รศ.นพ.ภาวิน พัวพรพงษ์
? ? ? ? ? ? ?ในกระบวนการในการดูแลหลังคลอด หากไม่ได้เป็นโรงพยาบาลสายสัมพันธ์แม่ลูกหรือโรงพยาบาลที่ส่งเสริมการเลี้ยงลูกด้วยนมแม่ ในช่วงระยะแรกหลังคลอดจะมีโอกาสที่การให้การดูแลจะแยกมารดาไว้ที่หอผู้ป่วยหลังคลอด และแยกทารกไว้ที่ห้องเด็กอ่อน การแยกกันระหว่างมารดาและทารกจะเพิ่มความเสี่ยงและโอกาสที่ทารกจะเกิดความผิดปกติสูงขึ้นได้ เนื่องจากพบว่า ทารกที่แยกจากอกมารดามาอยู่ในห้องเด็กอ่อนจะพบว่าทารกจะร้องไห้บ่อยกว่าและร้องไห้นานกว่า โดยกระบวนการที่พบจากการแยกกันระหว่างมารดาและทารกที่พบในสัตว์ทดลอง ทารกจะมีพฤติกรรมประท้วง (protest) โดยการร้องไห้เรียกร้องความสนใจ แต่หากขาดการสนใจ ทารกก็จะมีพฤติกรรมสิ้นหวัง (despair) โดยการแยกตัว มีพัฒนาการที่ช้า น้ำหนักขึ้นน้อย ภูมิคุ้มกันลดลง ก้าวร้าว แยกตัวจากเพื่อน ซึ่งกระบวนการทางพฤติกรรมที่พบในสัตว์ทดลองนี้คาดว่าจะมีผลลักษณะเดียวกันกับทารกของมนุษย์ ดังนั้น การแยกแม่แยกลูกหลังคลอดต้องถือเป็นความเสี่ยงอย่างหนึ่งต่อชีวิตทารกที่ควรหลีกเลี่ยงและไม่ควรให้สิ่งนี้เกิดขึ้นในกระบวนการการดูแลรักษาในมารดาและทารกที่ปกติและปราศจากภาวะแทรกซ้อน
เอกสารอ้างอิง
Ovtscharoff W, Jr., Braun K. Maternal separation and social isolation modulate the postnatal development of synaptic composition in the infralimbic cortex of Octodon degus. Neuroscience 2001;104:33-40.
รศ.นพ.ภาวิน พัวพรพงษ์
? ? ? ? ? ? ? ? ? การที่ทารกได้สัมผัสกับอกของมารดาโดยเนื้อแนบเนื้อจากการโอบกอดจะช่วยเพิ่มความรักความผูกพันระหว่างมารดาและทารก แล้วความรักความผูกพันระหว่างมารดาและทารกเพิ่มขึ้นได้อย่างไร มีคำอธิบายจากการที่ทารกได้สัมผัสผิวกับมารดาเนื้อแนบเนื้อจะกระตุ้นระบบประสาทการรับรู้ และมีผลต่อสารออกฤทธิ์ทางชีวภาพและฮอร์โมนหลายตัว ได้แก่ โอปิออยด์ (opiod) ที่จะมีผลต่อการหลั่งสารเอนโดรฟิน (endorphin) ที่จะทำให้มารดามีความสุข โปรแลคตินที่จะช่วยในการสร้างน้ำนม และออกซิโทซินที่จะช่วยส่งเสริมความรักและความผูกพันระหว่างมารดาและทารก ความสัมพันธ์ของการหลั่งฮอร์โมนเหล่านี้ จะเห็นได้จากขณะที่มารดาคิดถึงทารก จะรู้สึกมีความรักความผูกพัน และมีน้ำนมไหล มีการศึกษาถึงผลของการโอบกอดทารกเนื้อแนบเนื้อที่มีผลต่อความรักความผูกพัน ได้จัดให้มีการโอบกอดทารกเนื้อแนบเนื้อในช่วงระยะแรกหลังคลอดตั้งแต่ 15-60 นาที จากนั้นติดตามผลพบว่า มารดาจะจูบและหอมทารก และจ้องหน้าทารกที่ระยะสามเดือนหลังคลอดมากกว่า มารดาจะอุ้ม สัมผัส และพูดเรื่องราวดี ๆ กับทารกที่ระยะหนึ่งปีหลังคลอดมากกว่า นอกจากนี้ ยังพบว่ามารดามาติดตามการนัดหมายมากกว่า และให้ลูกกินนมแม่นานขึ้นด้วย1
เอกสารอ้างอิง
Widstrom AM, Wahlberg V, Matthiesen AS, et al. Short-term effects of early suckling and touch of the nipple on maternal behaviour. Early Hum Dev 1990;21:153-63.
รศ.นพ.ภาวิน พัวพรพงษ์
? ? ? ? ? ? ? การที่ทารกสงบหรือผ่อนคลายเมื่ออยู่บนอกของมารดานั้น น่าจะเกิดจากปัจจัยหลายอย่าง ในขณะที่อยู่ในครรภ์ทารกจะอบอุ่น ได้รับอาหารจากสายสะดือ และคุ้นเคยกับบรรยากาศที่มีจังหวะการเต้นของหัวใจมารดาที่พอเหมาะ เมื่อทารกคลอดออกมาแล้ว ที่ที่จะมีบรรยากาศใกล้เคียงกับในมดลูก คือ อกของมารดา โดยที่อกของมารดาหลังคลอดจะมีการตึงคัดของเต้านม อุณหภูมิของเต้านมจะสูงขึ้น ทำให้ทารกอบอุ่น และที่เต้านมจะมีน้ำนมที่เป็นแหล่งอาหารของทารก ร่ วม กับบนอกมารดา ทารกจะยังได้ยินจังหวะการเต้นของหัวใจมารดา ซึ่งเป็นจังหวะที่ทารกคุ้นเคย สิ่งเหล่านี้จะช่วยให้ทารกปรับตัวได้ดีเมื่อมีการเปลี่ยนแปลงจากการที่อยู่ในมารดาออกมาสู่สิ่งแวดล้อมภายนอก เมื่อทารกสงบหรือผ่อนคลาย ก็จะมีการใช้พลังงาน้อยลง ซึ่งจะช่วยในการป้องกันทารกจากการเกิดภาวะน้ำตาลต่ำที่เป็นผลมาจากความเครียดที่จะทำให้ทารกมีจังหวะการเต้นของหัวใจที่เร็วและมีหายใจเร็ว นอกจากนี้ ขณะอยู่บนอกมารดาทารกจะรู้สึกปลอดภัย ช่วยกระตุ้นฮอร์โมนออกซิโทซินที่เป็นฮอร์โมนแห่งความรักและความผูกพัน ทำให้มีสายสัมพันธ์ระหว่างมารดาและทารก ลดการทอดทิ้งทารกในระยะหลังคลอด1
เอกสารอ้างอิง
Zanardo V, Volpe F, de Luca F, Straface G. A temperature gradient may support mother-infant thermal identification and communication in the breast crawl from birth to breastfeeding. Acta Paediatr 2017.
รศ.นพ.ภาวิน พัวพรพงษ์
? ? ? ? ? ? ? ? ? หลังคลอด หากวางทารกไว้ที่อกมารดา ทารกจะผ่านกระบวนการร้องไห้ ผ่อนคลาย ตื่นตัว เคลื่อนไหว พัก คืบคลาน คุ้นเคย ดูดนม และหลับ ซึ่งหากไม่มีการรบกวน ทารกจะคืบคลานเข้าหาเต้านมเมื่อเวลาผ่านไปราว 1 ชั่วโมง มีคำถามว่า ทำไมทารกจึงรู้ว่าหัวนมหรือเต้านมของมารดาอยู่ที่ไหน ทำไมทารกจึงเคลื่อนไปหาเต้านมได้อย่างถูกต้อง คำอธิบายในส่วนนี้ อธิบายจากการมองเห็นของทารกจะมองเห็นได้ในระยะใกล้ ๆ และเห็นสีขาวดำได้ชัดเจน การที่หัวนมและลานนมของมารดามีสีคล้ำหรือเข้มขึ้น จะช่วยให้ทารกมองเห็นหัวนมและลานนมได้ดีขึ้น กลิ่นของน้ำนม หากมารดาเริ่มมีน้ำนม ทารกจะได้กลิ่นของน้ำนมและเคลื่อนเข้าหาหัวนมที่เป็นแหล่งที่จะให้น้ำนมที่เป็นอาหารสำหรับทารก นอกจากนี้ ยังมีการศึกษาพบว่าอุณหภูมิของหัวนมและลานนมที่อุ่นกว่า จะมีส่วนในการนำพาทารกเข้าหาหัวนมและลานนม1 จะเห็นว่า ประสาทสัมผัสทารกที่มีอยู่จะช่วยนำพาทารกเข้าหาหัวนมและเต้านม ซึ่งเป็นกระบวนการตามธรรมชาติที่จะช่วยให้ทารกอยู่รอดและปลอดภัยบนอกมารดาและได้รับนมแม่ที่เป็นอาหารที่มีประโยชน์ต่อการรอดชีวิตของทารก
เอกสารอ้างอิง
Zanardo V, Volpe F, de Luca F, Straface G. A temperature gradient may support mother-infant thermal identification and communication in the breast crawl from birth to breastfeeding. Acta Paediatr 2017.
รศ.นพ.ภาวิน พัวพรพงษ์
??????????? ในสตรีที่ตั้งครรภ์และให้นมบุตรมีความต้องการสารน้ำต่อวันเพิ่มขึ้น โดยในสตรีตั้งครรภ์มีความต้องการน้ำเพิ่มขึ้น 300 มิลลิลิตรต่อวัน คือควรดื่มน้ำเพิ่มขึ้นประมาณวันละ 1 แก้ว ในสตรีที่ให้นมบุตรมีความต้องการน้ำเพิ่มขึ้น 700 มิลลิลิตรต่อวัน คือควรดื่มน้ำเพิ่มขึ้นประมาณวันละ 3 แก้ว ซึ่งมีการศึกษาวิจัยถึงการดื่มน้ำในสตรีตั้งครรภ์หรือสตรีให้นมบุตรในประเทศอินโดนีเซียพบว่า สตรีตั้งครรภ์ได้รับน้ำต่อวันไม่เพียงพอร้อยละ 42 และสตรีที่ให้นมบุตรได้รับน้ำต่อวันไม่เพียงพอร้อยละ 541 ซึ่งการได้รับน้ำไม่เพียงพออาจเกิดผลเสียต่อมารดาและทารกได้ แต่ในประเทศไทยยังขาดข้อมูลสำรวจถึงการได้รับน้ำของสตรีตั้งครรภ์และให้นมบุตร ดังนั้น ควรมีการศึกษาถึงข้อมูลเหล่านี้ในประเทศไทยเพื่อทราบถึงขนาดของปัญหา วางแผนการรณรงค์และให้ความรู้สื่อสารให้สตรีตั้งครรภ์และให้นมบุตรเข้าใจและได้รับสารน้ำเพียงพอ เพื่อส่งเสริมคุณภาพและการให้นมบุตรให้ดีขึ้น
เอกสารอ้างอิง
Bardosono S, Morin C, Guelinckx I, Pohan R. Pregnant and Breastfeeding Women: Drinking for Two? Ann Nutr Metab 2017;70 Suppl 1:13-7.
เรื่องนำทาง
แหล่งความรู้ เกี่ยวกับสูติ-นรีเวช (Obstetrics-Gynecology)