เรื่องทั้งหมดโดย OB-GYN

การใช้ยาต้านไวรัส Adefovir Dipivoxil ในมารดาที่ติดเชื้อไวรัสตับอักเสบบีเรื้อรัง

 

w36

รศ.นพ.ภาวิน พัวพรพงษ์

ยาต้านไวรัส Adefovir Dipivoxil ?ไม่พบว่ามีข้อมูลว่าทำให้เกิดเนื้องอกหรือมะเร็งในทารก มีการศึกษาถึงการใช้ยา Adefovir Dipivoxil ?ในหนู พบว่ามีผลต่อทารกมีเบ้าตาลึก ไส้เลื่อนในสายสะดือ (umbilical hernia) และหางคดงอ (kinked tail) โดยระดับยาที่ศึกษาจะสูงกว่าที่ใช้ในมนุษย์มากกว่า 38 เท่า สำหรับการศึกษาในมนุษย์ควรต้องมีการศึกษาเพิ่มเติม

หนังสืออ้างอิง

1.?? 1. ? Hepsera (Adefovir Dipivoxil). Product Information. Foster City, CA, USA: Gilead Sciences; 2006.

การใช้ยาต้านไวรัส Entecavir ในมารดาที่ติดเชื้อไวรัสตับอักเสบบีเรื้อรัง

w36

รศ.นพ.ภาวิน พัวพรพงษ์

ยาต้านไวรัส Entecavir ไม่พบว่ามีข้อมูลว่าสามารถผ่านรกได้ มีการศึกษาถึงการใช้ยา Entecavir ในหนู พบว่ามีผลต่อน้ำหนักทารกที่น้อยลง ความผิดปกติของหางและกระดูกสันหลัง การสร้างกระดูกลดลง เนื้องอกในปอด โดยระดับยาที่ศึกษาจะสูงกว่าที่ใช้ในมนุษย์ถึง 3100 เท่า สำหรับการศึกษาในมนุษย์ควรจะต้องมีการศึกษาเพิ่มเติม

หนังสืออ้างอิง

1.????? Baraclude (Entecavir Monohydrate). Product Information. Princeton, NJ, USA: Bristol-Myer Squibb; 2010.

?

 

การใช้ยาต้านไวรัส Telbivudine ในมารดาที่ติดเชื้อไวรัสตับอักเสบบีเรื้อรัง

w36

รศ.นพ.ภาวิน พัวพรพงษ์

ยาต้านไวรัส Telbivudine พบว่าสามารถผ่านรกได้ ยานี้จัดอยู่ใน category B ของยาที่ใช้ระหว่างตั้งครรภ์ มีการศึกษาถึงการใช้ยา Telbivudine ในหนู ไม่พบว่ามีความพิการหรือก่อให้เกิดมะเร็งในทารก สำหรับการศึกษาในมนุษย์ในสตรีระหว่างตั้งครรภ์ไม่พบว่ามีผลเสียที่รุนแรงต่อทารก1 ข้อมูลการศึกษาถึงยานี้ยังมีน้อย การเก็บข้อมูลระยะยาวต่อไปจึงจำเป็น

หนังสืออ้างอิง

1.???????? Bridges EG, Selden JR, Luo S. Nonclinical safety profile of telbivudine, a novel potent antiviral agent for treatment of hepatitis B. Antimicrob Agents Chemother 2008;52:2521-8.

?

?

 

การใช้ยาต้านไวรัส Tenofovir ในมารดาที่ติดเชื้อไวรัสตับอักเสบบีเรื้อรัง

w36

รศ.นพ.ภาวิน พัวพรพงษ์

ยา Tenofovir สามารถผ่านรกได้โดยมีระดับยาในกระแสเลือดมารดาเท่ากับระดับยาในเส้นเลือดในสายสะดือทารก1 ยานี้จัดอยู่ใน category B ของยาที่ใช้ระหว่างตั้งครรภ์ มีการศึกษาถึงความพิการในทารกที่มารดาได้รับยา Tenofovir ระหว่างตั้งครรภ์ในไตรมาสแรกพบความพิการในทารกร้อยละ 2.3 สำหรับการให้ในระหว่างการตั้งครรภ์ในไตรมาสที่สองและสามพบความพิการในทารกร้อยละ 2.3 ซึ่งอัตราการเกิดความพิการในทารกที่พบนี้ไม่แตกต่างจากมารดาที่ไม่ได้รับยาต้านไวรัส ในกรณีที่ให้ขนาดสูงพบว่ามีผลต่อแร่ธาตุในกระดูกลดลง การเจริญเติบโตผิดปกติ และลดระดับของ insulin-like growth factor1 ซึ่งจะกลับมาเป็นปกติเมื่อหยุดยา2-5 บางรายงานพบว่ามีน้ำหนักของทารกที่ได้รัยยานี้ที่อายุหนึ่งปีน้อยกว่า6 ดังนั้น ยาTenofovir จึงเป็นทางเลือกในกรณีที่จะใช้ยาต้านไวรัสระหว่างการตั้งครรภ์

หนังสืออ้างอิง

1.???????????? Hirt D, Urien S, Ekouevi DK, et al. Population pharmacokinetics of tenofovir in HIV-1-infected pregnant women and their neonates (ANRS 12109). Clin Pharmacol Ther 2009;85:182-9.

2.???????????? Van Rompay KK, Durand-Gasselin L, Brignolo LL, et al. Chronic administration of tenofovir to rhesus macaques from infancy through adulthood and pregnancy: summary of pharmacokinetics and biological and virological effects. Antimicrob Agents Chemother 2008;52:3144-60.

3.???????????? Tarantal AF, Castillo A, Ekert JE, Bischofberger N, Martin RB. Fetal and maternal outcome after administration of tenofovir to gravid rhesus monkeys (Macaca mulatta). J Acquir Immune Defic Syndr 2002;29:207-20.

4.???????????? Judd A, Boyd KL, Stohr W, et al. Effect of tenofovir disoproxil fumarate on risk of renal abnormality in HIV-1-infected children on antiretroviral therapy: a nested case-control study. AIDS 2010;24:525-34.

5.???????????? Riordan A, Judd A, Boyd K, et al. Tenofovir use in human immunodeficiency virus-1-infected children in the United kingdom and Ireland. Pediatr Infect Dis J 2009;28:204-9.

6.???????????? Siberry GK, Williams PL, Mendez H, et al. Safety of tenofovir use during pregnancy: early growth outcomes in HIV-exposed uninfected infants. AIDS 2012;26:1151-9.

?

 

การใช้ยาต้านไวรัส Lamivudine ในมารดาที่ติดเชื้อไวรัสตับอักเสบบีเรื้อรัง

w36

รศ.นพ.ภาวิน พัวพรพงษ์

??????????? ยาต้านไวรัส Lamivudine เมื่อใช้ระหว่างตั้งครรภ์จะผ่านรกโดยการแพร่ (simple diffusion) ระดับยาในน้ำคร่ำตรวจพบสูงถึง 5 เท่าเทียบกับระดับยาในกระแสเลือดมารดา1 จากการศึกษาในสัตว์ทดลองไม่พบว่าเกิดความผิดปกติในทารก ยานี้จัดอยู่ใน category c ของยาที่ใช้ระหว่างตั้งครรภ์ มีการศึกษาถึงความพิการในทารกที่มารดาได้รับยา Lamivudine ระหว่างตั้งครรภ์ในไตรมาสแรกพบความพิการในทารกร้อยละ 3.1 สำหรับการให้ในระหว่างการตั้งครรภ์ในไตรมาสที่สองและสามพบความพิการในทารกร้อยละ 2.8 ซึ่งอัตราการเกิดความพิการในทารกที่พบนี้ไม่แตกต่างจากมารดาที่ไม่ได้รับยาต้านไวรัส อย่างไรก็ตาม การศึกษาติดตามยังมีช่วงระยะเวลาสูงสุด 5.4 ปี2,3 การติดตามผลระยะยาวต่อไปจึงจำเป็น ดังนั้นจากข้อมูลปัจจุบันหากจำเป็นต้องใช้ยา Lamivudine ยานี้ค่อนข้างปลอดภัย

หนังสืออ้างอิง

1.???????? Mandelbrot L, Peytavin G, Firtion G, Farinotti R. Maternal-fetal transfer and amniotic fluid accumulation of lamivudine in human immunodeficiency virus-infected pregnant women. Am J Obstet Gynecol 2001;184:153-8.

2.???????? Benhammou V, Warszawski J, Bellec S, et al. Incidence of cancer in children perinatally exposed to nucleoside reverse transcriptase inhibitors. AIDS 2008;22:2165-77.

3.???????? Gibb DM, Kizito H, Russell EC, et al. Pregnancy and infant outcomes among HIV-infected women taking long-term ART with and without tenofovir in the DART trial. PLoS Med 2012;9:e1001217.

?

?