รศ.นพ.ภาวิน พัวพรพงษ์
แม้ว่าการให้ลูกกินนมแม่จะช่วยเรื่องการลดน้ำหนักของมารดา แต่การวิตกกังวลเรื่องรูปร่าง การลดน้ำหนัก และภาวะซึมเศร้าอาจส่งผลเสียต่อการเลี้ยงลูกด้วยนมแม่ได้ มีการศึกษาในมารดาที่มีความวิตกกังวลเกี่ยวกับรูปร่างพบว่ามีความสัมพันธ์กับภาวะผิดปกติเกี่ยวกับการกินสูงและมีความเชื่อมั่นในการเลี้ยงลูกด้วยนมแม่ต่ำ1 ซึ่งส่งผลเสียต่ออัตราการเลี้ยงลูกด้วยนมแม่ ดังนั้น การให้คำปรึกษาขอ งบุคลากรทางการแพทย์เพื่อสร้างมุมมองเกี่ยวกับรูปร่าง และการชี้ให้เห็นถึงประโยชน์และความสำคัญของนมแม่ที่เหมาะสม จะช่วยให้มารดามีทัศนคติที่ดีเกี่ยวกับการเลี้ยงลูกด้วยนมแม่ ทั้งนี้ประกอบกับการให้การสนับสนุนการเลี้ยงลูกด้วยนมแม่อย่างใกล้ชิด จะช่วยให้มารดามีความมั่นใจในการเลี้ยงลูกด้วยนมแม่ที่จะช่วยส่งเสริมหรือเพิ่มอัตราการเลี้ยงลูกด้วยนมแม่ได้
เอกสารอ้างอิง
Rodgers RF, O’Flynn JL, Bourdeau A, Zimmerman E. A biopsychosocial model of body image, disordered eating, and breastfeeding among postpartum women. Appetite 2018;126:163-8.
รศ.นพ.ภาวิน พัวพรพงษ์
กระบวนการการจัดการให้บริการระหว่างการตั้งครรภ์มีผลต่อการเลี้ยงลูกด้วยนมแม่ โดยเฉพาะการจัดการให้ความรู้แก่มารดาและครอบครัว การจัดให้บริการโดยทั่วไปจะมุ่งให้ความรู้แก่มารดาแต่ละคนโดยไม่มีจุดเน้นประเด็นสำคัญจะมีความแตกต่างจากการจัดบริการที่ให้ความสำคัญแก่การตั้งครรภ์โดยใช้การตั้งครรภ์เป็นศูนย์กลาง มีการศึกษาที่เปรียบเทียบผลการเริ่มต้นการเลี้ยงลูกด้วยนมแม่ระหว่างการจัดการบริการการตั้งครรภ์โดยทั่วไปกับการจัดบริการที่ใช้การตั้งครรภ์เป็นศูนย์กลาง พบว่าการจัดบริการที่ใช้การตั้งครรภ์เป็นศูนย์กลางมีการเริ่มต้นการเลี้ยงลูกด้วยนมแม่สูงกว่าการจัดการบริการการตั้งครรภ์โดยทั่วไ ป 1 ดังนั้น บุคลากรทางการแพทย์ควรให้ความสำคัญกับรูปแบบการจัดให้บริการดูแลมารดาและครอบครัวระหว่างการตั้งครรภ์ โดยเลือกการรูปแบบการจัดบริการที่สนับสนุนการเลี้ยงลูกด้วยนมแม่
เอกสารอ้างอิง
Robinson K, Garnier-Villarreal M, Hanson L. Effectiveness of CenteringPregnancy on Breastfeeding Initiation Among African Americans: A Systematic Review and Meta-analysis. J Perinat Neonatal Nurs 2018;32:116-26.
รศ.นพ.ภาวิน พัวพรพงษ์
แม้ว่าคุณประโยชน์ของการเลี้ยงลูกด้วยนมแม่จะมีมากหลาย แต่อัตราการเลี้ยงลูกด้วยนมแม่ก็ยังต่ำและยังไม่ถึงเกณฑ์ที่องค์การอนามัยโลกตั้งไว้คือร้อยละ 50 ทางหนึ่งคือการจ่ายค่าตอบแทนให้แก่มารดาที่มีการเลี้ยงลูกด้วยนมแม่ได้ตามกำหนด โดยมีการศึกษาพบว่าในพื้นที่ที่มีอัตราการเลี้ยงลูกด้วยนมแม่ต่ำ การจ่ายค่าตอบแทนให้กับมารดาสามารถเพิ่มอัตราการเลี้ยงลูกด้วยนมแม่ได้ 1 ซึ่งการลงทุนเพื่อเพิ่มอัตราการเลี้ยงลูกด้วยนมแม่เพื่อเป็นการสร้างรากฐานของสุขภาพที่ดี แม้การจ่ายค่าตอบแทนจะสามารถเพิ่มอัตราการเลี้ยงลูกด้วยนมแม่ได้ แต่การสร้างพื้นฐานของความเข้าใจในเรื่องประโยชน์และความสำคัญของการเลี้ยงลูกด้วยนมแม่ยังคงเป็นสิ่งที่จำเป็นที่ควรมีการสนับสนุน เพื่อสร้างความรู้และทัศนคติที่ดีต่อการเลี้ยงลูกด้วยนมแม่ของมารดาและครอบครัว สร้างค่านิยมและวัฒนธรรมนมแม่ให้เกิดในสังคม จนเกิดเป็นสังคมนมแม่ สิ่งนี้จะสร้างความยั่งยืนของการสนับสนุนการเลี้ยงลูกด้วยนมแม่ที่คงทนและยาวนานกว่า ดังนั้น การสร้างความยั่งยืนของการเลี้ยงลูกด้วยนมแม่เป็นสิ่งที่มีความจำเป็นที่ไม่ใช่แค่เพียงการเพิ่มอัตราการเลี้ยงลูกด้วยนมแม่ที่เป็นเพียงชั่วครั้งชั่วคราวเท่านั้น
เอกสารอ้างอิง
Relton C, Strong M, Thomas KJ, et al. Effect of Financial Incentives on Breastfeeding: A Cluster Randomized Clinical Trial. JAMA Pediatr 2018;172:e174523.
รศ.นพ.ภาวิน พัวพรพงษ์
อาชีพพยาบาล แม้จะมีความรู้เรื่องสุขภาพเป็นอย่างดี รวมทั้งเรื่องความสำคัญและประโยชน์ของการเลี้ยงลูกด้วยนมแม่ แต่ด้วยลักษณะของอาชีพเอง อาจพบอุปสรรคที่ขัดขวางหรือทำให้การเลี้ยงลูกด้วยนมแม่ทำได้ด้วยความยากลำบาก มีการศึกษาพบว่า อุปสรรคของแม่ที่เป็นพยาบาลที่ต้องการเลี้ยงลูกด้วยนมแม่เมื่อกลับมาทำงาน ได้แก่ นโยบายและแนวทางในการปฏิบัติสำหรับบุคลากรที่เลี้ยงลูกด้วยนมแม่ของโรงพยาบาลความยืดหยุ่นของการอนุญาตให้แม่ลาพักเพื่อการเลี้ยงลูกด้วยนมและความยืดหยุ่นของลักษณะของการขึ้นเวรของพยาบาล การขาดแผนกหรือหน่วยงานที่รับดูแลทารกที่เป็นบุคลากรของโรงพยาบาลระหว่างวัน 1 อย่างไรก็ตาม การที่มารดาหรือบิดานำทารกมาโรงพยาบาลเพื่อที่จะสร้างโอกาสให้ลูกได้กินนมแม่ก็เป็นกลวิธีอย่างหนึ่งที่สนับสนุนการเลี้ยงลูกด้วยนมแม่เมื่อแม่จำเป็นต้องกลับมาทำงาน
เอกสารอ้างอิง
Riaz S, Condon L. The experiences of breastfeeding mothers returning to work as hospital nurses in Pakistan: A qualitative study. Women Birth 2018.
รศ.นพ.ภาวิน พัวพรพงษ์
ผลดีของการเลี้ยงลูกด้วยนมแม่ส่งผ่านการพัฒนาการของระบบประสาทและสมอง ซึ่งพบว่าทารกที่กินนมแม่มีเชาว์ปัญญา (IQ) ที่สูงกว่าเมื่อเข้าสู่วัยเด็ก แต่ผลระยะยาวเมื่อเข้าสู่วัยชรายังมีการศึกษาน้อย อย่างไรก็ตาม มีการศึกษาแบบสังเกตในผู้ชายที่ย่างเข้าวัยชราที่มีประวัติการกินนมแม่พบมีความสามารถในการรู้คิด (cognitive ability) สูงกว่า1 ซึ่งผลจากการศึกษานี้ แสดงแนวโน้มประโยชน์ของนมแม่ที่ส่งผลดีต่อสุขภาพของทารกตลอดอายุขัย ดังนั้น จึงสนับสนุนคำกล่าวที่ว่า “นมแม่เป็นรากฐานของสุขภาพและชีวิต”
เอกสารอ้างอิง
Rantalainen V, Lahti J, Henriksson M, et al. Association between breastfeeding and better preserved cognitive ability in an elderly cohort of Finnish men. Psychol Med 2018;48:939-51.
เรื่องนำทาง
แหล่งความรู้ เกี่ยวกับสูติ-นรีเวช (Obstetrics-Gynecology)