เรื่องทั้งหมดโดย OB-GYN

บทบาทของจิตแพทย์ในการเลี้ยงลูกด้วยนมแม่มีมากขึ้น

รศ.นพ.ภาวิน พัวพรพงษ์

            ปัจจุบันการดูแลรักษาโรคหรือภาวะผิดปกติต่าง ๆ มักอาศัยความร่วมมือของแพทย์ในหลากหลายสาขาหรือที่เรียกว่า สหสาขา ซึ่งไม่เว้นในเรื่องของการสนับสน นการเลี้ยงลูกด้วยนมแม่ โดยทั่วไปแพทย์ที่มักเกี่ยวข้องกับการสนับสนุนการเลี้ยงลูกด้วยนมแม่ ได้แก่ สูติแพทย์ กุมารแพทย์ แพทย์เวชปฏิบัติทั่วไป แพทย์เวชศาสตร์ครอบครัว และแพทย์เวชศาสตร์ชุมชน นอกจากนี้ยังมีแพทย์เฉพาะด้านในกรณีที่มีปัญหาเฉพาะ ได้แก่ ทารกที่มีภาวะลิ้นติด แพทย์ที่ร่วมดูแลอาจเป็นกุมารศัลยแพทย์ ทันตแพทย์ หรือแพทย์โสต ศอ นาสิก และลาริงซ์วิทยา  แต่ปัญหาหรืออุปสรรคในการเลี้ยงลูกด้วยนมแม่นั้นมีส่วนของสภาวะจิตใจเกี่ยวข้อง โดยร่วมกับความจำเป็นการใช้จิตวิทยาวิเคราะห์เพื่อช่วยในการให้คำปรึกษาให้มารดาเห็นประโยชน์และความสำคัญของการเลี้ยงลูกด้วยนมแม่ และให้เกิดความเหมาะสมกับบุคลิกภาพของมารดา แพทย์ที่จะมีบทบาทเพิ่มมากขึ้นก็คือ จิตแพทย์1 เนื่องจากต้องอาศัยความรู้ความชำนาญจำเพาะด้าน ดังนั้น การให้ความสำคัญกับการมีส่วนร่วมของแพทย์ในสาขาต่าง ๆ ที่จะช่วยวางแผนกำหนดแนวทางในการร่วมดูแลมารดาและทารกอย่างเป็นระบบ เพื่อให้เกิดการประสบความสำเร็จและบรรลุเป้าหมายในการสนับสนุนการเลี้ยงลูกด้วยนมแม่

เอกสารอ้างอิง

  1. Rowold K. ‘If We Are to Believe the Psychologists …’: Medicine, Psychoanalysis and Breastfeeding in Britain, 1900-55. Med Hist 2019;63:61-81.

 

แม่ที่เคยเลี้ยงลูกด้วยนมแม่มักให้นมแม่ได้นานกว่า

รศ.นพ.ภาวิน พัวพรพงษ์

            ประสบการณ์ในการเลี้ยงลูกด้วยนมแม่มีความสำคัญ แม่ที่เคยเลี้ยงลูกด้วยนมแม่มักเริ่มต้นให้ลูกกินนมแม่ได้มากกว่าและเลี้ยงลูกด้วยนมแม่ได้นานกว่าแม่ที่ไม่เคยเลี้ยงลูกด้วยนมแม่1 แล้วการถ่ายทอดประสบการณ์หรือช่วยเหลือในการเลี้ยงลูกด้วยนมแม่ของยายให้แก่แม่ จะช่วยให้การเลี้ยงลูกด้วยนมแม่ดีขึ้นไหม คำตอบคือ การที่มียายที่มีอิทธิพลต่อการตัดสินใจของครอบครัวช่วยสนับสนุนการเลี้ยงลูกด้วยนมแม่ย่อมเกิดประโยชน์และมีผลดีต่อการให้ลูกนมแม่แน่นอน แต่หากมีคำถามว่า ผลของปัจจัยไหนส่งผลต่อการเลี้ยงลูกด้วยนมแม่มากกว่ากัน มีการศึกษาถึงคำตอบนี้พบว่า ประสบการณ์ตรงที่เคยเลี้ยงลูกด้วยนมแม่มีอิทธิพลมากกว่าการถ่ายทอดประสบการณ์การเลี้ยงลูกด้วยนมแม่จากยาย ดังนั้น การใส่ใจสนับสนุนให้มารดาที่คลอดลูกคนแรกได้เลี้ยงลูกด้วยนมแม่สำเร็จ จะมีส่วนช่วยในการเลี้ยงลูกด้วยนมแม่ในมารดาท้องหลังได้

เอกสารอ้างอิง

  1. Wagner S, Kersuzan C, Gojard S, et al. Breastfeeding initiation and duration in France: The importance of intergenerational and previous maternal breastfeeding experiences – results from the nationwide ELFE study. Midwifery 2019;69:67-75.

ประสบการณ์ที่เป็นอุปสรรคต่อการเลี้ยงลูกด้วยนมแม่

รศ.นพ.ภาวิน พัวพรพงษ์

            แม้ว่าการให้ลูกกินนมแม่จะเป็นเรื่องธรรมชาติและเป็นมาตรฐานปกติที่มารดาควรปฏิบัติในการให้อาหารทารกหลังคลอด แต่ในการที่จะประสบความสำเร็จในการเลี้ยงลูกด้วยนมแม่นั้น เมื่อมีการไปสัมภาษณ์มารดาถึงประสบการณ์ที่พบเป็นอุปสรรคหรือเป็นสิ่งที่จะขัดขวางความสำเร็จในการเลี้ยงลูกด้วยนมแม่พบว่า ความต้องการของทารกที่จะอยู่กับอกของมารดาอย่างต่อเนื่อง การที่ต้องอยู่กับทารกเนื่องจากไม่ต้องการให้ทารกอยู่คนเดียว อาการเจ็บหัวนมหรือเต้านม และความไม่มั่นใจว่าจะมีน้ำนมให้ทารกเพียงพอเป็นประสบการณ์ที่ก่อให้เกิดผลเสียต่อการเลี้ยงลูกด้วยนมแม่1 สำหรับประสบการณ์ที่ส่งเสริมการเลี้ยงลูกด้วยนมแม่ที่พบคือ การเห็นประโยชน์ของนมแม่ที่มีแก่ทารก ความสะดวกในการให้ลูกกินนมแม่ และมีความประหยัดหรือช่วยลดค่าใช้จ่าย ดังนั้น การเข้าใจถึงประสบการณ์การเลี้ยงลูกด้วยนมแม่ของมารดาทั้งในด้านที่เป็นอุปสรรคและด้านที่ช่วยส่งเสริม จะช่วยให้บุคลากรทางการแพทย์สามารถที่จะให้คำปรึกษาและแนะนำให้มารดาได้อย่างเหมาะสม ซึ่งก็คือ เน้นย้ำปัจจัยส่งเสริม ร่วมกับลดหรือช่วยแก้ปัญหาอุปสรรคของปัจจัยที่ขัดขวางการเลี้ยงลูกด้วยนมแม่นั่นเอง

เอกสารอ้างอิง

  1. Rocha GP, Oliveira MDF, Avila LBB, Longo GZ, Cotta RMM, Araujo RMA. Conditioning factors for exclusive breastfeeding from the mother’s perspective. Cadernos De Saude Publica 2018;34.

มารดาที่มีความวิตกกังวลเรื่องการลดน้ำหนักหลังคลอดอาจส่งผลเสียต่อการเลี้ยงลูกด้วยนมแม่

รศ.นพ.ภาวิน พัวพรพงษ์

            เรื่องน้ำหนักเป็นเรื่องที่สตรีมักมีความวิตกกังวลรวมทั้งในสตรีที่ตั้งครรภ์ที่มีน้ำหนักเพิ่มขึ้นมากในระหว่างการตั้งครรภ์ จะเกิดความห่วงหรือกังวลเรื่องน้ำหนักที่จะคงค้างอยู่ในระยะหลังคลอดและในช่วงที่ให้นมลูก จริง ๆ แล้วการเลี้ยงลูกด้วยนมแม่เป็นหนึ่งในวิธีที่จะช่วยให้มารดามีน้ำหนักลดลงเร็วและกลับมามีน้ำหนักอยู่ในช่วงเดิมก่อนในระยะตั้งครรภ์ได้ดี แต่หากมารดาห่วงกังวลเรื่องน้ำหนักจนเกิดความเครียด หรือมีภาวะซึมเศร้า สิ่งเหล่านี้จะส่งผลเสียต่อการให้นมบุตรของมารดาได้1 ดังนั้น การป้องกันหรือลดความเครียดในเรื่องเหล่านี้ บุคลากรทางการแพทย์ควรให้คำแนะนำและดูแลให้มารดามีน้ำหนักขึ้นอย่างเหมาะสมในช่วงระหว่างการตั้งครรภ์ และแนะนำให้เริ่มต้นการเลี้ยงลูกด้วยนมแม่หลังคลอดพร้อมการดูแลอาหารมารดาอย่างเหมาะสม ก็จะช่วงป้องกันอุปสรรคอย่างหนึ่งที่เป็นผลเสียต่อการเลี้ยงลูกด้วยนมแม่

เอกสารอ้างอิง

  1. Rodgers RF, O’Flynn JL, Bourdeau A, Zimmerman E. A biopsychosocial model of body image, disordered eating, and breastfeeding among postpartum women. Appetite 2018;126:163-8.

พบมะเร็งที่ป้องกันได้ด้วยการให้ลูกกินนมแม่สูงขึ้น

รศ.นพ.ภาวิน พัวพรพงษ์

                แม้ว่าในปัจจุบัน อายุเฉลี่ยของคนทั่วไปจะยาวนานขึ้น แต่มะเร็งนับเป็นสาเหตุอันดับต้น ๆ ที่ทำให้เกิดการเสียชีวิต ด้วยความรู้และการศึกษาในปัจจุบัน มะเร็งบางชนิดสามารถป้องกันด้วยการเลือกการปฏิบัติตัวเพื่อป้องกันความเสี่ยง บางชนิดมีการตรวจคัดกรองที่จะช่วยให้สามารถวินิจฉัยได้ตั้งแต่ในระยะก่อนที่จะเป็นมะเร็งหรือระยะที่เป็นมะเร็งในระยะแรก ซึ่งหากมีการป้องกันและคัดกรองที่เหมาะสม การเกิดของมะเร็งในรายใหม่น่าจะลดลง มีการศึกษาที่น่าสนใจในประเทศฝรั่งเศส โดยการเก็บจำนวนคนไข้รายใหม่ที่เป็นมะเร็งเต้านมและมะเร็งรังไข่พบว่า การเกิดมะเร็งเต้านมและมะเร็งรังไข่รายใหม่พบมีอัตราการเกิดที่สูงขึ้น1 เมื่อเปรียบเทียบกับความสามารถที่จะป้องกันการเกิดมะเร็งได้ด้วยการให้ลูกกินนมแม่ ซึ่งก็คือในคนไข้รายใหม่ที่เป็นมะเร็งเมื่อย้อนไปดูประวัติพบอัตราการเลี้ยงลูกด้วยนมแม่ต่ำกว่าที่ควรเป็น ดังนั้น ชีวิตของมารดาควรจะยืนยาวขึ้นได้ หากให้ลูกได้กินนมแม่

เอกสารอ้างอิง

  1. Shield KD, Dossus L, Fournier A, et al. The impact of historical breastfeeding practices on the incidence of cancer in France in 2015. Cancer Cause Control 2018;29:325-32.