รศ.นพ.ภาวิน พัวพรพงษ์
ปัจจุบันอาหารที่เรารับประทานมักไม่เหมาะสมทำให้มีความเสี่ยงต่อเรื่องโรคหัวใจและหลอดเลือดเมื่ออายุมากขึ้น เรื่องการรับประทานไขมันทรานที่มีอยู่ในขนมทอดกรอบที่มีอยู่หลากหลายก็เป็นอีกเหตุผลหนึ่ง นอกจากนี้ ลักษณะหรือรูปแบบการใช้ชีวิตที่นั่งโต๊ะทำงาน ไม่ค่อยเคลื่อนไหวร่างกาย ไม่ออกกำลังกายก็เป็นความเสี่ยงที่ส่งเสริมการเกิดโรคหัวใจและหลอดเลือดเพิ่มขึ้นด้วย ในปัจจุบันโรคหัวใจและหลอดเลือดเป็นโรคที่พบว่าเป็นสาเหตุที่ทำให้เกิดการเสียชีวิตอันดับต้น ๆ ดังนั้น เมื่อมาพิจารณาการป้องกันหรือลดการเกิดการเสียชีวิตจากโรคเหล่านี้ การลดความเสี่ยงโดยการหลีกเลี่ยงปัจจัยที่ส่งเสริมการเกิดโรค คือ การรับประทานอาหารให้เหมาะสม การปรับเปลี่ยนพฤติกรรม การออกกำลังกาย นอกจากนี้ มีการศึกษาที่พบว่า การที่สตรีให้นมแม่แก่ลูกไม่ว่าจะเป็นรูปแบบการเลี้ยงลูกด้วยนมแม่อย่างเดียวหรือการให้ลูกได้กินนมแม่บางส่วน (partial breastfeeding) สามารถช่วยลดการเกิดโรคหัวใจและหลอดเลือดได้ 1 เมื่อเป็นเช่นนั้นการเลี้ยงลูกด้วยนมแม่ที่เป็นพื้นฐานของสุขภาพและมีประโยชน์อีกหลายอย่างทั้งแก่มารดาและทารกควรจะมีการส่งเสริมการปฏิบัติ และประชาสัมพันธ์หรือสื่อสารให้มารดาและคนในสังคมทราบ เพื่อช่วยกันรณรงค์ส่งเสริมให้คนไทยได้มีสุขภาพที่ดีขึ้นในอนาคต
เอกสารอ้างอิง
Kirkegaard H, Bliddal M, Stovring H, et al. Breastfeeding and later maternal risk of hypertension and cardiovascular disease – The role of overall and abdominal obesity. Prev Med 2018;114:140-8.
รศ.นพ.ภาวิน พัวพรพงษ์
ประโยชน์ของนมแม่มีหลายอย่าง ทั้งในเรื่องสารอาหารที่มีอยู่อย่างครบถ้วนและเหมาะสมรวมถึงช่วยในเรื่องภูมิคุ้มกันที่ดีและควบคุมระบบภูมิคุ้มกันให้ทำงานเป็นปกติ นอกจากนี้ ยังมีส่วนช่วยในการป้องกันการเกิดมะเร็งเต้านมในมารดา ซึ่งมะเร็งเต้านมในปัจจุบันเป็นสาเหตุการตายอันดับหนึ่งของการตายของสตรีที่พบจากมะเร็ง ลดการเกิดมะเร็งรังไข่และมะเร็งเยื่อบุโพรงมดลูก สำหรับในทารก การที่ทารกกินนมแม่จะลดการเกิดมะเร็งเม็ดเลือดขาว (acute lymphocytic leukemia) และมะเร็งต่อมน้ำเหลือง (Hodgkin’s lymphoma) ในวัยเด็ก และยังมีข้อมูลจากการวิจัยที่บ่งชี้ว่าการกินนมแม่อาจช่วยลดการเกิดมะเร็งไทรอยด์ด้วย 1 ดังนั้น นอกจากการเลี้ยงลูกด้วยนมแม่จะช่วยลดการเสียชีวิตของทารกแรกเกิดแล้วยังน่าจะช่วยลดการเสียชีวิตจากมะเร็งเมื่อทารกเจริญเติบโตขึ้น ดังนั้น หากมีดูแลตนเองและมีปฏิบัติตัวอย่างเหมาะสม ทารกยุคใหม่ที่กินนมแม่ก็น่าจะมีอายุที่ยืนยาวขึ้น
เอกสารอ้างอิง
Kim H, Kim KY, Baek JH, Jung J. Are pregnancy, parity, menstruation and breastfeeding risk factors for thyroid cancer? Results from the Korea National Health and Nutrition Examination Survey, 2010-2015. Clin Endocrinol (Oxf) 2018.
รศ.นพ.ภาวิน พัวพรพงษ์
??????????? ไม่ว่าจะเป็นการจัดกลุ่มนมแม่หรือเป็นการสื่อสารในชุมชน เรื่องเล่าประสบการณ์การเลี้ยงลูกด้วยนมแม่ล้วนช่วยสนับสนุนการเลี้ยงลูกด้วยนมแม่ 1 การแบ่งปันประสบการณ์การเลี้ยงลูกด้วยนมแม่เป็นการให้ความรู้ด้วยเรื่องเล่าที่ฟังง่าย ใช้ภาษาที่สะดวกในการเข้าใจ ทำให้การสื่อสารหรือสิ่งที่ต้องการถ่ายทอดบรรลุผล มารดาและผู้ที่สนใจสามารถนำประสบการณ์จากเรื่องเล่านั้นมาปรับใช้กับปัญหาหรืออุปสรรคที่คล้ายกันโดยทำให้มารดาผ่านอุปสรรคต่าง ๆ ไปได้ด้วยดี อย่างไรก็ตาม หลังการแบ่งปันประสบการณ์ ควรมีการสรุปประเด็นที่สามารถนำไปใช้ เพื่อให้มารดาที่อาจจะจับประเด็นที่สำคัญไม่ทัน สามารถฟังเนื้อหาที่สรุปเนื้อหาที่สำคัญอีกครั้ง ซึ่งจะช่วยทบทวนและส่งเสริมความเข้าใจของมารดาที่ถูกต้อง
เอกสารอ้างอิง
Keitt SH, Reis-Reilly H, Fuller-Sankofa N, Carr M. Breastfeeding in the Community: Sharing Stories on Implementations That Work. J Hum Lact 2018;34:285-303.
รศ.นพ.ภาวิน พัวพรพงษ์
??????????? ทัศนคติของมารดามีผลต่อการเลี้ยงลูกด้วยนมแม่ หากมารดามีทัศนคติที่ดีต่อการเลี้ยงลูกการเลี้ยงลูกด้วยนมแม่ จะทำให้มารดามีความตั้งใจในการเลี้ยงลูกด้วยนมแม่ เมื่อมารดามีความตั้งใจที่จะเลี้ยงลูกด้วยนมแม่ก็จะส่งผลต่อการเริ่มการเลี้ยงลูกด้วยนมแม่เร็วและมีระยะเวลาของการเลี้ยงลูกด้วยนมแม่ยาวนานกว่า 1 การที่มารดาเริ่มการเลี้ยงลูกด้วยนมแม่เร็วจะสัมพันธ์กับอัตราการเลี้ยงลูกด้วยนมแม่สูงขึ้น นอกจากนี้ การเริ่มการเลี้ยงลูกด้วยนมแม่เร็วยังส่งผลดีต่อระยะเวลาของการเลี้ยงลูกด้วยนมแม่ด้วย ดังนั้น การสร้างให้มารดามีทัศนคติที่ดีรวมทั้งส่งเสริมให้มารดามีความตั้งใจในการเลี้ยงลูกด้วยนมแม่จึงเป็นบทบาทของบุคลากรทางการแพทย์และผู้ที่สนับสนุนการเลี้ยงลูกด้วยนมแม่ ที่จะช่วยส่งเสริมและสร้างโอกาสให้เด็กไทยได้กินนมแม่มากขึ้น
เอกสารอ้างอิง
Keddem S, Frasso R, Dichter M, Hanlon A. The Association Between Pregnancy Intention and Breastfeeding. J Hum Lact 2018;34:97-105.
รศ.นพ.ภาวิน พัวพรพงษ์
??????????? คนในครอบครัวที่อยู่ด้วยกันจะมีส่วนร่วมในบทบาทของการสนับสนุนการเลี้ยงลูกด้วยนมแม่ในระยะหลังคลอด ซึ่งบางคนอาจทำหน้าช่วยในการสนับสนุนการเลี้ยงลูกด้วยนมแม่ ขณะที่บางคนอาจมีทัศนคติที่ไม่สนับสนุนการเลี้ยงลูกด้วยนมแม่ ทำให้ตนเองเป็นอุปสรรคต่อการส่งเสริมการเลี้ยงลูกด้วยนมแม่ มีการศึกษาพบว่า การให้ความรู้แก่คนในครอบครัวเรื่องการเลี้ยงลูกด้วยนมแม่จะช่วยให้อัตราการเลี้ยงลูกด้วยนมแม่อย่างเดียวสูงขึ้น 1 ซึ่งเหตุผลของการเพิ่มของอัตราการเลี้ยงลูกด้วยนมแม่อย่างเดียวอาจจะเกิดจากการที่มารดาและครอบครัวได้รับความรู้ที่ถูกต้องเหมาะสมในการเลี้ยงลูกด้วยนมแม่ในทิศทางเดียวกันทั้งครอบครัว ซึ่งหากครอบครัวมีความเห็นหรือทัศนคติในทิศทางเดียวกัน แนวทางการปฏิบัติของมารดาในระยะหลังคลอดก็จะเป็นไปในทิศทางเดียวกัน ปราศจากข้อขัดแย้งที่สนับสนุนการเลี้ยงลูกด้วยนมแม่ ?ดังนั้น บุคลากรทางการแพทย์ความให้ความสำคัญกับการให้ความรู้และทัศนคติของคนในครอบครัวเกี่ยวกับการเลี้ยงลูกด้วยนมแม่ เพื่อช่วยให้เกิดการสนับสนุนของคนในครอบครัวที่มีความใกล้ชิดที่จะช่วยให้อัตราการเลี้ยงลูกด้วยนมแม่เพิ่มขึ้นได้
เอกสารอ้างอิง
Ke J, Ouyang YQ, Redding SR. Family-Centered Breastfeeding Education to Promote Primiparas’ Exclusive Breastfeeding in China. J Hum Lact 2018;34:365-78.
เรื่องนำทาง
แหล่งความรู้ เกี่ยวกับสูติ-นรีเวช (Obstetrics-Gynecology)