? ? ? ? ? ? ? ? ?รศ.นพ.ภาวิน พัวพรพงษ์
? ? ? ? ? ? ? ? ? วิธีช่วยทารกที่ติดขวดนมกินนมจากเต้า ปกติทารกเมื่อติดขวดนมแล้วมักไม่ยอมดูดนมจากเต้า เนื่องจากน้ำนมจากเต้าจะดูดได้ยากกว่าการดูดนมจากขวด อาจต้องอาศัยเวลาที่ลูกง่วงใกล้จะหลับ หยดนมจากขวดให้ไหลบริเวณหัวนม จะช่วยให้ทารกกินนมจากเต้าได้ดีขึ้น เมื่อทารกฝึึกดูดนมจากเต้าได้ดีแล้ว ก็ไม่มีความจำเป็นต้องใช้นมขวดช่วย แสดงดังวิดีโอด้านล่าง

รศ.นพ.ภาวิน พัวพรพงษ์
??????????? แม้ว่าการเลี้ยงลูกด้วยนมแม่จะเป็นเรื่องธรรมชาติ แต่ปัจจุบันความห่างเหินกันระหว่างคนในครอบครัว ทำให้ความคุ้นเคยหรือการเรียนรู้จากรุ่นสู่รุ่นน้อยลง กระบวนการที่จะดำเนินการให้แม่สามารถสามารถให้นมลูกได้เป็นก่อนกลับบ้านส่วนใหญ่จึงเป็นบทบาทของบุคลากรทางการแพทย์ที่ให้ความรู้และช่วยเหลือให้แม่มีความมั่นใจที่จะให้นมลูกได้ก่อนกลับบ้าน ขณะที่แนวโน้มการอนุญาตให้มารดากลับบ้านหลังการคลอดบุตรในปัจจุบันจะมีช่วงเวลาที่สั้น โดยทั่วไปจะประมาณ 2 วันหลังการคลอด หากมารดาคลอดบุตรปกติทางช่องคลอด เริ่มการดูดนมแม่ เข้าเต้าเร็ว และมีการฝึกให้นมลูกบ่อย ๆ ก่อนมารดากลับบ้านมารดาจะได้รับการประเมินการให้นมลูก ซึ่งมักจะเป็นปัญหาในมารดาที่ผ่าตัดคลอดและการเริ่มต้นการให้นมลูกช้า ทำให้บางครั้งเมื่อมารดาได้รับอนุญาตให้กลับบ้าน มารดายังขาดความมั่นใจในการให้นมลูกด้วยตนเอง ทำให้มารดาอ้างว้าง และหากขาดการให้คำแนะนำว่าควรไปปรึกษาใครหรือที่ใดที่จะช่วยแก้ปัญหาเรื่องการให้นมลูกได้ มารดาอาจหยุดให้นมแม่และเปลี่ยนมาให้นมผงดัดแปลงสำหรับทารก เมื่อวิเคราะห์ปัจจัยที่เป็นปัจจัยที่จะช่วยเตรียมมารดาให้มีความมั่นใจที่จะให้นมลูกได้เป็นก่อนกลับบ้าน คือระบบของโรงพยาบาลที่เอื้อให้เกิดการส่งเสริมและสนับสนุนการเลี้ยงลูกด้วยนมแม่โดยหากโรงพยาบาลที่คลอดเป็นโรงพยาบาลสายสัมพันธ์แม่ลูก จะมีกระบวนการการเตรียมมารดาให้มีความพร้อมตั้งแต่ในช่วงฝากครรภ์ มีโรงเรียนพ่อแม่ มีการสอนการเข้าเต้า การบีบน้ำนมด้วยมือเพื่อเก็บน้ำนมหากมีความจำเป็นในช่วงหลังคลอดก่อนมารดากลับบ้าน และมีการประเมินว่ามารดาสามารถให้นมลูกได้เป็นโดยการสังเกตมารดาให้นมลูกหรือจะประเมินจากคะแนนการเข้าเต้า (LATCH score) ที่มากกว่า 8 อย่างไรก็ตาม ปัญหาที่พบบ่อยคือ มารดาต้องกลับบ้านก่อนที่มารดาจะมีความมั่นใจในการให้นมลูก ดังนั้น จุดที่สำคัญอีกจุดหนึ่งคือ การนัดติดตามมารดาภายใน 3-7 วัน เพื่อมาติดตามและให้คำปรึกษาหรือฝึกสอนมารดาเพิ่มเติมมารดาให้มารดามีความมั่นใจที่จะเลี้ยงลูกด้วยตนเองและไม่เปลี่ยนไปให้ลูกกินนมผงดัดแปลงสำหรับทารก นอกจากนี้ การให้มีคลินิกนมแม่ที่จะนัดติดตามดูแก้ปัญหาการเลี้ยงลูกด้วยนมแม่เป็นที่พึ่งให้แก่มารดาและครอบครัวรวมทั้งมีช่องทางอื่น ๆ เช่น การให้คำปรึกษาทางไลน์ หรือ social media อื่น ๆ การเยี่ยมบ้าน การส่งมารดาให้แก่ทีมที่ให้ติดตามคำปรึกษาการเลี้ยงลูกนมแม่ในชุมชน เช่น ทีมบุคลากรทางการแพทย์จากโรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพระดับตำบลและเจ้าหน้าที่อาสาสมัครสาธารณสุขอย่างเป็นระบบ จะทำให้การดูแลสนับสนุนการเลี้ยงลูกด้วยนมแม่เป็นไปอย่างครบวงจร
เอกสารอ้างอิง
- การประชุมการจัดการความรู้ เลี้ยงนมแม่สำเร็จ เคล็ดวิธี ของมูลนิธิศูนย์นมแม่แห่งประเทศไทย ที่โรงแรมหลุยส์ แทเวิร์น ณ ห้องเกษตร กรุงเทพมหานคร วันที่ 24-25 เมษายน 2561

รศ.นพ.ภาวิน พัวพรพงษ์
??????????? เป้าหมายของแม่ลูกผูกพันในชั่วโมงแรกในชีวิตหนูคือ การได้เริ่มการให้ลูกได้รับการโอบกอดเนื้อแนบเนื้อตั้งแต่ในระยะแรกหลังคลอดโดยปราศจากการรบกวน เพื่อสร้างความสัมพันธ์รักระหว่างแม่กับลูก และกระตุ้นพัฒนาการของเครือข่ายของระบบประสาทที่ดี ปัญหานี้เป็นสิ่งที่มารดาและครอบครัว และบุคลากรทางการแพทย์เห็นเป็นปัญหาหรือไม่ หากเป็นมารดาและครอบครัวที่มีความรู้และใส่ใจในการเลี้ยงลูกด้วยนมแม่ก็จะมีความต้องการที่จะให้ลูกมาอยู่กับอกมารดาตั้งแต่ในระยะแรกหลังคลอด ถ้าไม่ได้มีการส่งเสริมการโอบกอดทารกเนื้อแนบเนื้อจะรู้สึกเป็นปัญหา ขณะที่มารดาที่ขาดความรู้เรื่องความสำคัญและประโยชน์ของนมแม่ อาจไม่รู้สึกว่าเป็นปัญหา ดังนั้น การตื่นตัวของการเริ่มการเลี้ยงลูกด้วยนมแม่ตั้งแต่ในระยะแรกจะเป็นแรงผลักดันให้เกิดความตื่นตัวในการให้บริการด้วย มารดาจึงเห็นว่า นอกจากความรู้ของมารดาที่มีเรื่องการเลี้ยงลูกด้วยนมแม่ที่เป็นพื้นฐานแล้ว นโยบายการเลี้ยงลูกด้วยนมแม่ของโรงพยาบาลที่คลอดจะเป็นปัจจัยสำคัญ การที่มารดาได้เลือกโรงพยาบาลที่ส่งเสริมการเลี้ยงลูกด้วยนมแม่จึงเป็นเสมือนสิ่งที่ผลักดันให้เกิดความสำเร็จ
? ในด้านบุคลากรทางการแพทย์และโรงพยาบาล นโยบายการส่งเสริมการเลี้ยงลูกด้วยนมแม่ก็ยังเป็นสิ่งสำคัญที่จะส่งผลต่อแนวทางการปฏิบัติของบุคลากรทางการแพทย์ ซึ่งส่วนใหญ่จะมีกระบวนการให้ทารกได้อยู่บนอกของมารดาในระยะแรกหลังคลอด แต่ระยะเวลาของการได้สัมผัสทารกเนื้อแนบเนื้อยังเป็นปัญหา เนื่องจากสามารถให้ทารกอยู่บนอกมารดาได้ราว 10-30 นาที?ปัจจัยที่จะส่งเสริมให้เกิดความสำเร็จที่จะมีผลต่อกระบวนการจัดการคือ แพทย์ผู้ดูแลการคลอดที่ให้การสนับสนุนและให้ความร่วมมือ และการประสานงานที่ดีระหว่างกุมารแพทย์และสูติแพทย์? ซึ่งจะทำให้กระบวนการการทำงานเพื่อให้บรรลุเป้าหมายการเริ่มต้นการเลี้ยงลูกด้วยนมแม่มีความราบรื่นและยังช่วยให้มารดาตระหนักถึงความสำคัญด้วย หากแพทย์ได้ช่วยพูดเกริ่นถึงความสำคัญ กุมารแพทย์และสูติแพทย์ให้คำปรึกษาไปในแนวทางเดียวกัน และให้มารดาได้เข้ารับการอบรมในโรงเรียนพ่อแม่ ดังนั้น โดยสรุปกระบวนการที่จะก่อให้เกิดความสำเร็จในการเริ่มการเลี้ยงลูกด้วยนมแม่ตั้งแต่ในระยะแรก ก็คือ ทีมสหวิชาชีพโดยมีความร่วมมือและสนับสนุนของแพทย์
เอกสารอ้างอิง
- การประชุมการจัดการความรู้ เลี้ยงนมแม่สำเร็จ เคล็ดวิธี ของมูลนิธิศูนย์นมแม่แห่งประเทศไทย ที่โรงแรมหลุยส์ แทเวิร์น ณ ห้องเกษตร กรุงเทพมหานคร วันที่ 24-25 เมษายน 2561
แหล่งความรู้ เกี่ยวกับสูติ-นรีเวช (Obstetrics-Gynecology)