เรื่องทั้งหมดโดย OB-GYN

ทำไมการกินนมแม่ช่วยป้องกันการเกิดกลุ่มอาการเมตาบอลิก

รศ.นพ.ภาวิน พัวพรพงษ์

กลุ่มอาการเมตาบอลิก (metabolic syndrome) ได้แก่ โรคเบาหวาน ไขมันในเลือดสูง ความดันโลหิตสูงที่จะนำไปสู่กลุ่มโรคหัวใจและหลอดเลือดสมอง โดยกลุ่มโรคนี้จะเป็นโรคที่เกิดจากพื้นฐานการเผาพลาญพลังงานของร่างกาย  แล้วการกินนมแม่มีความสัมพันธ์กับกลุ่มโรคเมตาบอลิกอย่างไร มีการศึกษาถึงประโยชน์ของการกินนมแม่ของทารก ซึ่งพบว่าจะช่วยป้องกันการเกิดกลุ่มโรคเมตาบอลิกได้ แล้วมีคำอธิบายสำหรับการช่วยป้องกันหรือลดการเกิดกลุ่มอาการเมตาบอลิกหรือไม่ ตอนนี้เริ่มมีการศึกษาที่อธิบายกระบวนการป้องกันการเกิดกลุ่มอาการเมตาบอลิก ซึ่งพบว่า ทารกที่กินนมแม่จะมีความสัมพันธ์กับไมโตคอนเดรีย (mitochondria) ในเลือดที่เพิ่มขึ้น และหากทารกกินนมแม่นาน เมื่ออายุย่างเข้าวัยรุ่นจะยิ่งพบมีไมโตคอนเดรียยิ่งมากขึ้นกว่าทารกที่กินนมแม่ในระยะเวลาสั้น1 ไมโตคอนเดรียเป็นส่วนประกอบของเซลล์ที่ทำหน้าที่เกี่ยวกับการควบคุมการเผาพลาญพลังงานของเซลล์ ดังนั้น นี่อาจเป็นจุดเริ่มต้นของคำอธิบายเหตุผลที่การกินนมแม่ช่วยป้องกันการเกิดกลุ่มอาการเมตาบอลิกได้ อย่างไรก็ตาม รายละเอียดของกระบวนการยังต้องการการศึกษาเพิ่มเติมต่อไปในอนาคต

เอกสารอ้างอิง

1.            Cosemans C, Nawrot TS, Janssen BG, et al. Breastfeeding predicts blood mitochondrial DNA content in adolescents. Sci Rep 2020;10:387.

ประสบการณ์ในการเลี้ยงลูกด้วยนมแม่บอกถึงความเสี่ยงในการเริ่มการเลี้ยงลูกด้วยนมแม่ช้า

รศ.นพ.ภาวิน พัวพรพงษ์

ประสบการณ์ในการคลอดบุตรและการเลี้ยงลูกด้วยนมแม่มีความสำคัญต่อผลของการตั้งครรภ์และการเลี้ยงลูกด้วยนมแม่ มีการศึกษาในสหรัฐอเมริกา ในมารดาที่เป็นเบาหวานพบว่า มารดาที่มีประสบการณ์ในการคลอดและการเลี้ยงลูกด้วยนมแม่พบมีการแท้งน้อยกว่า ทารกคลอดครบกำหนดมากกว่า และพบมีการเริ่มการเลี้ยงลูกด้วยนมแม่ที่เร็วมากกว่าด้วย1 จากการศึกษานี้แสดงให้เห็นว่า ประสบการณ์ของมารดาเป็นปัจจัยหนึ่งที่อาจใช้ในการบอกถึงความเสี่ยงของผลของการตั้งครรภ์และการเลี้ยงลูกด้วยนมแม่ได้ โดยหากมารดาขาดประสบการณ์ บุคลากรทางการแพทย์ควรถือว่ามารดามีความเสี่ยงและมีโอกาสที่จะเริ่มต้นการเลี้ยงลูกด้วยนมแม่ช้า ซึ่งต้องการการเอาใจใส่ ติดตาม และให้คำปรึกษา เพื่อช่วยสนับสนุนให้อัตราการเลี้ยงลูกด้วยนมแม่เพิ่มสูงขึ้นได้

เอกสารอ้างอิง

1.            Cordero L, Stenger MR, Blaney SD, Finneran MM, Nankervis CA. Prior breastfeeding experience and infant feeding at discharge among women with pregestational diabetes mellitus. J Neonatal Perinatal Med 2020.

การให้ความรู้ออนไลน์แก่บุคลากรทางการแพทย์ช่วยสนับสนุนการเลี้ยงลูกด้วยนมแม่

รศ.นพ.ภาวิน พัวพรพงษ์

            การจัดอบรมให้ความรู้แก่บุคลากรทางการแพทย์มีความจำเป็น ซึ่งนอกจากเป็นการปรับให้บุคลากรมีความรู้ที่ทันสมัยแล้ว ยังช่วยในเรื่องทัศนคติของบุคลากรที่จะส่งผลดีต่อเรื่องที่อบรมนั้น ๆ  ซึ่งการจัดให้ความรู้แก่บุคลากรในรูปแบบออนไลน์ในปัจจุบัน โดยเฉพาะในยุคที่มีการระบาดของไวรัส COVID-19 ที่มีการแนะนำให้มีการรักษาระยะห่างทางสังคม มีการศึกษาในประเทศอิตาลีที่ทำการศึกษาถึงการจัดให้ความรู้เรื่องการสนับสนุนการเลี้ยงลูกด้วยนมแม่ออนไลน์แก่บุคลากรทางการแพทย์พบว่า ความรู้ของบุคลากรจะลดลงตามระยะเวลาที่ผ่านไป และการจัดให้ความรู้จะส่งผลดีต่อทัศนคติของบุคลากรทางการแพทย์ในการสนับสนุนการเลี้ยงลูกด้วยนมแม่1 ดังนั้น การจัดอบรมให้ความรู้ออนไลน์จึงเป็นทางเลือกหนึ่งที่จะสนับสนุนการเลี้ยงลูกด้วยนมแม่ที่ต้องมีการวางแผนการจัดเป็นระยะ ๆ  เพื่อให้เกิดการพัฒนาความรู้อย่างต่อเนื่องและการมีทัศนคติที่ดีต่อการสนับสนุนการเลี้ยงลูกด้วยนมแม่

เอกสารอ้างอิง

  1. Colaceci S, Zambri F, D’Amore C, et al. Long-Term Effectiveness of an e-Learning Program in Improving Health Care Professionals’ Attitudes and Practices on Breastfeeding: A 1-Year Follow-Up Study. Breastfeed Med 2020.

การให้ความรู้แก่มารดาช่วยให้มารดามีความมั่นใจในการเลี้ยงลูกด้วยนมแม่

รศ.นพ.ภาวิน พัวพรพงษ์

            ความรู้ในเรื่องการดูแลทารกและการเลี้ยงลูกด้วยนมแม่เป็นปัจจัยที่มีความสำคัญและส่งผลต่อความมั่นใจในการเลี้ยงลูกด้วยนมแม่ มีการศึกษาในประเทศอังกฤษพบว่า การให้ความรู้แก่มารดาจะส่งผลต่อการรับรู้ และช่วยให้มารดามีความมั่นใจในการเลี้ยงลูกด้วยนมแม่มากขึ้น โดยที่ไม่พบว่าการให้ความรู้แก่มารดามีผลต่อการทำหัตถการในระหว่างการคลอด หรือวิธีการคลอด1 และเป็นที่ทราบกันดีว่า หากมารดามีความมั่นในใจในการเลี้ยงลูกด้วยนมแม่จะส่งผลดีต่อการเพิ่มอัตราการเลี้ยงลูกด้วยนมแม่ ดังนั้น ในการสนับสนุนการเลี้ยงลูกด้วยนมแม่ การจัดระบบให้มีการให้ความรู้แก่มารดาจึงเป็นสิ่งสำคัญที่ควรจัดระบบให้เป็นงานประจำ

เอกสารอ้างอิง

  1. Citak Bilgin N, Ak B, Ayhan F, Kocyigit F, Yorgun S, Topcuoglu MA. Effect of childbirth education on the perceptions of childbirth and breastfeeding self-efficacy and the obstetric outcomes of nulliparous women(*,**,**). Health Care Women Int 2020;41:188-204.

 

การเลี้ยงลูกด้วยนมแม่ช่วยลดภาวะซึมเศร้าหลังคลอด

รศ.นพ.ภาวิน พัวพรพงษ์

            ภาวะซึมเศร้าหลังคลอดเป็นภาวะที่พบได้บ่อย เนื่องจากการเปลี่ยนแปลงทางสรีระ ฮอร์โมน บทบาท และภาระหน้าที่ต่าง ๆ ของมารดา ซึ่งจะพบมากขึ้นในมารดาที่อายุมาก และได้รับการผ่าตัดคลอด โดยหากพบภาวะซึมเศร้าหลังคลอดจะสัมพันธ์กับอัตราการเลี้ยงลูกด้วยนมแม่ต่ำ จากการที่มารดาหยุดการให้นมลูกก่อนเวลาอันควรนทางกลับกัน หากมารดาเริ่มการเลี้ยงลูกด้วยนมแม่ได้ตั้งแต่ในระยะแรก จะพบภาวะซึมเศร้าหลังคลอดในมารดากลุ่มนี้น้อย ซึ่งแสดงถึงการเลี้ยงลูกด้วยนมแม่เป็นปัจจัยหนึ่งที่ส่งผลในการช่วยลดภาวะซึมเศร้าหลังคลอดในมารดาได้1 อย่างไรก็ตาม บุคลากรทางการแพทย์ควรเอาใจใส่กับมารดาที่มีความเสี่ยงที่จะมีภาวะซึมเศร้าหลังคลอด เพื่อให้คำปรึกษารวมถึงการกระตุ้นให้เกิดการสนับสนุนการช่วยเหลือจากสามีและครอบครัว การสังเกต การให้การวินิจฉัยและให้การดูแลมารดาที่มีความเสี่ยงที่จะเกิดภาวะซึมเศร้าหลังคลอดได้ตั้งแต่ในระยะแรก นอกจากจะช่วยลดระยะเวลาในการให้การดูแลรักษา ยังอาจจะช่วยเพิ่มอัตราการเลี้ยงลูกด้วยนมแม่ได้

เอกสารอ้างอิง

  1. Chiu HC, Wang HY, Hsiao JC, et al. Early breastfeeding is associated with low risk of postpartum depression in Taiwanese women. J Obstet Gynaecol 2020;40:160-6.