
รศ.นพ.ภาวิน พัวพรพงษ์
? ? ? ? ? ? ? ?การให้มารดาและทารกอยู่ร่วมกันตลอด 24 ชั่วโมง จะช่วยสนับสนุนและเพิ่มระยะเวลาการเลี้ยงลูกด้วยนมแม่ มารดาจะอยู่ใกล้ทารก สามารถเห็นการแสดงออกของทารกได้ง่าย ทำให้สามารถป้อนนมได้ตามความต้องการของทารก ทารกหลับได้ดีและร้องไห้น้อยกว่า ทำให้มารดามั่นใจในการดูแลทารกด้วยตนเองและส่งเสริมความสัมพันธ์ระหว่างแม่ลูก

รศ.นพ.ภาวิน พัวพรพงษ์
? ? ? ? ? ? ? ? การส่งเสริมการเลี้ยงลูกด้วยนมแม่ในหอผู้ป่วยหลังคลอด สิ่งที่สำคัญ ได้แก่ การให้มารดาและทารกอยู่ร่วมกันตลอด 24 ชั่วโมง การดูแลมารดาเข้าเต้า การสังเกตมารดาให้นมลูก การสอนท่าในการให้นมลูก และการเตรียมความพร้อมให้มารดาก่อนกลับบ้าน

รศ.นพ.ภาวิน พัวพรพงษ์
? ? ? ? ? ?ในกระบวนการการดูแลการคลอดและหลังคลอด มีสิ่งที่เป็นอุปสรรคขัดขวางการให้ทารกสัมผัสผิวกับมารดาในระยะแรกหลังคลอด ได้แก่ การจำกัดให้มารดานอนอยู่บนเตียงระหว่างหลังคลอด การขาดการให้กำลังใจจากสามีหรือคนใกล้ชิด การงดการให้อาหารหรือน้ำเป็นเวลานาน การให้ยาแก้ปวด การตัดฝีเย็บและการเย็บแผล การให้น้ำเกลือ การห่อทารกจนแน่นเกินไป การแยกมารดาและทารก ความวิตกกังวลเรื่องมารดาเหนื่อย ทารกตัวเย็นหรือการอาบน้ำทารก และการที่ขาดบุคลากรทางการแพทย์ในการดูแลทารกขณะดูดนมแม่ ซึ่งบุคลากรทางการแพทย์ต้องบริหารจัดการ ปรับเปลี่ยน เอาชนะอุปสรรค เพื่อให้มารดาและทารกได้ประโยชน์สูงสุด ไม่ยึดติดกับค่านิยมการปฏิบัติเดิมที่ขาดข้อมูลหลักฐานเชิงประจักษ์ในการส่งเสริมการเลี้ยงลูกด้วยนมแม่

รศ.นพ.ภาวิน พัวพรพงษ์
? ? ? ? ? ? ?ห้องคลอด ควรจัดระบบให้มีแบบบันทึกเพื่อจดเวลาเริ่มของการให้ทารกสัมผัสกับผิวของมารดาและเวลาสิ้นสุดการให้สัมผัสในแฟ้มการดูแลการคลอด ซึ่งจะแสดงถึงการให้ความสำคัญในกระบวนการปฏิบัตินี้เช่นเดียวกับการปฏิบัติอื่นที่ต้องบันทึกข้อมูลให้ครบถ้วน

รศ.นพ.ภาวิน พัวพรพงษ์
? ? ? ? ? ? ? ? ?กระบวนการของการเริ่มให้ลูกได้กินนมแม่ ควรวางทารกให้ผิวสัมผัสแนบชิดกับมารดาทันทีหลังคลอดนานอย่างน้อย 1 ชั่วโมงและช่วยให้มารดาได้เริ่มการเลี้ยงลูกด้วยนมแม่ภายในครึ่งชั่วโมงแรกหลังคลอด สิ่งนี้ถือเป็นสิ่งเริ่มต้นที่สำคัญในการส่งเสริมเลี้ยงลูกด้วยนมแม่
แหล่งความรู้ เกี่ยวกับสูติ-นรีเวช (Obstetrics-Gynecology)