รศ.นพ.ภาวิน พัวพรพงษ์
? ? ? ? ? ? ?จากการศึกษาภาวะลิ้นติดของทารกแรกเกิดในกลุ่มทารกที่คลอดปกติไม่มีภาวะแทรกซ้อนในประเทศไทย 1649 รายตรวจพบภาวะลิ้นติดร้อยละ 14.9 โดยหากแบ่งอุบัติการณ์ตามรุนแรงเป็นภาวะลิ้นติดเล็กน้อยพบร้อยละ 7.5 ภาวะลิ้นติดปานกลางพบร้อยละ 5.7 และภาวะลิ้นติดรุนแรงพบร้อยละ 1.61 โดยในทารกที่มีภาวะลิ้นติดปานกลางและรุนแรงมีคะแนนการเข้าเต้า (LATCH score) ที่น้อยกว่า 8 มากกว่าทารกปกติ 1.4 เท่า2 ภาวะลิ้นติดปานกลางและรุนแรงหากไม่ได้รับการรักษาก่อนกลับบ้านจะเป็นสาเหตุอันดับที่สองของการเจ็บหัวนมของมารดาที่สัปดาห์แรกหลังคลอดคือร้อยละ 23.2 (รองจากการจัดท่าหรือเข้าเต้าที่ไม่เหมาะสมที่พบร้อยละ 72.3) โดยทั่วไป การรักษาภาวะลิ้นติดทำได้โดยการผ่าตัดพังผืดใต้ลิ้นออก (frenotomy) ให้ทารกสามารถแลบลิ้นออกมาได้ดีขึ้น (ระยะจากจุดยึดติดของพังผืดใต้ลิ้นถึงปลายลิ้นควรจะมีระยะประมาณ 12 มิลลิเมตรเท่ากับเกณฑ์การวินิจฉัยภาวะลิ้นติดเล็กน้อยที่ไม่มีผลต่ออาการเจ็บหัวนมของมารดาและไม่มีผลต่อคะแนนการเข้าเต้า) การผ่าตัดสามารถทำได้ที่แผนกผู้ป่วยนอก โดยการทำการใช้กรรไกรหรือจี้ไฟฟ้าตัดพังผืดออก ทารกไม่จำเป็นต้องใช้ยาดมสลบ หลังการผ่าตัดทารกสามารถกินหรือดูดนมแม่ได้ทันที และพบว่าอาการเจ็บหัวนมและคะแนนการเข้าเต้าของทารกดีขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ3 ดังนั้น ภาวะลิ้นติดปานกลางและรุนแรงจึงเป็นอุปสรรคอย่างหนึ่งในการส่งเสริมและสนับสนุนการเลี้ยงลูกด้วยนมแม่ที่บุคลากรทางการแพทย์ควรเอาใจใส่ในการตรวจดูช่องปากทารกทุกราย เนื่องจากมารดาที่มีทารกมีภาวะลิ้นติดมีความเสี่ยงในการหยุดเลี้ยงลูกด้วยนมแม่ในสัปดาห์แรกเพิ่มขึ้นถึงสามเท่า4 เหตุผลอาจจะเป็นจากทารกที่ไม่ได้รับการรักษาภาวะลิ้นติด ทำให้มารดาเจ็บหัวนม และการเจ็บหัวนมของมารดาอาจนำให้เกิดภาวะแทรกซ้อน ได้แก่ หัวนมแตก เต้านมอักเสบและฝีที่เต้านมได้ แต่ในมารดาบางคนที่สามารถทนให้นมต่อไปได้ระยะหนึ่งมีรายงานว่าประมาณ 2 เดือน พังผืดใต้ลิ้นจะยึดออกได้ ร่วมกับทารกที่โตมากขึ้น อมหัวนมและลานนมได้ลึกขึ้นจากขนาดของปากที่ใหญ่ขึ้น เมื่อเปรียบเทียบผลของการเลี้ยงลูกด้วยนมแม่ของทารกกลุ่มนี้กับทารกปกติไม่พบความแตกต่างกันของระยะเวลาการเลี้ยงลูกด้วยนมแม่5 ทำให้การผ่าตัดรักษาหลังอาจไม่ได้ประโยชน์ สำหรับผลของภาวะลิ้นติดของทารกแรกเกิดในระยะยาว มีรายงานว่าความสัมพันธ์การออกเสียงในการพูด โดยอาจพบมีความยากในการออกเสียงอักษรภาษาอังกฤษ T, D, Z, S, N, J, L, CH, TH, DG และ R 6,7 แต่ไม่ได้พบว่าเป็นสาเหตุของการพูดช้า6
เอกสารอ้างอิง
Puapornpong P, Paritakul P, Suksamarnwong M, Srisuwan S, Ketsuwan S. Nipple Pain Incidence, the Predisposing Factors, the Recovery Period After Care Management, and the Exclusive Breastfeeding Outcome. Breastfeed Med 2017;12:169-73.
Puapornpong P, Raungrongmorakot K, Mahasitthiwat V, Ketsuwan S. Comparisons of the latching on between newborns with tongue-tie and normal newborns. J Med Assoc Thai 2014;97:255-9.
Wongin S, Puapornpong P, Baiya N, Panwong W. Comparison of efficacy of breastfeeding in tongue-tie newborns before and after frenotomy. J Med Health Sci 2017 (in press).
Ricke LA, Baker NJ, Madlon-Kay DJ, DeFor TA. Newborn tongue-tie: prevalence and effect on breast-feeding. J Am Board Fam Pract 2005;18:1-7.
Buryk M, Bloom D, Shope T. Efficacy of neonatal release of ankyloglossia: a randomized trial. Pediatrics 2011;128:280-8.
Lalakea ML, Messner AH. Ankyloglossia: does it matter? Pediatric Clinics of North America 2003;50:381-97.
Chaubal TV, Dixit MB. Ankyloglossia and its management. J Indian Soc Periodontol 2011;15:270-2.
รศ.นพ.ภาวิน พัวพรพงษ์
? ? ? ? ? ?ก่อนอื่นต้องให้ข้อมูลของภาวะลิ้นติดของทารกแรกเกิดที่ทำให้เกิดปัญหามารดาเจ็บหัวนมขณะให้นมลูกและทำให้ทารกดูดนมได้ไม่ดี โดยแสดงให้เห็นถึงขนาดของปัญหาที่พบในประเทศไทย โดยรวบรวมจากงานวิจัยที่ได้มีการศึกษาจากโรงพยาบาลโรงเรียนแพทย์1 โรงพยาบาลศูนย์ โรงพยาบาลทั่วไปและโรงพยาบาลชุมชนที่พบปัญหาในการส่งเสริมการเลี้ยงลูกด้วยนมแม่เท่าที่มีข้อมูลแก่สังคมและผู้ที่มีบทบาทรับผิดชอบทั้งในด้านการแพทย์ การบริหารงานระบบสุขภาพ รวมทั้งรัฐบาล เพื่อสร้างกระแสความใส่ใจในปัญหาและขนาดของปัญหา จากนั้น สร้างแนวทางการดูแลรักษา วางระบบให้แก่หน่วยงานสุขภาพ บทบาทของโรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพและโรงพยาบาลชุมชนควรจะมีบทบาทในการคัดกรองให้การวินิจฉัยเบื้องต้นและส่งต่อมาที่โรงพยาบาลทั่วไปและโรงพยาบาลศูนย์ ซึ่งต้องมีการจัดอบรมบุคลากรสาธารณสุขในโรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพและโรงพยาบาลชุมชนให้มีศักยภาพในการให้การวินิจฉัย และอบรมบุคลากรสาธารณสุขในโรงพยาบาลทั่วไปและโรงพยาบาลศูนย์ให้ทั้งมีศักยภาพในการวินิจฉัยและให้การรักษาและเป็นพี่เลี้ยงให้กับกลุ่มโรงพยาบาลปฐมภูมิ ซึ่งต้องอาศัยความร่วมมือจากเครือข่ายโรงเรียนแพทย์ ราชวิทยาลัยสูตินรีแพทย์ ราชวิทยาลัยกุมารแพทย์ ราชวิทยาลัยศัลยแพทย์ และโสต ศอ นาสิกแพทย์ที่จะเป็นผู้ถ่ายทอดความรู้และความตระหนักให้แก่บุคลากรทางการแพทย์และจัดอบรมหลักสูตรรระยะสั้นเพื่อช่วยให้เกิดการดูแลรักษาในระบบและจัดต่อเนื่องจนเกิดเป็นธรรมเนียมปฏิบัติต่อไป โดยเก็บข้อมูลเพื่อการวิจัยพัฒนาแนวทางการวินิจฉัยและการรักษาไปพร้อมกัน
เอกสารอ้างอิง
ภาวิน พัวพรพงษ์. รอบรู้เรื่องการเลี้ยงลูกด้วยนมแม่. นครนายก: ซี.ที. ดอทคอม; 2558.
รศ.นพ.ภาวิน พัวพรพงษ์
? ? ? ? ? ? ?ภาวะลิ้นติดของทารกแรกเกิดมักทำให้เกิดปัญหามารดาเจ็บหัวนมขณะให้นมลูกและทำให้ทารกดูดนมได้ไม่ดี แต่การวินิจฉัยภาวะนี้ยังมีนิยามที่ใช้หลากหลาย ทำให้อุบัติการณ์ที่รายงานมีความแตกต่างกัน สำหรับในประเทศไทย จากการเก็บข้อมูลของคณะแพทยศาสตร์ มศว พบราวร้อยละ 13-14 โดยพบภาวะลิ้นติดที่มีความจำเป็นต้องให้การรักษาประมาณครึ่งหนึ่งของที่พบทั้งหมด คือ ภาวะลิ้นติดปานกลางและรุนแรง โดยหลังการให้การวินิจฉัย หากทำการผ่าตัดแก้ไขภายในสัปดาห์แรกหลังคลอดได้ 1 จะลดปัญหาเรื่องมารดาเจ็บหัวนม ทารกกินได้น้อย หรือทารกตัวเหลือง และเป็นการช่วยส่งเสริมการเลี้ยงลูกด้วยนมแม่ด้วย อย่างไรก็ตาม ยังมีปัญหาการขาดการดูแลและการให้การผ่าตัดรักษาที่ยังขาดบุคลาการทางการแพทย์ที่รับผิดชอบที่ชัดเจน โดยบางแห่งกุมารแพทย์เป็นผู้ดูแล แต่บางแห่งอาจเป็นศัลยแพทย์ แพทย์ทางโสต ศอ นาสิก หรือสูติแพทย์ดูแลเอง ในขณะที่ส่วนใหญ่ขาดผู้ดูแลและวางระบบการให้การรักษา ดังนั้น การบริหารจัดการสร้างระบบและเครือข่ายการดูแลรักษาจึงเป็นสิ่งจำเป็นที่ต้องทำให้เกิดขึ้น เพื่อเป็นการสนับสนุนและส่งเสริมการเลี้ยงลูกด้วยนมแม่
เอกสารอ้างอิง
ภาวิน พัวพรพงษ์. รอบรู้เรื่องการเลี้ยงลูกด้วยนมแม่. นครนายก: ซี.ที. ดอทคอม; 2558.
รศ.นพ.ภาวิน พัวพรพงษ์
? ? ? ? ? ? ? ?ประโยชน์ของนมแม่มีมากมายหลายอย่าง แต่สิ่งหนึ่งที่สำคัญคือ การถ่ายทอดภูมิคุ้มกันที่ต่อต้านการติดเชื้อให้แก่ทารกโดยเฉพาะการติดเชื้อทางเดินหายใจ และการเกิดท้องเสีย ซึ่งมีการศึกษาพบว่า การให้ลูกกินนมแม่นาน ยิ่งลดความเสี่ยงในการเกิดการติดเชื้อทางเดินหายใจ และการเกิดท้องเสีย อย่างไรก็ตาม ในการศึกษานั้นเปรียบเทียบความเจ็บป่วยของทารกที่กินนมแม่ที่สามเดือน และหกเดือน โดยการกินนมแม่ที่หลังคลอดที่สามเดือนนั้นวิเคราะห์ผลในทารกที่กินนมแม่เป็นหลัก แต่ที่หลังคลอดหกเดือนวิเคราะห์ผลในทารกที่กินนมแม่ร่วมกับอาหารเสริม ซึ่งพบว่า ทารกที่กินนมแม่ที่หกเดือนมีผลต่อการลดการติดเชื้อลงได้ถึงร้อยละ 551 ดังนั้น หากส่งเสริมให้มารดาได้ให้ลูกกินนมแม่อย่างเดียวหกเดือนแรกหลังคลอด อัตราการลดการติดเชื้อในทารกอาจพบน้อยลงได้อีก จึงมีความน่าสนใจที่จะทำการศึกษาเพิ่มเติมในระยะต่อไป
เอกสารอ้างอิง
Raheem RA, Binns CW, Chih HJ. Protective effects of breastfeeding against acute respiratory tract infections and diarrhoea: Findings of a cohort study. J Paediatr Child Health 2017.
รศ.นพ.ภาวิน พัวพรพงษ์
? ? ? ? ? ? ? เป็นที่ทราบกันดีว่า รายได้ของครอบครัวมีผลต่อการเลี้ยงลูกด้วยนมแม่ ครอบครัวที่มีรายได้สูงมีความสัมพันธ์กับอัตราการเลี้ยงลูกด้วยนมแม่สูงด้วย อย่างไรก็ตาม สำหรับการเลี้ยงลูกด้วยนมแม่อย่างเดียวในหกเดือนแรกหลังคลอดกลับพบว่า มารดาที่มีรายได้ของครอบครัวสูงเลี้ยงลูกด้วยนมแม่อย่างเดียวในหกเดือนแรกหลังคลอดน้อยกว่ามารดาที่มีรายได้ของครอบครัวต่ำ 1 สิ่งนี้อาจสะท้อนถึงผลของการเลี้ยงลูกด้วยนมแม่ที่อาจช่วยในการประหยัดค่าใช้จ่ายของครอบครัว นอกจากนี้ อาจสะท้อนถึงการตัดสินใจแก้ไขปัญหาโดยการซื้อและให้นมผงดัดแปลงสำหรับทารกในมารดาที่มีรายได้สูง อาจตัดสินใจง่ายกว่าที่จะทางเลือกนี้ ดังนั้น แม้ในครอบครัวที่มีรายได้สูงก็ยังคงจำเป็นที่จะต้องเน้นถึงความสำคัญของการเลี้ยงลูกด้วยนมแม่อย่างเดียวในหกเดือนแรกด้วย
เอกสารอ้างอิง
Qin H, Zhang L, Zhang L, et al. Prevalence of Breastfeeding: Findings from the First Health Service Household Interview in Hunan Province, China. Int J Environ Res Public Health 2017;14.
เรื่องนำทาง
แหล่งความรู้ เกี่ยวกับสูติ-นรีเวช (Obstetrics-Gynecology)