เรื่องทั้งหมดโดย OB-GYN

คำแนะนำสำหรับการดูแลทารกหลังคลอด ตอนที่ 6

รศ.นพ.ภาวิน พัวพรพงษ์

ทำไมทารกต้องร้องไห้

?การร้องไห้เป็นการสื่อสารอย่างหนึ่งของทารก และไม่ใช่ว่าการที่ทารกร้องไห้เกิดจากอาการหิวของทารกแต่เพียงอย่างเดียว สาเหตุที่ทารกร้องไห้อาจเกิดจากการที่ทารกง่วงนอน หงุดหงิด เจ็บป่วย ไม่สบายตัว ต้องการการเปลี่ยนผ้าอ้อม หรือต้องการให้อุ้มก็เป็นได้ ดังนั้น การช่างสังเกตของมารดาร่วมกับการที่มารดาได้มีโอกาสที่จะอยู่กับทารกตลอด 24 ชั่วโมงในระยะหลังคลอด จะทำให้มารดาเป็นผู้ที่สามารถเข้าใจและแยกความแตกต่างจากที่จะบอกถึงสาเหตุที่ทำให้ทารกร้องไห้ได้ โดยที่มารดาและครอบครัวไม่ควรคิดหรือเข้าใจว่าการที่ทารกร้องไห้เป็นจากการที่ทารกหิว และให้ทารกกินนมทุกครั้งเมื่อทารกร้องไห้ แม้ว่าบางครั้งการร้องไห้จะแสดงว่าทารกมีอาการหิว แต่การร้องไห้ก็บ่งถึงว่าความล่าช้าในการรับรู้และขาดป้อนนมให้แก่ทารกจนทำให้ทารกหงุดหงิดจนกระทั่งร้องไห้ได้

 

คำแนะนำสำหรับการดูแลทารกหลังคลอด ตอนที่ 5

รศ.นพ.ภาวิน พัวพรพงษ์

ทารกชอบใกล้ชิดมารดา

? ? ? ? ? ? ? ? เมื่อทารกอยู่ในครรภ์ทารกจะอยู่แนบชิดมารดาตลอด เมื่อคลอดออกมา ทารกจึงยังต้องการการแนบชิดกับมารดา เพื่อความรู้สึกอบอุ่น คุ้นเคย และผ่อนคลาย ร่วมกับการที่ให้ลำตัวของทารกหันเข้าหาและแนบชิดกับลำตัวของมารดาในขณะที่ให้นมแม่ จะช่วยให้ทารกสามารถอมหัวนมและลานนมได้ลึก ซึ่งเป็นหนึ่งในปัจจัยที่สำคัญในการจัดท่าให้นมลูก การที่ลูกอยู่ในท่ากินนมที่เหมาะสม ลูกจะพึงพอใจ สงบ อิ่มท้อง ไม่ร้องกวน การเจริญเติบโตและพัฒนาการจะเป็นไปตามเกณฑ์ ดังนั้น การสร้างความแนบชิดระหว่างมารดาและทารกจึงเป็นสิ่งที่จะช่วยให้ทารกปรับตัวหลังคลอด กินนมแม่ได้ดี มีการเจริญเติบโตที่เหมาะสม ซึ่งจะช่วยเตรียมความพร้อมให้ทารกมีความแข็งแรงและสุขภาพที่ดี

คำแนะนำสำหรับการดูแลทารกหลังคลอด ตอนที่ 4

รศ.นพ.ภาวิน พััวพรพงษ์

ทารกชอบการโอบกอด

? การโอบกอด หากทำโดยให้ผิวทารกได้สัมผัสกับผิวของมารดาที่โอบอุ้ม จะช่วยกระตุ้นพัฒนาการของเครือข่ายของระบบประสาท ทำให้ทารกปลอดภัย อุ่นใจและรู้สึกสงบ ดังนั้น มารดารวมทั้งบิดาสามารถให้การโอบกอดทารกเนื้อแนบเนื้อได้เริ่มตั้งแต่ในระยะแรกหลังคลอด ซึ่งจะช่วยให้ประโยชน์แก่ทารก ทารกจะชื่นชอบ และการโอบกอดทารกบ่อย ๆ ไม่จำเป็นต้องกังวลกับความเชื่อที่ว่า จะทำให้ทารกติดมือหรือติดการอุ้ม เพราะหากเห็นแก่ประโยชน์ของทารกเป็นสำคัญ มารดาและบิดาก็ไม่ควรปฏิเสธการโอบกอดทารกเนื้อแนบเนื้อ นอกจากนี้ การโอบกอดทารกเนื้อแนบเนื้อยังเป็นการปฏิบัติที่ก่อให้เกิดความพึงพอใจต่อบิดามารดาด้วย

คำแนะนำสำหรับการดูแลทารกหลังคลอด ตอนที่ 3

รศ.นพ.ภาวิน พัวพรพงษ์

นมแม่นั้นจำเพาะและแตกต่าง

นมแม่นั้นถูกสร้างและออกแบบมาสำหรับทารก จึงมีความเหมาะสมกับทารกแรกเกิดและแม้ว่าทารกจะมีการเจริญเติบโตขึ้น นมแม่ก็จะมีการปรับเปลี่ยนความเหมาะสมตามทารกที่เจริญเติบโตขึ้น ซึ่งหาไม่ได้จากนมผงดัดแปลงทารกเนื่องจากจะมีความจำกัดของสูตรที่เลือกใช้ในแต่ละช่วงวัยของทารก หากมารดาสังเกตนมแม่จะเห็นว่า น้ำนมแม่ในช่วงแรกจะเป็นหัวน้ำนม ซึ่งมีสีเหลือง ข้น ประกอบไปด้วยสารอาหารที่มีประโยชน์ที่คัดสรรมาอย่างละเอียด และอุดมไปด้วยภูมิคุ้มกันที่จะปกป้องทารก ปริมาณที่มีน้อยก็เพื่อให้เหมาะกับกระเพาะและช่วงปรับตัวในการเริ่มกินอาหารของทารก จากนั้นใน 3-4 วันน้ำนมปกติก็เริ่มมา ซึ่งเมื่อทารกเจริญเติบโตขึ้น ปริมาณและสัดส่วนของสารอาหารในนมแม่ก็จะมีการปรับเปลี่ยนแปลง และหากมารดาคงการให้นมบ่อยและสม่ำเสมอ ขอให้เชื่อมั่นว่า มารดาทุกคนจะมีน้ำนมเพียงพอสำหรับทารก หากไม่มีความผิดปกติ ความเชื่อมั่นว่ามารดาสามารถเลี้ยงลูกด้วยนมแม่อย่างเดียวในช่วงหกเดือนแรกจะเสริมสร้างพลังให้มารดามีความสำเร็จในการให้ลูกกินนมแม่ในหกเดือนแรกได้

คำแนะนำสำหรับการดูแลทารกหลังคลอด ตอนที่ 2

รศ.นพ.ภาวิน พัวพรพงษ์

กระเพาะลูกน้อยยังเล็กเมื่อแรกเกิด

ลูกน้อยเมื่อขณะอยู่ในครรภ์ของมารดาได้รับสารอาหารผ่านทางสายสะดือ ดังนั้น การพัฒนาเพื่อขยายตัวของกระเพาะอาหารจึงเกิดขึ้นเมื่อทารกเริ่มกินนมแม่ ซึ่งในระยะแรกเกิดใหม่ ๆ นั้นขนาดของกระเพาะของทารกจะรับอาหารได้ราว 5-10 มิลลิลิตร หรือขนาดเท่ากับลูกแก้วเท่านั้น จากนั้นจึงขยายตัวเพิ่มขึ้นเป็นขนาดลูกปิงปองเมื่ออายุได้ราว 1 สัปดาห์ การเปรียบเทียบขนาดกระเพาะของทารกนี้ก็เพื่อให้มารดาได้เข้าใจถึงความสอดคล้องของปริมาณน้ำนมที่ผลิตในระยะแรกที่เป็นหัวน้ำนม แม้จะมีปริมาณน้อยแต่ก็มักพอดีกับการขยายตัวของกระเพาะของทารก และเมื่อน้ำนมผลิตมากขึ้นก็จะพอดีกับระยะที่กระเพาะได้มีการขยายตัวเพื่อรองรับน้ำนมแล้ว อีกสิ่งที่สะท้อนให้ทราบถึงขนาดของกระเพาะทารกที่เล็กก็คือ หากให้ทารกกินนมแล้วไม่จับเรอ ทารกก็จะแหวะนมได้ง่าย เพราะลมจะเข้าไปในกระเพาะทารกขณะกินนม ร่วมกับการที่หูรูดที่หลอดอาหารยังทำงานไม่ได้ดี เมื่อมีแรงดันที่เพิ่มขึ้นในกระเพาะทารก ทารกจึงแหวะนม ดังนั้นการกินนมที่มีปริมาณมากไปจนทารกแหวะนม จึงได้รับประโยชน์น้อยและอาจเกิดอันตรายจากการสำลักได้