รศ.นพ.ภาวิน พัวพรพงษ์
??????????????? ทารกตามปกติที่คลอดครบกำหนดไม่มีภาวะแทรกซ้อน เมื่อให้นมตามอาการแสดงว่าลูกหิว ทารกจะดูดนมได้ดี แต่ในทารกที่คลอดก่อนกำหนด หรือน้ำหนักตัวน้อยมักกินนมไปได้สักครู่แล้วหลับ ทำให้บางครั้งอาจได้รับนมไม่เพียงพอ การใช้มือบีบนวดเต้านม ให้น้ำนมไหลออกมาจะกระตุ้นให้ทารกกินนมต่อได้ นอกจากนี้ การใช้นิ้วกระตุ้นบริเวณแก้มหรือมุมปากจะทำให้ลูกขยับปากและดูดนมต่อเช่นกัน หากทารกติดหลับหลังกินนมและแก้ไขด้วยวิธีเบื้องต้นแล้ว ทารกมีน้ำหนักขึ้นน้อยกว่าเกณฑ์ ควรต้องปรึกษาแพทย์ผู้เชี่ยวชาญในการให้คำปรึกษาเรื่องการเลี้ยงลูกด้วยนมแม่ เพื่อวางแผนให้การดูแลทารกให้สามารถเจริญเติบโตได้อย่างเหมาะสมและสามารถยังได้ประโยชน์จากการกินนมแม่อย่างต่อเนื่อง ซึ่ง ในกลุ่มที่ทารกน้ำหนักขึ้นน้อยกว่าเกณฑ์จะถือเป็นความเสี่ยงอย่างหนึ่งที่อาจทำให้มารดาหยุดให้นมแม่ก่อนระยะเวลาที่เหมาะสม จึงควรมีการติดตามดูแลมารดาเหล่านี้อย่างใกล้ชิด1
เอกสารอ้างอิง
The Office on Women?s Health. Your guide to breastfeeding. 2017
รศ.นพ.ภาวิน พัวพรพงษ์
??????????????? ในการให้ลูกกินนมแม่นั้น แนะนำให้ให้ตามความต้องการของลูก ดังนั้น มารดาจึงต้องสังเกตและเข้าใจถึงอาการที่บ่งบอกว่าลูกหิว โดยอาการที่จะบอกถึงอาการหิวของทารก คือ ทารกอาจตื่นตัว ขยับตัว หันศีรษะไปมา เพื่อมองหาเต้านม อาจเห็นทารกทำปากดูดจุ๊บๆ หรืออมนิ้วหรืออมมือ โดยหากทำการสัมผัสบริเวณแก้มทารก ทารกจะหันหน้าเข้าหา และเตรียมการที่จะดูดนม อาการเหล่านี้ หากมารดาได้อยู่กับทารกตลอด 24 ชั่วโมง มารดาจะสังเกตอาการเหล่านี้ได้เร็ว และตอบสนองโดยการให้ทารกกินนมได้ตามความต้องการได้อย่างเหมาะสมและรวดเร็ว การที่รอให้ทารกร้อง หรือหงุดหงิดก่อนแล้วจึงให้ทารกกินนมนั้นเป็นกระบวนการการให้นมที่ไม่เหมาะสม ซึ่งช้าเกินไป ทำให้ทารกอาจหงุดหงิด งอแง ไม่ยอมเข้าเต้า ต้องปลอบให้ทารกสงบก่อน แล้วจึงดำเนินการจัดท่าให้ทารกเข้าเต้า และกินนมได้ ความเข้าใจเหล่านี้มีความสำคัญและมีความแตกต่างจากความเชื่อที่มีอาจพบดั้งเดิมคือ หากทารกร้องกวน ต้องรอให้ทารกร้องไปก่อนซักระยะ แล้วจึงทำการให้นม จะไม่ทำให้ทารกไม่เอาแต่ใจ ซึ่งขัดกับหลักข้อแนะนำที่ให้ปฏิบัติในการให้นมลูกจากความรุ้ในปัจจุบัน1
เอกสารอ้างอิง
The Office on Women?s Health. Your guide to breastfeeding. 2017
รศ.นพ.ภาวิน พัวพรพงษ์
??????????????? ธรรมชาติของหัวนมจะเป็นอวัยวะที่มีความไวต่อการสัมผัสและความรู้สึกอยู่แล้ว ดังนั้นในมารดาครรภ์แรกเมื่อให้ลูกกินนมใหม่ๆ จะมีอาการเจ็บหัวนมได้ เนื่องจากการเสียดสีจากการดูดนมของลูก อย่างไรก็ตาม หากมารดาจัดท่าให้นมได้เหมาะสม อาการเจ็บหัวนมมักจะเป็นช่วงแรกของการให้นม จากนั้นจะดีขึ้น เนื่องจากร่างกายของมารดามีกลไกการปรับตัวมีการหลั่งไขมันจากต่อมไขมันบริเวณลานนมและน้ำนมของมารดาเองที่ช่วยเคลือบหัวนมและลานนม ลดแรงเสียดทาน ทำให้มารดาหายเจ็บเต้านม ซึ่งอาการเจ็บหัวนมที่จะเป็นปัญหาที่ทำให้มารดาหยุดการเลี้ยงลูกด้วยนมแม่ก่อนเวลาอันควร มักเป็นการเจ็บหัวนมที่ต่อเนื่องนานเกินหนึ่งสัปดาห์ และเป็นมากกว่าครึ่งหนึ่งของจำนวนครั้งที่ให้นม ซึ่งสาเหตุหลักที่พบ ได้แก่ การเข้าเต้าที่ไม่เหมาะสม การที่ทารกมีภาวะลิ้นติด หรือการที่น้ำนมมารดาไหลเร็วเกินไป 1 ดังนั้น หากมีลักษณะการเจ็บหัวนมที่มีนัยสำคัญ ควรหาสาเหตุเพื่อการแก้ไขที่เหมาะสม เพื่อป้องกันภาวะแทรกซ้อนที่รุนแรงได้แก่ การอักเสบเต้านม หรือฝีที่เต้านมที่เป็นอันตรายและต้องการการดูแลจากผู้เชี่ยวชาญอย่างใกล้ชิด
เอกสารอ้างอิง
Puapornpong P, Paritakul P, Suksamarnwong M, Srisuwan S, Ketsuwan S. Nipple Pain Incidence, the Predisposing Factors, the Recovery Period After Care Management, and the Exclusive Breastfeeding Outcome. Breastfeed Med 2017;12:169-73.
รศ.นพ.ภาวิน พัวพรพงษ์
? ? ? ? ? ? การแก้ไขความเชื่อในเรื่องนี้ ต้องการความรู้ความเข้าใจในเรื่องปริมาณนมแม่ที่เหมาะสมกับลูกในระยะแรก ต้องการกำลังใจที่จะสนับสนุน ให้ความมั่นใจ โดยอาจมาจากสามีหรือบุคลากรทางการแพทย์ น้ำหนักทารกในระยะแรกหลังคลอดก็เป็นอีกสิ่งหนึ่งที่ต้องทำความเข้าใจ น้ำหนักลูกมักลดลงอยู่แล้วในสัปดาห์แรก ซึ่งหากลดลงไม่มากไม่เกินร้อยละ 7 ก็ไม่ต้องมีความกังวล เนื่องจากลูกที่อยู่ในครรภ์อยู่ในน้ำคร่ำ เมื่อคลอดออกมาแล้ว ตัวทารกแห้งขึ้น น้ำหนักจะลดลงเป็นปกติ ดังนั้น การที่ทารกยังมีค่าน้ำหนักเป็นไปตามเกณฑ์หลังกินนมแม่ก็น่าจะยืนยันว่า นมแม่มีเพียงพอแล้ว
รศ.นพ.ภาวิน พัวพรพงษ์
??????????? การที่น้ำนมแม่มาเล็กน้อยในระยะแรกถือเป็นปกติและเพียงพอสำหรับทารกแรกที่เกิดใหม่ๆ เนื่องจากกระเพาะทารกยังมีขนาดเล็กเริ่มแรกราวขนาดลูกแก้วที่เหมาะสมกับน้ำนมระยะแรกที่ยังมาน้อย แต่ก็อาจทำให้มารดามักเข้าใจผิดว่าน้ำนมไม่เพียงพอสำหรับลูก จึงมักเสริมนมผงดัดแปลงสำหรับทารกให้แก่ลูกด้วยความวิตกกังวลว่าลูกจะกินไม่พอ เมื่อลูกได้กินนมผงที่ชงจากขวดนมที่จะไหลเร็วจะทำให้ทารกติดขวดนมได้ง่าย และเกิดการสับสนระหว่างการดูดนมจากเต้านมและจากการกินนมจากขวด เนื่องจากเทคนิคการดูดนมมีความแตกต่างกัน เด็กที่กินนมผงชงจะติดกับการไม่ต้องออกแรงดูดนมเนื่องจากน้ำนมไหลเร็วอยู่แล้ว และไม่สามารถควบคุมปริมาณการกินนมได้ด้วยตนเอง เมื่อเติบโตขึ้นจึงมีโอกาสเกิดภาวะน้ำหนักเกินหรือโรคอ้วนมากกว่า ซึ่งจะแตกต่างจากเด็กที่กินนมแม่ที่สามารถควบคุมปริมาณการกินนมได้ด้วยตนเอง เมื่อมารดาให้ขวดนมสลับกับนมแม่ ลูกจึงมักหงุดหงิดและไม่พอใจเมื่อกินนมจากเต้าที่ไม่ไหลเร็วทันใจเหมือนนมจากขวด มารดาจะเห็นลูกพึงพอใจเมื่อกินนมจากขวด ยิ่งทำมารดายิ่งมีความเชื่อว่าน้ำนมไม่เพียงพอเข้าไปใหญ่ วังวนนี้ส่งผลให้สุดท้ายลูกต้องหยุดกินนมแม่ เพราะขาดการกระตุ้น และดูดนมจากเต้านม
เรื่องนำทาง
แหล่งความรู้ เกี่ยวกับสูติ-นรีเวช (Obstetrics-Gynecology)