คลังเก็บหมวดหมู่: การดูแลการคลอดโดยใช้ข้อมูลหลักฐานเชิงประจักษ์

การดูแลการคลอดโดยใช้ข้อมูลหลักฐานเชิงประจักษ์

พังผืดที่ริมฝีปากบนไม่ทำให้ทารกกินนมแม่ยากขึ้น

รศ.นพ.ภาวิน พัวพรพงษ์

                ภาวะที่ทารกมีพังผืดที่ริมฝีปากบน (upper lip tie) นั้นได้มีการเริ่มกล่าวถึงในปี ค.ศ. 1998 เมื่อมีความสนใจในเรื่องผลของภาวะพังผืดใต้ลิ้น (tongue-tie) ที่ส่งผลทำให้การเลี้ยงลูกด้วยนมแม่ยากขึ้น จึงเกิดคำถามต่อมาว่า ทารกที่พบมีพังผืดที่ริมฝีปากบนจะมีผลต่อการเลี้ยงลูกด้วยนมแม่มากขึ้นหรือไม่ ซึ่งจากการศึกษาทบทวนอย่างเป็นระบบ (systematic review) ไม่พบความสัมพันธ์ของภาวะพังผืดที่ริมฝีปากบนที่ส่งผลทำให้ทารกกินนมแม่ได้ยาก1 อย่างไรก็ตาม ในการทบทวนความรู้นี้พบว่า ข้อมูลที่นำมาวิเคราะห์ยังขาดการวิจัยเปรียบเทียบเชิงทดลองแบบสุ่ม (randomized controlled trial) ที่ทำการศึกษาในเรื่องนี้ ซึ่งจำเป็นต้องมีการศึกษาเพิ่มเติมต่อไปในอนาคต

เอกสารอ้างอิง

  1. Nakhash R, Wasserteil N, Mimouni FB, Kasirer YM, Hammerman C, Bin-Nun A. Upper Lip Tie and Breastfeeding: A Systematic Review. Breastfeed Med 2019.

 

สิ่งที่ควรแนะนำเรื่องการเลี้ยงลูกด้วยนมแม่เมื่อมารดามาฝากครรภ์

รศ.นพ.ภาวิน พัวพรพงษ์

                การเลี้ยงลูกด้วยนมแม่เป็นสิ่งที่มีประโยชน์ที่มารดาและบุคลากรทางการแพทย์ควรให้ความสำคัญ การที่จะสนับสนุนให้มารดามีการเลี้ยงลูกด้วยนมแม่นั้น มารดาจะต้องมีความรู้และความเข้าใจถึงประโยชน์และความสำคัญของการเลี้ยงลูกด้วยนมแม่อย่าถูกต้องและเพียงพอ สมาคมสูตินรีแพทย์แห่งสหรัฐอเมริกาและสมาคมเวชศาสตร์มารดาและทารกของสหรัฐอเมริกาเห็นถึงความสำคัญของเรื่องนี้ จึงได้ออกข้อแนะนำล่าสุดในการให้คำแนะนำเกี่ยวกับการเลี้ยงลูกด้วยนมแม่ในมารดาที่มาฝากครรภ์ โดยเนื้อหาสำคัญของการให้ความรู้ควรมีการแนะนำถึงประโยชน์ของการเลี้ยงลูกด้วยนมแม่ต่อมารดาในระยะยาว ได้แก่ การลดการเกิดเบาหวาน ความดันโลหิตสูง โรคหัวใจขาดเลือด มะเร็งรังไข่ และมะเร็งเต้านม1 โดยหากมารดาสามารถเลี้ยงลูกด้วยนมแม่ร้อยละ 90 จะสามารถป้องกันการเกิดมะเร็งเต้านมได้ถึง 5023 ราย ป้องกันการเกิดเบาหวานได้ถึง 12320 ราย ป้องกันความดันโลหิตสูงได้ถึง 35982 ราย และป้องกันการเกิดโรคหัวใจขาดเลือดได้ถึง 8487 ราย ซึ่งผลเหล่านี้ล้วนมีคุณค่าต่อสุขภาพของมารดาโดยตรง นอกจากนี้ควรมีการให้ข้อมูลที่จะช่วยให้มารดานอกจะสามารถจะเริ่มต้นการเลี้ยงลูกด้วยนมแม่ในระหว่างที่นอนโรงพยาบาลแล้ว ควรมีการให้ข้อมูลในการดูแลให้เกิดการเลี้ยงลูกด้วยนมแม่ขณะที่มารดาต้องกลับไปทำงานในสถานที่ที่ทำงาน กฎหมายแรงงาน และข้อมูลที่สนับสนุนการเลี้ยงลูกในสถานที่ทำงานด้วย

เอกสารอ้างอิง

  1. American College of N-M, the National Association of Nurse Practitioners in Women’s H, American College of O, et al. Interpregnancy Care. Am J Obstet Gynecol 2019;220:B2-B18.

 

 

 

การอมหัวนมและลานนมที่ถูกต้อง

หากทารกอมหัวนมและลานนมได้ถููกแลจะสังเกตได้ว่า ทารกจะอมหัวนมและลานนมทางด้านล่างมากกว่าด้านบน ทำให้ยังมองเห็นลานนมทางด้านบนมากกว่าด้านล่าง ลักษณะปากของทารกอ้ากว้าง ริมฝีปากปลิ้นออก และแก้มไม่บุ๋ม

เทคนิคการบีบน้ำนมด้วยมือ

ทำมือเป็นรููปตัว C ตำแหน่งที่กดคือบริเวณขอบของลานนมหรือห่างจากหัวนมราว 2 เซนติเมตร กดน้ำหนักลงที่เต้านมเข้าหาหน้าอก แล้วจึงออกแรงบีบไล่น้ำนมไปยังหัวนม ซึ่งหากทำได้ถูกต้อง จะเห็นน้ำนมไหลพุ่งออกมาได้ดี

การให้นมแม่เวลากลางคืนไม่เสี่ยงต่อภาวะน้ำตาลต่ำในมารดาที่เป็นเบาหวาน

รศ.นพ.ภาวิน พัวพรพงษ์

                ในอดีตที่ผ่านมา จะมีความเชื่อที่ว่า มารดาที่เป็นเบาหวานโดยเฉพาะชนิดที่ 1 เมื่อมีการให้นมแม่ในเวลากลางคืน จะเสี่ยงต่อการเกิดภาวะน้ำตาลต่ำในมารดา ดังนั้น จึงมีการแนะนำการรับประทานอาหารและการปรับยาในมารดาเหล่านี้ แต่ข้อมูลในเรื่องนี้เป็นความจริงหรือไม่ จากการศึกษาวิจัยเมื่อเร็ว ๆ นี้ช่วยตอบคำถามและข้อสงสัยในเรื่องนี้ได้ โดยมีการเก็บข้อมูลระดับน้ำตาลในเลือดของมารดาในช่วงกลางคืนโดยเปรียบเทียบกับกลุ่มควบคุม พบว่าเมื่อมารดาที่เป็นเบาหวานชนิดที่ 1 ให้นมลูกในเวลากลางคืนพบมีภาวะน้ำตาลต่ำน้อยและไม่ได้มีความแตกต่างจากกลุ่มควบคุม1 ดังนั้น ข้อแนะนำที่มีในอดีตว่า มารดาควรได้รับอาหารประเภทคาร์โบไฮเดรตในเวลากลางคืนเพื่อป้องกันการเกิดภาวะน้ำตาลต่ำเมื่อมารดาที่เป็นเบาหวานชนิดที่ 1 ให้นมแม่ในเวลากลางคืน ควรจะได้รับการปรับปรุงให้เหมาะสมเมื่อมีข้อมูลจากการศึกษาเชิงประจักษ์ที่เพียงพอที่จะได้ข้อสรุป

เอกสารอ้างอิง

  1. Ringholm L, Roskjaer AB, Engberg S, et al. Breastfeeding at night is rarely followed by hypoglycaemia in women with type 1 diabetes using carbohydrate counting and flexible insulin therapy. Diabetologia 2019.