
รศ.นพ.ภาวิน พัวพรพงษ์
เมื่อทารกกินนมไปได้สักระยะหนึ่งแล้ว มารดาจะรู้ได้อย่างไรว่าทารกอิ่ม อาการแสดงว่าทารกอิ่มนั้น จะมีลักษณะที่สังเกตได้ดังนี้ ทารกจะรู้สึกผ่อนคลาย ส่วนใหญ่จะปล่อยนมออกจะปากเอง ในขณะที่มีบางคนอาจจะยังดูดนมต่อ โดยดูดเบา ๆ จนกระทั่งหลับ ซึ่งหากมารดาสังเกตว่าทารกอิ่มแล้ว สามารถนำทารกออกจากเต้าได้ โดยทั่วไป การให้นมทารกจากเต้าควรป้อนให้เกลี้ยงจากเต้าข้างหนึ่งก่อนจะเปลี่ยนให้เต้านมอีกข้าง เนื่องจากทารกจะได้กินนมส่วนหลังซึ่งจะมีปริมาณไขมันสูง ทำให้ทารกอิ่มสบาย หลับได้นาน และช่วยให้การสร้างน้ำนมดีขึ้น1
เอกสารอ้างอิง
- ภาวิน พัวพรพงษ์. รอบรู้เรื่องการเลี้ยงลูกด้วยนมแม่. 2558.

รศ.นพ.ภาวิน พัวพรพงษ์
เมื่อทารกหิวนมมีลักษณะอย่างไรนั้นเป็นสิ่งที่มารดาควรเรียนรู้ เนื่องจากการให้ลูกกินนมควรให้ตามความต้องการของลูก ซึ่งลักษณะที่แสดงว่าทารกหิวนม อาการแสดงระยะแรก คือ ทารกจะมีการเพิ่มการเคลื่อนไหวของดวงตาในขณะที่หลับตาหรือลืมตา อ้าปากกว้าง แลบลิ้นออกมา และหันหน้าไปทางเต้านม อาจส่งเสียงครางเบา ๆ และมีการดูดหรืออมนิ้ว มือ ผ้าหรือวัตถุที่อยู่ใกล้ปาก หากทารกร้องเสียงดัง โก่งหลังออก ลักษณะนี้เป็นอาการแสดงในระยะหลังของการที่ทารกหิวหรือทารกหิวนมมากจนหงุดหงิด ซึ่งจะทำให้การอ้าปากอมหัวนมและลานนมหรือการนำทารกเข้าเต้าทำได้ยาก ต้องอุ้มและทำให้ทารกสงบก่อนจึงจะให้นมได้1
เอกสารอ้างอิง
- ภาวิน พัวพรพงษ์. รอบรู้เรื่องการเลี้ยงลูกด้วยนมแม่. 2558.

รศ.นพ.ภาวิน พัวพรพงษ์
การช่วยทารกอ้าปากอมหัวนมและลานนมในการเข้าเต้า ทำโดยให้ริมฝีปากของทารกสัมผัสกับหัวนม เพื่อทารกจะได้อ้าปาก คอยให้ทารกอ้าปากกว้างแล้วเคลื่อนทารกเข้าหาเต้านม โดยปากทารกจำเป็นต้องอ้ากว้างเพื่อให้สามารถจะอมหัวนมและลานนมได้ลึก จัดให้ระดับริมฝีปากล่างอยู่ต่ำกว่าหัวนม เพื่อให้คางและริมฝีปากล่างสัมผัสกับเต้านมก่อนริมฝีปากบน และนำทารกเข้าหาเต้านม โดยไม่ควรให้มารดาต้องขยับตัวให้เต้านมเข้าหาทารก1
เอกสารอ้างอิง
- ภาวิน พัวพรพงษ์. รอบรู้เรื่องการเลี้ยงลูกด้วยนมแม่. 2558.

รศ.นพ.ภาวิน พัวพรพงษ์
การเข้าเต้าคือ กระบวนการที่นำทารกเข้าหาเต้านมเพื่อการดูดนม เป็นกระบวนการที่สำคัญ โดยทารกจะอ้าปากอมหัวและลานนม การพยุงเต้านมของมารดาขณะให้นมลูกจะทำให้เข้าเต้าได้ดีขึ้น การพยุงเต้านมขณะเข้าเต้าอาจทำได้โดยวางมือบนหน้าอกบริเวณเต้านม โดยใช้นิ้วหัวแม่มือกดบริเวณส่วนบนของเต้านมเพื่อช่วยในการปรับรูปร่างของเต้านมให้มีความเหมาะสมในการอ้าปากอมหัวนมและลานนมของทารก ขณะเดียวกันใช้นิ้วที่เหลือรองรับที่ฐานใต้เต้านม การกดควรกดด้วยควรนุ่มนวล และไม่จำเป็นต้องกดที่จุดเดียวเสมอไป และต้องแน่ใจว่านิ้วมือต้องไม่อยู่ใกล้หัวนมเกินไปจนไปขัดขวางการอ้าปากอมหัวนมและลานนมของทารก ขณะทารกดูดนมหัวนมและลานนมจะยึดยาวออกมามีลักษณะเป็นจุก (teat) อยู่ในปากทารก ท่อน้ำนมจะที่อยู่ใต้ลานนม ลิ้นของทารกจะยื่นออกมาข้างหน้าบนเหงือกด้านล่าง เพื่อที่จะกดไล่นมออกจากเต้านมพร้อมทั้งมีการเคลื่อนที่ของลิ้นส่วนหน้าไปทางกระดูกกรามล่าง (mandible) ขณะที่ลิ้นส่วนหลังจะเคลื่อนที่ในลักษณะเป็นคลื่นระหว่างการกลืนน้ำนมของทารก การที่ทารกอ้าปากอมหัวนมและลานนมในลักษณะนี้ คือการเข้าเต้าที่ดีโดยจะทำให้การดูดและกลืนนมมีประสิทธิภาพ1
เอกสารอ้างอิง
- Elad D, Kozlovsky P, Blum O, et al. Biomechanics of milk extraction during breast-feeding. Proc Natl Acad Sci U S A 2014;111:5230-5.

รศ.นพ.ภาวิน พัวพรพงษ์
มารดาบางคนที่ไม่มีประสบการณ์ในการเลี้ยงดูทารกอาจไม่มีความมั่นใจที่จะให้การดูแลบุตรและคาดหวังว่าหากบุตรอยู่กับพยาบาลจะได้รับการดูแลที่ดีและใกล้ชิด สิ่งนี้เป็นความเชื่อที่ผิดที่บุคลากรทางการแพทย์ควรอธิบายให้มารดาได้ฟังว่า “มารดาเป็นผู้ที่จะดูแลทารกที่เป็นลูกของตนเองได้ดีที่สุด เนื่องจากมารดามีความรัก ความผูกพัน ทำให้มีความใส่ใจดูแลลูกอย่างเต็มที่”และทำไมโรงพยาบาลจึงกระตุ้นให้มารดาและทารกอยู่ร่วมกันตลอด 24 ชั่วโมง เหตุผลคือเพื่อที่จะให้มารดาได้เรียนรู้จักทารก ซึ่งจะเป็นประโยชน์ต่อทั้งทารกและมารดา อภิปรายถึงปัญหาของมารดาที่ต้องการขอให้นำลูกไปไว้ที่หออภิบาลทารกแรกเกิดและวิธีการแก้ปัญหาที่ไม่ต้องย้ายลูกไปที่หออภิบาลทารกแรกเกิด อย่างไรก็ตาม ควรแจ้งประโยชน์ของการให้มารดาและทารกอยู่ร่วมกันตลอด 24 ชั่วโมงให้มารดารับทราบตั้งแต่ในช่วงฝากครรภ์ โดยหากมารดาและทารกจำเป็นต้องแยกจากกันด้วยเหตุผลทางการแพทย์ ควรมีการบันทึกเหตุผลลงในเวชระเบียนของมารดาและทารกเพื่อจะมีการทบทวนให้การแยกจากกันสั้นที่สุดเท่าที่เป็นไปได้ และระหว่างการแยกจากกันของมารดาและทารก กระตุ้นให้มารดาไปหาและอุ้มทารก โดยอาจบีบน้ำนมไปให้ทารกถ้าสามารถให้ได้1
เอกสารอ้างอิง
- ภาวิน พัวพรพงษ์. รอบรู้เรื่องการเลี้ยงลูกด้วยนมแม่. นครนายก: ซี.ที. ดอทคอม; 2558.
แหล่งความรู้ เกี่ยวกับสูติ-นรีเวช (Obstetrics-Gynecology)