คลังเก็บหมวดหมู่: คลอดปกติไม่ได้ จะทำอย่างไร?

คลอดปกติไม่ได้ จะทำอย่างไร?

การคลอดทางหน้าท้อง

 การคลอดทางหน้าท้อง

          การคลอดทางหน้าท้องหรือผ่าตัดคลอด  ทางการแพทย์เรียก  ซีซาเรียน เซ็คชั่น (cesarean section)  จะเป็นวิธีคลอดที่ใช้สำหรับการตั้งครรภ์ที่มีภาวะแทรกซ้อนหรือเกิดปัญหาไม่สามารถคลอดปกติทางหน้าท้องได้  เนื่องจากการคลอดทางหน้าท้องจะต้องมีการให้ยาระงับความรู้สึกมากกว่า และเสียเลือดจากการผ่าตัดมากกว่าการคลอดปกติ  โอกาสเกิดภาวะแทรกซ้อนจากการคลอดทางหน้าท้องจึงมากกว่าการคลอดทางช่องคลอดปกติ  คุณแม่อาจจะรู้สึกผิดหวังที่ไม่สามารถคลอดทารกทางช่องคลอดเองได้และอาจรู้สึกกลัวการผ่าตัด  แต่ความรู้สึกนี้จะน้อยลงหากคุณแม่เข้าใจเหตุผลของการผ่าตัด  การทราบถึงขั้นตอนและการปฏิบัติตัวในการผ่าตัดคลอดจะลดความวิตกกังวลในการผ่าตัดลงได้

          ขั้นตอนของการผ่าตัดเตรียมคลอด  เริ่มด้วยการโกนขนบริเวณอวัยวะเพศ  ให้น้ำเกลือที่แขนและใส่สายสวนปัสสาวะ  ย้ายเข้าห้องผ่าตัด  เตรียมยาระงับความรู้สึกอาจจะใช้วิธีใส่ท่อช่วยหายใจและใช้ดมยาสลบหรือใช้ยาชาฉีดเข้าโพรงน้ำไขสันหลังหรือเหนือโพรงน้ำไขสันหลัง  ซึ่งในกรณีหลังคุณแม่จะสามารถรู้สึกตัวขณะที่ทำการผ่าตัดคลอดทารกและอาจขอดูทารกหลังคลอดทันทีได้   การเลือกวิธีระงับความรู้สึกจะได้รับการพิจารณาโดยวิสัญญีแพทย์โดยร่วมกับการตัดสินใจของคุณแม่ด้วย  หลังได้รับยาระงับความรู้สึกแพทย์จะทำการผ่าตัดคลอดโดยปกติจะใช้เวลาประมาณ 1 ชั่วโมง  แผลผ่าตัดปกติจะมี 2 ชนิดคือ  แผลตามยาวจากใต้สะดือถึงบริเวณเหนือหัวหน่าวกับแผลตามขวางหรือแผลบิกินี  ซึ่งจะอยู่เหนือแนวขนที่อวัยวะเพศเล็กน้อย  สำหรับไหมที่เย็บแผลอาจเป็นไหมที่ไม่ละลายซึ่งจำเป็นต้องตัดไหมประมาณ 5-7 วันหลังคลอดและไหมที่ละลายซึ่งไม่ต้องตัดไหมในกรณีที่ไม่มีปมไหมหรืออาจใช้กาวปิดแผลผ่าตัดซึ่งไม่ต้องตัดไหมเช่นเดียวกัน  การเกิดแผลเป็นนั้นขึ้นอยู่กับหลายปัจจัยได้แก่  ลักษณะของแผลผ่าตัด  แรงตึงของแผล  และลักษณะผิวหนังของคุณแม่แต่ละคน  ดังนั้นคุณแม่ควรใส่ใจในเรื่องความปลอดภัยและระวังดูแลบาดแผลไม่ให้เกิดภาวะแทรกซ้อนต่างๆ  มากกว่าการวิตกเรื่องแผลเป็น  หลังผ่าตัดเรียบร้อยแล้วจะสังเกตอาการต่อในห้องพักฟื้นประมาณ 1 ชั่วโมง  จากนั้นจึงย้ายคุณแม่ไปสู่หอผู้ป่วยหลังคลอด  สำหรับคุณแม่ที่ผ่าตัดคลอด  ปกติแพทย์จะอนุญาตให้กลับบ้านใน  3-5 วันหลังคลอด

 

บทความโดย รศ.นายแพทย์ภาวิน พัวพรพงษ์

 

การคลอดทารกที่ส่วนนำเป็นก้น

 

          ทารกที่มีส่วนนำเป็นก้น  เมื่อครบกำหนดคลอดพบ 3 ใน 100 รายของการคลอด การคลอดทารกที่มีส่วนนำเป็นก้น  จะยากกว่าปกติ  เนื่องจากศีรษะที่เป็นส่วนที่โตที่สุดของร่างกายจะคลอดเป็นลำดับสุดท้าย ทำให้เกิดความยากลำบากในการทำคลอด  การเลือกวิธีการคลอดว่าจะคลอดทางช่องคลอดหรือผ่าตัดคลอดทางหน้าท้องนั้น  ขึ้นอยู่กับ  ลำดับครรภ์  ขนาดทารก ลักษณะอุ้งเชิงกรานของแม่และภาวะแทรกซ้อนต่าง ๆ เช่น สายสะดือย้อย รกเกาะต่ำ ซึ่งการตัดสินใจเลือกวิธีการคลอดนั้นคุณแม่จะได้รับคำแนะนำเรื่องข้อมูลจากแพทย์และทำการตัดสินใจพร้อมครอบครัว ปัจจุบันแนวโน้มการคลอดทางช่องคลอดของทารกที่มีส่วนนำเป็นก้นลดน้อยลง ส่วนใหญ่มักจะได้รับการผ่าตัดคลอด อย่างไรก็ตาม การคลอดทารกที่มีส่วนนำเป็นก้นถือเป็นภาวะแทรกซ้อนอย่างหนึ่งซึ่งจำเป็นจะต้องมีกุมารแพทย์ร่วมดูแลขณะทำการคลอดด้วยเสมอ

 

บทความโดย รศ.นายแพทย์ภาวิน พัวพรพงษ์

 

 

การคลอดโดยใช้เครื่องมือช่วยคลอด

การคลอดโดยใช้เครื่องมือช่วยคลอด

          หลังจากคุณแม่เข้าสู่ระยะเบ่งคลอดแล้ว ในกรณีที่มีความผิดปกติของท่าของทารก ทารกอยู่ในภาวะคับขัน ความผิดปกติของแรงเบ่งของแม่หรือแรงหดรัดตัวของมดลูก การคลอดอาจจำเป็นต้องใช้เครื่องมือช่วยคลอด โดยคุณหมอจะพิจารณาว่าจำเป็นต้องใช้เครื่องมือช่วยคลอดหรือไม่ร่วมกับปรึกษาคุณแม่และชี้แจงขั้นตอนการช่วยคลอดและภาวะแทรกซ้อนต่างๆ

 เครื่องมือที่ใช้ช่วยคลอดมี 2 ชนิดคือ

  1. คีมช่วยคลอด
  2. เครื่องดูดสุญญากาศ

เครื่องมือทั้งสองชนิดนี้ใช้ในกรณีที่คุณแม่ไม่มีแรงเบ่งหรือมีภาวะแทรกซ้อนที่ทำให้ไม่สามารถออกแรงเบ่งคลอดได้ เช่น ความดันโลหิตสูง  โรคหัวใจ เป็นต้น  หรือในกรณีที่ทารกอยู่ในภาวะคับขันจำเป็นต้องรีบให้คลอดในกรณีที่ปากมดลูกเปิดเต็มที่แล้วและทารกลงมาอยู่ต่ำใกล้บริเวณปากช่องคลอด  การเลือกใช้เครื่องมือช่วยคลอดแต่ละชนิดขึ้นอยู่กับ  ท่าของทารก  ความชำนาญของผู้ทำคลอด  และความเร่งด่วนที่จำเป็นต้องรีบทำคลอด

          การช่วยคลอดโดยใช้คีม  ก่อนที่จะช่วยคลอด แพทย์จะทำการฉีดยาชาบริเวณอุ้งเชิงกราน แล้วสอดคีมเข้าไปด้านข้างของศีรษะทารกทีละข้าง  จากนั้นจึงทำการดึงอย่างนุ่มนวลผ่านช่องคลอด  คุณแม่อาจช่วยการคลอดได้โดยเบ่ง  เมื่อศีรษะเด็กเคลื่อนลงมาต่ำจึงทำการตัดฝีเย็บ  แล้วทำคลอดส่วนศีรษะ คลายคีมออก ทำคลอดส่วนลำตัวและแขนขาตามปกติ  ทารกที่คลอดโดยวิธีนี้ มักพบรอยแดงบริเวณคีมคีบ  ซึ่งจะหายไปเองภายใน 2-3 วัน

          การช่วยคลอดโดยเครื่องสุญญากาศ  เช่นเดียวกันจะต้องทำการฉีดยาบริเวณอุ้งเชิงกราน  แล้วใส่โลหะกลมหรือยางซิลิโคนรูปร่างคล้ายถ้วยเล็กๆ เข้าไปดูดกับหนังศีรษะทารกจากนั้นดูดอากาศในถ้วยออกเพื่อให้เป็นสุญญากาศแล้วดึงให้ทารกเคลื่อนต่ำลงมาพร้อมกับแรงเบ่งของคุณแม่  เมื่อศีรษะลงมาต่ำ ตัดฝีเย็บ ทำคลอดส่วนศีรษะปิดเครื่องดูดสุญญากาศ ถ้วยจะหลุดออก แล้วทำคลอดส่วนที่เหลือของทารกตามปกติ  ทารกที่คลอดโดยวิธีนี้  มักมีศีรษะนูนเป็นลักษณะคล้ายจุก ซึ่งเกิดจากแรงดูดของเครื่องดูดสุญญากาศ ซึ่งปกติจะหายไปใน 2-3 วัน

การคลอดโดยใช้เครื่องมือช่วยคลอด  หากไม่พบภาวะแทรกซ้อนของคุณแม่และทารก คุณแม่สามารถจะกลับไปพักผ่อนที่บ้านได้ในระยะเดียวกันกับการคลอดปกติ

บทความโดย รศ.นายแพทย์ภาวิน พัวพรพงษ์