. Patients’ functioning as predictor of nursing workload in acute hospital units providing rehabilitation care: a multi-centre cohort study. BMC Health Serv Res 2010;10:295.
เรื่องนำทาง
แหล่งความรู้ เกี่ยวกับสูติ-นรีเวช (Obstetrics-Gynecology)