รศ.นพ.ภาวิน พัวพรพงษ์
ในมารดาที่ต้องการคุมกำเนิดระยะยาวและเลือกที่จะคุมกำเนิดด้วยยาฝังคุมกำเนิด การที่ใช้ยาฝังคุมกำเนิด มารดาอาจมีความวิตกกังวลการใช้ยาฝังคุมกำเนิดจะมีผลเสียต่อการเลี้ยงลูกด้วยนมแม่หรือไม่ มีการศึกษาการใช้ยาฝังคุมกำเนิดใส่ตั้งแต่ในระยะแรกหลังคลอด แล้วมีการติดตามดูการเลี้ยงลูกด้วยนมแม่ในสองปีพบว่า มารดาที่ใส่ยาฝังคุมกำเนิดมีอัตราการเลี้ยงลูกด้วยนมแม่อย่างเดียวสูงทั้งชนิดที่เป็นยาฝังคุมกำเนิด 2 แท่งที่มีฮอร์โมน levonorgestrel และยาฝังคุมกำเนิดชนิดแท่งเดียวที่มีฮอร์โมน etonogestrel 1 จากผลการศึกษานี้ น่าจะช่วยสร้างความมั่นใจและลดความวิตกกังวลในการใช้ยาฝังคุมกำเนิดในมารดาที่ต้องการเลี้ยงลูกด้วยนมแม่ โดยการใช้ยาฝังคุมกำเนิดสามารถจะให้ได้ตั้งแต่ในระยะแรกหลังคลอดก่อนมารดาออกจากโรงพยาบาล
เอกสารอ้างอิง
Krashin JW, Lemani C, Nkambule J, et al. A Comparison of Breastfeeding Exclusivity and Duration Rates Between Immediate Postpartum Levonorgestrel Versus Etonogestrel Implant Users: A Prospective Cohort Study. Breastfeed Med 2019;14:69-76.
รศ.นพ.ภาวิน พัวพรพงษ์
ในการส่งเสริมการเลี้ยงลูกด้วยนมแม่ การจัดพี่เลี้ยงที่คอยให้คำปรึกษาหรือดูแลสนับสนุนการเลี้ยงลูกด้วยนมแม่จะช่วยให้ผลลัพธ์ของการเลี้ยงลูกด้วยนมแม่ดีขึ้น อย่างไรก็ตาม มีการศึกษาพบว่าในการดูแลในกลุ่มมารดาที่มีพี่เลี้ยงที่ให้คำปรึกษา ยังมีอุปสรรคหรือปัจจัยที่ส่งผลทำให้เกิดการหยุดการเลี้ยงลูกด้วยนมแม่ในเดือนแรก ได้แก่ การที่มารดาให้ลูกกินนมผงดัดแปลงสำหรับทารกก่อนการได้รับอนุญาตให้กลับบ้าน ปัญหาเรื่องเต้านมหรือหัวนมหลังการอนุญาตให้มารดากลับบ้าน และการให้ทารกดูกหัวนมหลอก 1 ซึ่งการเข้าใจในเรื่องเหล่านี้ แนะนำมารดา และทำการให้คำปรึกษาอย่างเหมาะสม จะช่วยคงผลลัพธ์ที่ดีของการเลี้ยงลุกด้วยนมแม่ที่เกิดผลจากการดูแลโดยมีพี่เลี้ยงที่ให้การสนับสนุนเรื่องการเลี้ยงลูกด้วยนมแม่ได้
เอกสารอ้างอิง
Gasparin VA, Strada JKR, Moraes BA, Betti T, Goncalves AC, Santo L. Pairs seen by lactation consultants and cessation of exclusive breastfeeding in the first month. Rev Esc Enferm USP 2019;53:e03422.
รศ.นพ.ภาวิน พัวพรพงษ์
อาการเจ็บหัวนมเป็นอาการที่พบบ่อยในมารดาที่เลี้ยงลูกด้วยนมแม่ ซึ่งอาการเหล่านี้อาจนำไปสู่ภาวะแทรกซ้อน ได้แก่ หัวนมแตก การอักเสบของเต้านม และฝีที่เต้านมที่เป็นภาวะแทรกซ้อนที่รุนแรงได้ ส่วนใหญ่สาเหตุของการเจ็บหัวนมได้แก่ การจัดท่าให้นมลูกที่ไม่เหมาะสม ดังนั้น ในการดูแลรักษาจึงต้องมีการดูแลอาการเจ็บหัวนมร่วมกับการแนะนำการจัดท่าให้นมลูกให้เหมาะสมด้วย การดูแลอาการเจ็บหัวนมหรือหัวนมแตก การรักษาใช้การแนะนำให้มารดาบีบน้ำนมและป้ายในบริเวณที่เจ็บหรือมีหัวนมแตกแล้วปล่อยให้แห้ง อาการเจ็บหัวนมหรือหัวนมแตกจะค่อย ๆ ดีขึ้น ขณะเดียวกันระหว่างการรักษา ลูกก็ยังสามารถกินนมแม่ได้ มีการศึกษาทางเลือกในการรักษาโดยการทำแผลในบริเวณที่มีอาการเจ็บหัวนมหรือหัวนมแตกด้วย natural latex-glycerol พบว่าทำให้ผิวหนังบริเวณแผลชุ่มชื้นขึ้น ลดการเจ็บหัวนม ไม่ทำให้เกิดเขียวช้ำ (hemolysis) หรือเป็นพิษต่อเซลล์ (cytotoxicity) 1 อย่างไรก็ตาม การศึกษานี้ยังเป็นการศึกษาเบื้องต้นซึ่งมีความจำเป็นต้องมีการศึกษาในอนาคตเพิ่มเติมต่อไปถึงผลลัพธ์ในระยะเวลาของการรักษาและเงื่อนไขในการให้ลูกกินนมแม่ได้หรือไม่ในระหว่างการรักษา
เอกสารอ้างอิง
de Barros NR, Dos Santos RS, Miranda MCR, et al. Natural latex-glycerol dressing to reduce nipple pain and healing the skin in breastfeeding women. Skin Res Technol 2019.
รศ.นพ.ภาวิน พัวพรพงษ์
ในมารดาที่เลี้ยงลูกด้วยนมแม่ในลูกคนแรกมีการศึกษาถึงความรู้สึกของมารดาที่จำเป็นต้องหยุดการเลี้ยงลูกด้วยนมแม่ก่อนเวลาอันควร มารดาที่เลี้ยงลูกด้วยนมแม่จะมีสองความรู้สึกขณะเลี้ยงลูกด้วยนมแม่พร้อม ๆ กันคือ รู้สึกปราบปลื้มในการให้นมลูก ขณะเดียวกันก็รู้สึกเจ็บปวดและต้องเสียสละ สิ่งนี้สะท้อนถึงการขาดความรู้และรู้สึกไม่มั่นใจที่จะให้การเลี้ยงลูกด้วยนมแม่ได้ต่อเนื่อง 1 ทำให้มีการหยุดการเลี้ยงลูกด้วยนมแม่ก่อนเวลาอันควร ดังนั้น บุคลากรทางการแพทย์ควรจะให้การใส่ใจในการให้ความรู้และให้คำปรึกษาแก่มารดาร่วมกับศึกษาอารมณ์ความรู้สึกของมารดาอย่างเป็นระบบ เพื่อที่การให้คำปรึกษากับมารดาทำให้อย่างตรงกับจริตของมารดาโดยเสริมสร้างความมั่นใจให้กับมารดาให้มีความมั่นใจในการเลี้ยงลูกด้วยนมแม่มากขึ้น
เอกสารอ้างอิง
Cortes-Rua L, Diaz-Gravalos GJ. Early interruption of breastfeeding. A qualitative study. Enferm Clin 2019.
รศ.นพ.ภาวิน พัวพรพงษ์
อัตราการเลี้ยงลูกด้วยนมแม่อย่างเดียวของทุกประเทศทั่วโลกจากการสำรวจขององค์การอนามัยโลกพบร้อยละ 34 ซึ่งยังต่ำกว่าเป้าหมายที่กำหนดไว้คือร้อยละ 50 สำหรับอัตราการเลี้ยงลูกด้วยนมแม่อย่างเดียวในประเทศไทยในปี พ.ศ. 2548 พบร้อยละ 5.4 และในปี พ.ศ. 2555 พบร้อยละ 12.3 ปัจจัยหนึ่งที่ส่งเสริมการเลี้ยงลูกด้วยนมแม่อย่างเดียวที่สำคัญคือ การเริ่มการเลี้ยงลูกด้วยนมแม่ภายในหนึ่งชั่วโมงแรก ในประเทศไทยอัตราเริ่มการเลี้ยงลูกด้วยนมแม่พบร้อยละ 43.6 โดยข้อมูลการสำรวจรายภาค พบว่าอัตราการเริ่มการเลี้ยงลูกด้วยนมแม่ภายในหนึ่งชั่วโมงพบในภาคใต้สูงสุดร้อยละ 60.9 และพบในภาคกลางต่ำสุดร้อยละ 40.9 เมื่อเปรียบเทียบอัตราการเลี้ยงลูกด้วยนมแม่อย่างเดียวของประเทศไทยพบว่าเกือบต่ำสุดในกลุ่มประเทศอาเซียน มีการศึกษาในเอธิโอเปียที่ยังมีอัตราการเลี้ยงลูกด้วยนมแม่อย่างเดียวต่ำพบว่ามีอัตราการเริ่มต้นการเลี้ยงลูกด้วยนมแม่ร้อยละ 76.81 ซึ่งเมื่อเปรียบเทียบกับการเลี้ยงลูกด้วยนมแม่ของประเทศไทยแล้วอัตราการเริ่มการเลี้ยงลูกด้วยนมแม่ของประเทศไทยยังต่ำมาก ดังนั้น ควรมีการส่งเสริมทั้งทางด้านนโยบายและการปฏิบัติเพื่อให้เกิดผลลัพธ์ที่ดีขึ้นของอัตราการเริ่มต้นการเลี้ยงลูกด้วยนมแม่
เอกสารอ้างอิง
Abie BM, Goshu YA. Early initiation of breastfeeding and colostrum feeding among mothers of children aged less than 24 months in Debre Tabor, northwest Ethiopia: a cross-sectional study. BMC Res Notes 2019;12:65.
เรื่องนำทาง
แหล่งความรู้ เกี่ยวกับสูติ-นรีเวช (Obstetrics-Gynecology)