?รศ.นพ.ภาวิน พัวพรพงษ์
? ? ? ? ? ? ? ? ?อาหารจำพวกปลา สัตว์น้ำ และอาหารทะเลมีโปรตีนและสารอาหารหลายอย่างที่เหมาะสมที่ช่วยในการบำรุงครรภ์และมีการแนะนำให้รับประทานในสตรีที่ให้นมบุตร แต่ยังมีข้อจำกัดเรื่องความวิตกกังวลการปนเปื้อนของสารปรอทที่จะพบได้ในปลา สัตว์น้ำ และอาหารทะเลแต่ละชนิดในปริมาณที่แตกต่างกัน โดยองค์การอาหารและยาของสหรัฐอเมริกามีการให้ข้อมูลแนะนำการรับประทานปลา สัตว์น้ำ และอาหารทะเลในแต่ละชนิดในปริมาณที่แตกต่างกัน โดยรายละเอียดของการแนะนำมีดังนี้
? ? ? ? ? ? ? ? ชนิดของปลา สัตว์น้ำ และอาหารทะเลที่สามารถกินได้สัปดาห์ละ 2-3 ครั้ง โดยแต่ละครั้งรับประทานครั้งละประมาณหนึ่งผ่ามือของผู้ใหญ่ (ขนาดเท่ากับ 4 ออนซ์) ได้แก่
Anchovy
Atlantic croaker
Atlantic mackerel
Black sea bass
Butterfish
Catfish
Clam
Cod
Crab
Crawfish
Flounder
Haddock
Hake
Herring
Lobster, American and spiny
Mullet
Oyster
Pacific chub mackerel
Perch, freshwater and ocean
Pickerel
Plaice
Pollock
Salmon
Sardine
Scallop
Shad
Shrimp
Skate
Smelt
Sole
Squid
Tilapia
Trout, freshwater
Tuna, canned light (includes skipjack)
Whitefish
Whiting
เอกสารอ้างอิง
ข้อมูลจาก http://www.fda.gov/Food/FoodborneIllnessContaminants/Metals/ucmhtm
รศ.นพ.ภาวิน พัวพรพงษ์
? ? ? ? ? ? ? ? ขณะที่มารดาให้นมลูก จะมีการกระตุ้นฮอร์โมนที่สำคัญสองตัว ได้แก่ ออกซิโตซิน และโปรแลคติน ฮอร์โมนโปรแลคตินจะช่วยในการสร้างน้ำนม ขณะที่ฮอร์โมนออกซิโตซินจะช่วยในการหลั่งน้ำนม นอกจากนี้ ฮอร์โมนออกซิโตซินยังออกฤทธิ์ลดความเครียดและช่วยลดอาการซึมเศร้าของมารดาได้ มีการศึกษาโดยการตรวจระดับฮอร์โมนออกซิโตซินพบว่า ในขณะที่ให้นมลูกและหลังให้นมลูกราวครึ่งชั่วโมง ฮอร์โมนออกซิโตซินจะมีระดับที่สูงขึ้น เมื่อใช้แบบทดสอบวัดค่าความเครียดของมารดาพบว่าลดลงสัมพันธ์กับการเพิ่มขึ้นของฮอร์โมนออกซิโตซิน 1 ดังนั้น จากการศึกษานี้น่าจะช่วยอธิบายการที่มารดาให้นมลูกแล้วช่วยป้องกันหรือลดการเกิดภาวะซึมเศร้าหลังคลอดได้ ซึ่งฮอร์โมนออกซิโตซินนี้ ทางการแพทย์ถือว่าเป็นฮอร์โมนแห่งความรัก ซึ่งมารดาจะมีฮอร์โมนหลั่งจากการกระตุ้นดูดนมของลูก ส่งผ่านความรักจากแม่ผ่านน้ำนมสู่ลูก ขณะเดียวกันในทางกลับกัน มารดาก็ได้รับความสุขจากการผ่อนคลายความตึงเครียดที่ได้จากการได้รับการกระตุ้นจากการดูดนมของลูกซึ่งช่วยกระตุ้นฮอร์โมนแห่งความรักนี้ให้กับมารดา ดังนั้น จึงสมชื่อกับฮอร์โมนแห่งความรักที่ให้ประโยชน์กับทั้งแม่และลูก
เอกสารอ้างอิง
Niwayama R, Nishitani S, Takamura T, et al. Oxytocin Mediates a Calming Effect on Postpartum Mood in Primiparous Mothers. Breastfeed Med 2017.
รศ.นพ.ภาวิน พัวพรพงษ์
? ? ? ? ? ? ? ? ?ยาคลายเครียดหรือยาในกลุ่มที่ช่วยให้นอนหลับมีการใช้เพิ่มขึ้นในปัจจุบัน ยาในกลุ่มนี้จะผ่านไปสู่ทารกในครรภ์และทารกที่กินนมแม่ได้ โดยในระหว่างตั้งครรภ์ ยาจะมีผลทำให้ทารกหลับ การดิ้นของทารกจะน้อยลง ซึ่งอาจส่งผลต่อการตรวจติดตามสุขภาพของทารกในครรภ์ได้ ในขณะที่การใช้ยาในมารดาที่ให้นมบุตร หากมีความจำเป็นต้องใช้ยาในกลุ่มนี้ แนะนำให้เลือกใช้ยาที่มีค่าครึ่งชีวิตของยาสั้น ยาจะออกฤทธิ์เร็วและหมดฤทธิ์ได้เร็ว ควรใช้ยา oxazepam? และยา lorazepam มากกว่ายาที่มีค่าครึ่งชีวิตของยาที่ยาว คือ diazepam ยา chlordiazepoxide และยา clonazepam1 และ ควรให้นมบุตรก่อนการรับประทานยา จากนั้นการให้นมครั้งต่อไปจะห่างจากช่วงที่กินยาราว 2-3 ชั่วโมง ซึ่งจะทำให้ปริมาณยาที่พบในน้ำนมน้อยลงและทารกได้รับยาน้อยลงด้วย ทำให้ลดอาการง่วงซึมของทารกที่อาจทำให้ทารกกินนมน้อยลงได้ อย่างไรก็ตาม หากมารดาสามารถหลีกเลี่ยงการใช้ยาได้ ก็จะเป็นสิ่งที่ดีที่สุด โดยอาจใช้การบำบัดทางจิตวิทยา พฤติกรรมบำบัด การฝึกทำจิตใจ ทำสมาธิ หรือการออกกำลังกาย ซึ่งเป็นรูปแบบของการรักษาด้วยการแพทย์ทางเลือกก็เป็นทางออกหนึ่งในการดูแลรักษาภาวะเครียดหรือวิตกกังวลในระหว่างการตั้งครรภ์หรือให้นมบุตรได้
เอกสารอ้างอิง
Anderson PO. The Pregnancy-Breastfeeding Interface. Breastfeed Med 2017;12:2-4.
รศ.นพ.ภาวิน พัวพรพงษ์
? ? ? ? ? ? ? ? การดูแลสุขภาพในปัจจุบัน บางครั้งต้องเผชิญกับความเชื่อ ทั้งที่เป็นความเชื่อจากการแพทย์ดั้งเดิม ความเชื่อจากความเห็นของผู้เชี่ยวชาญ หรือความเชื่อจากขนบธรรมเนียมประเพณี ซึ่งมักจะขาดหลักฐานเชิงประจักษ์ที่มีการศึกษาวิจัยที่ชัดเจน การจะเปลี่ยนแปลงความเชื่อต่าง ๆ ที่มีอยู่ในบุคคลใดบุคคลหนึ่งนั้นยาก และอาจมีความยากมากขึ้น หากบุคคลนั้นเป็นบุคลากรทางการแพทย์ เช่นเดียวกันกับมีความเชื่อเกี่ยวกับการกินผักหรือการกินมังสวิรัติว่าจะส่งผลช่วยลดหรือป้องกันการเกิดมะเร็งได้ มีข้อมูลการศึกษาในอินเดียในสตรีที่กินมังสวิรัติมาตลอดชีวิตมีโอกาสเกิดมะเร็งเต้านมไม่แตกต่างจากสตรีทั่วไป (Odds ratio 1.09 (95% CI 0.93-1.29)) 1 ดังนั้น การที่เราฟังข้อมูลต่าง ๆ ที่ได้รับ จำเป็นต้องมีการกลั่นกรองหาข้อมูลความน่าเชื่อถือแล้ววิเคราะห์ก่อนตัดสินใจในข้อมูลเหล่านั้น นอกจากนี้ ความรู้ที่มีในปัจจุบัน อาจเปลี่ยนแปลงได้ หากมีหลักฐานใหม่ ๆ เพิ่มเติมมากขึ้น จึงมีความจำเป็นต้องมีการหาความรู้เพิ่มเติมใหม่ที่ทันสมัยอย่างสม่ำเสมอ โดยเฉพาะแพทย์ที่ต้องให้ข้อมูลที่ถูกต้องและเหมาะสมสำหรับการตัดสินใจของผู้ป่วยที่มารับคำปรึกษา
เอกสารอ้างอิง
Gathani T, Barnes I, Ali R, et al. Lifelong vegetarianism and breast cancer risk: a large multicentre case control study in India. BMC Womens Health 2017;17:6.
รศ.นพ.ภาวิน พัวพรพงษ์
? ? ? ? ? ? ? ? ในปัจจุบัน สภาพเศรษฐกิจและสังคมทำให้เกิดการแข่งขันร่วมกับคนที่เกิดใน generation Y มักชอบความสบาย ขาดความอดทน สภาวะต่าง ๆ ทางสังคมจึงอาจส่งผลกระทบต่อสภาพจิตใจและอารมณ์ได้ง่ายขึ้น ทำให้พบผู้ป่วยที่มีความเครียดหรือภาวะซึมเศร้าสูงขึ้น รวมทั้งในมารดาที่ตั้งครรภ์และให้นมบุตร การรับประทานต้านอาการซึมเศร้าโดยทั่วไปมักนิยมใช้ยากลุ่ม SSRI (Selective Serotonin Reuptake Inhibitors) ซึ่งยาที่นิยมใช้บ่อย ๆ ได้แก่ ยา Fluoxetine หรือชื่อการค้าคือ Prozac ยานี้มีค่าครึ่งชีวิตของยาและสารออกฤทธิ์หลังการรับประทานยา (active metabolite) นาน 5-9 วันในผู้ใหญ่1 โดยหากคำนวณจากหลักของการกำจัดยาออกจากร่างกาย โดยทั่วไปจะต้องใช้เวลาราว 5 เท่าของเวลาครึ่งชีวิตของยา ดังนั้นต้องใช้เวลาเป็นเดือนในการกำจัดยาจนหมดจากร่างกาย สำหรับในทารกแรกเกิด หากได้รับยาขณะตั้งครรภ์ ทารกต้องใช้เวลานานมากกว่าหนึ่งเดือนในการกำจัดยา ด้วยหลักนี้ การเลือกใช้ยาต้านซึมเศร้า หากมารดาสามารถเตรียมความพร้อมได้ก่อนการตั้งครรภ์ ควบคุมอาการซึมเศร้าได้ดี ปรับขนาดยาให้น้อยที่สุด และเลือกใช้ยาตัวทที่มีค่ายาครึ่งชีวิตสั้น จะลดการเกิดอาการข้างเคียงในทารกได้ แต่หากจำเป็นต้องรับประทานยา Fluoxetine ที่มีค่าครึ่งชีวิตของยายาว การเปลี่ยนยาในระหว่างการตั้งครรภ์ อาจเพิ่มความเสี่ยงของทารกจากการที่ได้รับยาที่ยังคงอยู่ในทารกได้นานและเสี่ยงจากการได้รับยาเพิ่มขึ้นหลายตัวอีกด้วย จึงควรชั่งน้ำหนักระหว่างข้อดีข้อเสียของการใช้ยาที่ควรมีการเตรียมความพร้อม หากสตรีมีความจำเป็นรับประทานยาเป็นประจำและเตรียมตัวสำหรับการตั้งครรภ์หรือให้นมบุตร
เอกสารอ้างอิง
Anderson PO. The Pregnancy-Breastfeeding Interface. Breastfeed Med 2017;12:2-4.
เรื่องนำทาง
แหล่งความรู้ เกี่ยวกับสูติ-นรีเวช (Obstetrics-Gynecology)