รศ.นพ.ภาวิน พัวพรพงษ์
โดยทั่วไปบุคลากรทางการแพทย์ควรหลีกเลี่ยงกระบวนการระหว่างการรอคลอดและการคลอดที่ทำให้มารดาเหนื่อยล้าและอ่อนเพลีย ได้แก่ การคลอดที่เนิ่นนาน การงดน้ำงดอาหาร การให้ยาแก้ปวดและการตัดฝีเย็บ ซึ่งความเครียดเหล่านี้จะทำให้มารดารู้สึกเหนื่อยมากเกินไปและไม่สบายตัว ควรดูแลให้มารดาได้พักในบรรยากาศที่สงบเงียบ ปราศจากรบกวน เช่น การเข้าไปทำความสะอาด การเข้าเยี่ยมของเพื่อนหรือญาติที่มากเกินไป และการตรวจหรือการทำหัตถการทางการแพทย์ที่ไม่จำเป็น เมื่อปฏิบัติได้ดังนี้แล้ว บุคลากรทางการแพทย์ก็จะไม่มีความวิตกกังวลว่ามารดาจะเหนื่อยเกินไปจนไม่สามารถเลี้ยงหรือดูแลทารกได้ รวมทั้งหากมารดาดูไม่เหนื่อยหรืออ่อนล้าจนเกินไป ครอบครัวก็จะมีความสบายใจที่จะให้มารดาได้ดูแลทารกด้วยตนเองหรืออาจจะช่วยร่วมดูแลทารกโดยไม่เกี่ยงให้บุคลากรทางการแพทย์แยกทารกไปดูแล 1
เอกสารอ้างอิง
ภาวิน พัวพรพงษ์. รอบรู้เรื่องการเลี้ยงลูกด้วยนมแม่. 2558.
รศ.นพ.ภาวิน พัวพรพงษ์
เหตุผลเพราะการที่ทารกอยู่ร่วมกับมารดาตลอด 24 ชั่วโมงจะเป็นประโยชน์ต่อทั้งทารกและมารดามากกว่า โดยประโยชน์ที่เกิดขึ้น ได้แก่
ทารกจะหลับได้ดีกว่าและร้องไห้น้อยกว่า เพราะการอยู่ใกล้มารดาทารกจะรู้สึกอบอุ่นและปลอดภัยกว่า
ก่อนการเกิดของทารก มารดาและทารกจะพัฒนาช่วงจังหวะของการนอนอย่างสัมพันธ์กัน ซึ่งหลังคลอด หากทารกได้อยู่ร่วมกันจังหวะการนอนของทารกจะสัมพันธ์กับมารดา ทำให้มารดาได้พักผ่อนไปพร้อมกับทารก โดยที่การแยกมารดาและทารกจะรบกวนกลไกนี้
การเลี้ยงลูกด้วยนมแม่จะทำได้ดีและต่อเนื่องนานกว่า1-4 ร่วมกับทารกน้ำหนักขึ้นเร็วกว่าด้วย
การป้อนนมที่ตอบสนองต่อการแสดงออกของทารกจะทำได้ง่ายเมื่อทารกอยู่ใกล้ ซึ่งเป็นผลต่อกลไกออกซิโตซินให้การสร้างน้ำนมทำได้ดี
การได้อยู่ร่วมกันตลอด 24 ชั่วโมง จะช่วยสร้างความมั่นใจให้แก่มารดาในการดูแลทารก
มารดาจะมองเห็นทารกได้ดีและไม่วิตกกังวลว่าทารกที่ร้องที่ห้องอภิบาลทารกแรกเกิดเป็นลูกของตนเอง ทำให้ลดความวิตกกังวลที่จะมีผลต่อการสร้างน้ำนม
ลดความเสี่ยงต่อการติดเชื้อในทารก โดยจะพบทารกที่อยู่กับมารดาจะมีการติดเชื้อน้อยกว่าทารกที่อยู่ในห้องอภิบาลทารกแรกเกิด
ช่วยสนับสนุนสายสัมพันธ์ระหว่างมารดาและทารก แม้ว่าจะไม่ได้มีการเลี้ยงลูกด้วยนมแม่
เอกสารอ้างอิง
Declercq E, Labbok MH, Sakala C, O’Hara M. Hospital practices and women’s likelihood of fulfilling their intention to exclusively breastfeed. Am J Public Health 2009;99:929-35.
Harillo-Acevedo D, Ramos-Morcillo AJ, Ruzafa-Martinez M. Factors associated with breastfeeding support from health care professionals by implementing a Clinical Practice Guideline. Birth 2019;46:146-56.
Hawke BA, Dennison BA, Hisgen S. Improving Hospital Breastfeeding Policies in New York State: Development of the Model Hospital Breastfeeding Policy. Breastfeed Med 2012.
Goodman K, DiFrisco E. Achieving baby-friendly designation: step-by-step. MCN Am J Matern Child Nurs 2012;37:146-52; quiz 52-4.
Labbok MH. Global baby-friendly hospital initiative monitoring data: update and discussion. Breastfeed Med 2012;7:210-22.
Venancio SI, Saldiva SR, Escuder MM, Giugliani ER. The Baby-Friendly Hospital Initiative shows positive effects on breastfeeding indicators in Brazil. J Epidemiol Community Health 2012;66:914-8.
รศ.นพ.ภาวิน พัวพรพงษ์
หลังคลอดสถานพยาบาลควรมีแนวทางการปฏิบัติอย่างไรที่จะสนับสนุนการเลี้ยงลูกด้วยนมแม่ ปกติแล้วในช่วงแรกหลังการคลอด มารดาจะอยู่ที่ห้องคลอดจนครบ 2 ชั่วโมง จากนั้นมารดาจะได้รับการย้ายจากห้องคลอดไปสู่หอผู้ป่วยหลังคลอด การดูแลที่หอผู้ป่วยหลังคลอดจึงเป็นจุดต่อเนื่องจากการเริ่มให้ลูกได้รับการโอบกอดเนื้อแนบเนื้อกับผิวของมารดาและเริ่มการให้ลูกดูดนมแม่ในขณะที่มารดาอยู่ที่ห้องคลอด สำหรับการสนับสนุนการเลี้ยงลูกด้วยนมแม่ในหอผู้ป่วยหลังคลอดที่สำคัญที่ควรมีการจัดการให้แก่มารดาและทารก ได้แก่
-การให้มารดาและทารกอยู่ร่วมกันตลอด 24 ชั่วโมง
-การดูแลมารดาเข้าเต้าและทารกสามารถดูดนมแม่ได้
-การสังเกตมารดาให้นมลูก
-การสอนท่าในการให้นมลูก
-การเตรียมมารดาก่อนกลับบ้าน ได้แก่ การสอนการบีบน้ำนมด้วยมือ การสอนการดูแลการเก็บน้ำนม ส่งต่อมารดาให้กับทีมช่วยเหลือการเลี้ยงลูกด้วยนมแม่ที่คลินิกนมแม่และในชุมชน
จะเห็นว่า ขั้นตอนแต่ละขั้นตอนควรมีการจัดให้เป็นระบบ โดยหากมีการดำเนินงานอย่างมีประสิทธิภาพจะช่วยสนับสนุนให้มารดามีความพร้อมในการให้นมลูกหลังจากกลับไปอยู่ที่บ้าน1
เอกสารอ้างอิง
ภาวิน พัวพรพงษ์. รอบรู้เรื่องการเลี้ยงลูกด้วยนมแม่. นครนายก: ซี.ที. ดอทคอม; 2558.
รศ.นพ.ภาวิน พัวพรพงษ์
ปัจจัยที่เป็นอุปสรรคในการบริจาคนมแม่ 1
ปัจจัยทางสังคม ได้แก่
การขาดความรู้ในเรื่องธนาคารนมแม่
การเข้าใจผิดเกี่ยวกับค่าใช้จ่ายในการบริจาคนมแม่
การไม่ทราบว่าธนาคารนมแม่เป็นหน่วยงานที่แสวงหากำไรหรือไม่แสวงหากำไร
การได้รับข้อมูลผิด ๆ เกี่ยวกับธนาคารนมแม่
แรงต่อต้านที่ไม่เห็นชอบกับรูปแบบธนาคารนมแม่ที่เป็นแนวคิดทางตะวันตก
ความเชื่อทางศาสนา
ความเชื่อในขนบธรรมเนียมและวัฒนธรรม
ความไม่เข้าใจถึงลักษณะการทำงานของธนาคารนมแม่
ความวิตกกังวลเกี่ยวกับความปลอดภัยของนมแม่ที่บริจาค
เอกสารอ้างอิง
Doshmangir L, Naghshi M, Khabiri R. Factors Influencing Donations to Human Milk Bank: A Systematic Review of Facilitators and Barriers. Breastfeed Med 2019;14:298-306.
รศ.นพ.ภาวิน พัวพรพงษ์
ปัจจัยที่เป็นอุปสรรคในการบริจาคนมแม่ 1
ปัจจัยเชิงระบบ ได้แก่
การขาดศูนย์หรือแหล่งที่จะให้ข้อมูลเกี่ยวกับการบริจาคนมแม่
การไม่มีที่รับบริจาคนมแม่หรือขาดธนาคารนมแม่
การบริจาคนมแม่เป็นกระบวนการที่ใช้เวลานาน
ขั้นตอนของการบริจาคนมแม่มีหลายขั้นตอน
การขาดความรู้ของบุคลากรทางการแพทย์ด้านอื่น ๆ
การขาดการเข้าถึงธนาคารนมแม่
การขาดการสนับสนุนจากบุคลากรทางการแพทย์
การตรวจคัดกรองผู้ให้บริจาคใช้เวลานาน
การขาดความสัมพันธ์ส่วนตัวหรือการเป็นเครือข่ายของธนาคารนมแม่ในการให้บริจาคนมแม่
เอกสารอ้างอิง
Doshmangir L, Naghshi M, Khabiri R. Factors Influencing Donations to Human Milk Bank: A Systematic Review of Facilitators and Barriers. Breastfeed Med 2019;14:298-306.
เรื่องนำทาง
แหล่งความรู้ เกี่ยวกับสูติ-นรีเวช (Obstetrics-Gynecology)