คลังเก็บหมวดหมู่: ความรู้สำหรับนักศึกษา

ความรู้สำหรับนักศึกษา

ความเสี่ยงของการใช้สารอาหารอื่นแทนนมแม่

รศ.นพ.ภาวิน พัวพรพงษ์

               ความเสี่ยงจากการไม่ได้กินนมแม่ เกิดจากการขาดการได้รับภูมิคุ้มกันที่มีในนมแม่ ซึ่งเป็นผลให้มีการเจ็บป่วยบ่อย และการขาดความสมดุลของการได้รับสารอาหารที่จำเป็นที่จะช่วยในการพัฒนาการเจริญเติบโตของสมองและการพัฒนาการของลำไส้   สำหรับความเสี่ยงของการใช้สารอาหารอื่น ๆ แทนนมแม่ 1 ได้แก่

  • นมผงดัดแปลงสำหรับทารกอาจจะปนเปื้อนจากความผิดพลาดในการผลิต
  • นมผงดัดแปลงสำหรับทารกอาจจะไม่สะอาด มีเชื้อโรคที่ทำให้ทารกติดเชื้อและเสียชีวิตได้
  • น้ำที่ใช้ล้างขวดนมอาจจะไม่สะอาด หรือน้ำที่ใช้ผสมนมอาจปนเปื้อน
  • ความผิดพลาดในการผสมหรือชงนม โดยอาจจะผสมข้นหรือจางเกินไป ทำให้ทารกเจ็บป่วยได้
  • คนในครอบครัวอาจจะผสมนมเจือจางเพื่อให้ใช้ได้นมขึ้น
  • นมผงดัดแปลงสำหรับทารกอาจจะทำให้ทารกที่ร้องไห้สงบลงได้ แต่จะนำไปสู่ปัญหาเรื่องน้ำหนักเกิน และการใช้อาหารแก้ปัญหาเมื่อมีความรู้สึกทุกข์ใจ
  • น้ำหรือชาที่ให้แทนนม อาจทำให้ทารกกินนมได้น้อยลงเป็นผลให้น้ำหนักตัวขึ้นน้อย
  • การซื้อนมผงดัดแปลงสำหรับทารกเป็นค่าใช้จ่ายที่ไม่จำเป็นสำหรับครอบครัว ซึ่งหมายถึงการทำให้ค่าใช้จ่ายในด้านอาหารของสมาชิกในครอบครัวลดลงด้วย
  • การตั้งครรภ์ถี่อาจจะเป็นภาระของครอบครัวและสังคม
  • ค่าใช้จ่ายของโรงพยาบาลสูงขึ้นในการจ้างบุคลากร การใช้วัสดุการแพทย์และยาเพื่อใช้ในการดูแลการเจ็บป่วยที่เพิ่มขึ้น

            ความเสี่ยงในการใช้นมผงดัดแปลงสำหรับทารกแทนนมแม่อาจลดลงได้จากความตั้งใจ ใส่ใจในการดูแลการใช้นมผงดัดแปลงสำหรับทารกแทนนมแม่และการดูแลเรื่องความสะอาดในการเตรียม อย่างไรก็ตาม ยังมีความแตกต่างของผลประโยชน์และส่วนประกอบของนมผงดัดแปลงสำหรับทารกกับนมแม่

เอกสารอ้างอิง

  1. ภาวิน พัวพรพงษ์. รอบรู้เรื่องการเลี้ยงลูกด้วยนมแม่. นครนายก: ซี.ที. ดอทคอม; 2558.

นมแม่อาจช่วยภาวะกระดูกพรุนในวัยทองของมารดาได้

                รศ.นพ.ภาวิน พัวพรพงษ์

           มารดาบางคนอาจมีความกังวลเรื่องภาวะกระดูกพรุนในระหว่างการตั้งครรภ์และให้นมลูก หากมีการรับประทานแคลเซียมในปริมาณที่ไม่เพียงพอ ร่างกายจะไปดึงแคลเซียมจากกระดูกมาใช้ แต่มีการศึกษาพบว่าแม้ในระหว่างการเลี้ยงลูกด้วยนมแม่จะมีผลต่อระดับแคลเซียมและฟอสฟอรัสในร่างกายมารดา โดยยิ่งระยะเวลาของการเลี้ยงลูกด้วยนมแม่ที่นานจะมีผลต่อการสูญเสียมวลกระดูก ซึ่งการสูญเสียมวลกระดูกจะพบภาวะกระดูกพรุนได้ แต่ก็เป็นพียงชั่วคราว1 และเมื่อมารดาหยุดการให้นมลูก มวลกระดูกจะกลับสู่ปกติหรือเพิ่มขึ้นและอาจส่งผลในการป้องกันภาวะกระดูกพรุนในวัยทองได้ ซึ่งควรมีการศึกษาวิจัยเพิ่มเติมต่อไปในอนาคต2

เอกสารอ้างอิง

  1. Hwang IR, Choi YK, Lee WK, et al. Association between prolonged breastfeeding and bone mineral density and osteoporosis in postmenopausal women: KNHANES 2010-2011. Osteoporos Int 2016;27:257-65.
  2. Grimes JP, Wimalawansa SJ. Breastfeeding and postmenopausal osteoporosis. Curr Womens Health Rep 2003;3:193-8.

นมแม่ช่วยคุมกำเนิดในมารดาได้

รศ.นพ.ภาวิน พัวพรพงษ์

                 ในสมัยโบราณ การที่จะให้สตรีเว้นระยะของการมีบุตรสามารถทำได้โดยการให้ลูกกินนมแม่ ซึ่งต่อมาเมื่อมีการศึกษาวิจัยเพิ่มขึ้น พบว่าการให้ลูกกินนมแม่จะช่วยในคุมกำเนิด โดยเหตุผลที่ช่วยในการคุมกำเนิดอธิบายจากการเลี้ยงลูกด้วยนมแม่จะช่วยชะลอการตกไข่และการมีประจำเดือน1 จึงมีการเรียกวิธีการคุมกำเนิดนี้ว่า “วิธีการคุมกำเนิดโดยการให้นมลูก (Lactation Amenorrhea Method; LAM)” ซึ่งจากการศึกษาพบว่าสามารถช่วยให้มารดาเว้นระยะการมีบุตรได้ โดยประสิทธิภาพของวิธีการคุมกำเนิดโดยการให้นมลูกจะสูงถึงร้อยละ 98 ในการป้องกันการตั้งครรภ์2 โดยมีข้อสังเกตที่จำเป็นต้องมีในการเลือกวิธีการคุมกำเนิดวิธีนี้ 3 ข้อ ได้แก่

         ประการที่หนึ่งคือ มารดาต้องไม่มีประจำเดือน

          ประการที่สอง มารดาต้องเลี้ยงลูกด้วยนมแม่อย่างเดียวทั้งกลางวันและกลางคืน และไม่เว้นช่วงการให้นมลูกที่นานเกินไป

          ประการที่สาม คือ ใช้ได้ในหกเดือนแรกหลังคลอด

          หากมารดาพบว่าไม่สามารถปฏิบัติตามเงื่อนไข 3 ประการได้ ประสิทธิภาพของการคุมกำเนิดจะลดลง3 มารดาควรคุมกำเนิดด้วยวิธีการคุมกำเนิดอื่นเพิ่มเติมด้วยเพื่อช่วยเพิ่มประสิทธิภาพในป้องกันการตั้งครรภ์4 ซึ่งปัจจุบันอัตราการเลี้ยงลูกด้วยนมแม่อย่างเดียวในช่วงหกเดือนแรกหลังคลอดในประเทศไทยพบร้อยละ 23 การนำวิธีการคุมกำเนิดโดยการให้นมลูกไปใช้ในช่วงหกเดือนแรกจะช่วยลดการใช้ยาเพื่อคุมกำเนิด อย่างไรก็ตาม ควรให้คำปรึกษามารดาถึงเงื่อนไขการปฏิบัติที่เหมาะสม เนื่องจากมารดายังขาดความรู้และความเข้าใจว่า การเลี้ยงลูกด้วยนมแม่อย่างเดียวในช่วงหกเดือนแรกเป็นวิธีการหนึ่งที่ใช้ในการคุมกำเนิดได้5 การรณรงค์ในเรื่องนี้อาจช่วยอัตราการเลี้ยงลูกด้วยนมแม่อย่างเดียวให้สูงขึ้น

เอกสารอ้างอิง

  1. Gross BA, Burger H. Breastfeeding patterns and return to fertility in Australian women. Aust N Z J Obstet Gynaecol 2002;42:148-54.
  2. Fabic MS, Choi Y. Assessing the quality of data regarding use of the lactational amenorrhea method. Stud Fam Plann 2013;44:205-21.
  3. Turk R, Terzioglu F, Eroglu K. The use of lactational amenorrhea as a method of family planning in eastern Turkey and influential factors. J Midwifery Womens Health 2010;55:e1-7.
  4. Shaaban OM, Hassen SG, Nour SA, Kames MA, Yones EM. Emergency contraceptive pills as a backup for lactational amenorrhea method (LAM) of contraception: a randomized controlled trial. Contraception 2013;87:363-9.
  5. Ozsoy S, Aksu H, Akdolun Balkaya N, Demirsoy Horta G. Knowledge and Opinions of Postpartum Mothers About the Lactational Amenorrhea Method: The Turkish Experience. Breastfeed Med 2018;13:70-4.

นมแม่ช่วยลดการเกิดมะเร็งไทรอยด์ในมารดา

รศ.นพ.ภาวิน พัวพรพงษ์

            ไทรอยด์เป็นต่อมที่สร้างฮอร์โมนที่ทำหน้าที่ควบคุมการเผาพลาญพลังงานในร่างกาย และยังมีหน้าที่อื่นร่วมด้วย ต่อมไทรอยด์จะอยู่คอ ซึ่งจะสังเกตว่ามีการเคลื่อนขึ้นลงตามการกลืน เมื่อเกิดความผิดปกติของเซลล์ที่มีการเจริญเติบโตขึ้นอย่างรวดเร็วในต่อมไทรอยด์ และเปลี่ยนแปลงไปมะเร็ง อาการที่ตรวจพบคือ การคลำได้ก้อนที่คอบริเวณตำแหน่งของต่อมไทรอยด์ อาจมีอาการเสียงแหบ หายใจหรือกลืนลำบาก และเจ็บที่ลำคอได้ มะเร็งไทรอยด์พบในผู้หญิงบ่อยกว่าในผู้ชายถึง 3 เท่า การที่มารดาเคยเลี้ยงลูกด้วยนมแม่จะลดความเสี่ยงในการเกิดมะเร็งไทรอยด์ลงร้อยละ 9 และการเพิ่มการให้ลูกกินนมแม่ทุกหนึ่งเดือนจะลดความเสี่ยงในการเกิดมะเร็งไทรอยด์เพิ่มขึ้นร้อยละ 41

เอกสารอ้างอิง

  1. Yi X, Zhu J, Zhu X, Liu GJ, Wu L. Breastfeeding and thyroid cancer risk in women: A dose-response meta-analysis of epidemiological studies. Clin Nutr 2016;35:1039-46.

นมแม่ช่วยป้องกันมะเร็งรังไข่ในมารดา

รศ.นพ.ภาวิน พัวพรพงษ์

                มะเร็งรังไข่นั้นแม้ไม่ได้เป็นมะเร็งที่พบบ่อยที่สุดในสตรี แต่มะเร็งรังไข่ก็ยังพบเป็นหนึ่งในห้าของมะเร็งที่พบบ่อยในสตรี ซึ่งเมื่อตรวจพบว่าเป็นมะเร็งรังไข่ ส่วนใหญ่ต้องทำการผ่าตัดทั้งมดลูกและรังไข่ออก ซึ่งมีผลต่อการเจริญพันธุ์และสภาพจิตใจของสตรีเป็นอย่างมาก เนื่องจากเมื่อผ่าตัดรังไข่ออกไปแล้วสตรีจะเข้าสู่วัยทองหากยังมีอายุน้อย หนึ่งในวิธีป้องกันลดการเกิดมะเร็งรังไข่ในสตรี คือ การมีบุตรและให้บุตรกินนมแม่ มีการศึกษาพบว่ามารดาที่เลี้ยงลูกด้วยนมแม่จะลดความเสี่ยงในการเกิดมะเร็งรังไข่ลงร้อยละ 30 เมื่อเทียบกับมารดาที่ไม่ได้เลี้ยงลูกด้วยนมแม่1 และยิ่งระยะเวลาที่ให้นมแม่นานจะสัมพันธ์กับการลดความเสี่ยงในการเกิดมะเร็งรังไข่ได้มากขึ้น1,2

เอกสารอ้างอิง

  1. Li DP, Du C, Zhang ZM, et al. Breastfeeding and Ovarian Cancer Risk: a Systematic Review and Meta-analysis of 40 Epidemiological Studies. Asian Pac J Cancer Prev 2014;15:4829-37.
  2. Luan NN, Wu QJ, Gong TT, Vogtmann E, Wang YL, Lin B. Breastfeeding and ovarian cancer risk: a meta-analysis of epidemiologic studies. Am J Clin Nutr 2013;98:1020-31.