อะไรคือการตึงคัดเต้านม?

825ea4606ddc45b9b89f25d00d303761

รศ.นพ.ภาวิน พัวพรพงษ์

             -อาการตึงคัดเต้านมปกติ เมื่อน้ำนมเริ่มมา การไหลเวียนของเลือดจะมาเลี้ยงเต้านมมากขึ้นพร้อมกันกับการสร้างน้ำนมเพิ่มขึ้น เต้านมจะรู้สึกอุ่น ตึง และหนัก ลักษณะนี้จะเป็นลักษณะปกติ เพื่อลดการตึงคัด มารดาควรให้ทารกดูดนมบ่อยๆ และประคบเย็นที่เต้านมระหว่างมื้อของการให้นม เมื่อผ่านไปสองถึงสามวัน น้ำนมจะผลิตตามความต้องการของทารก

            -การตึงคัดเต้านม หากน้ำนมไม่ได้ถูกดูดหรือบีบออก น้ำนม เลือด และน้ำเหลืองจะคั่งอยู่ในเต้านม ทำให้การไหลของนมไม่ดีจากการบวมหรือบวมน้ำ เต้านมก็จะรู้สึกร้อน แข็ง และปวด ซึ่งจะมองดูตึงและเป็นประกาย หัวนมก็อาจจะยึดตึงและแบนราบลง ทำให้ยากในการที่ทารกจะอ้าปากอมหัวนมและลานนม  จนทำให้เกิดอาการเจ็บหัวนมได้

            -หากอาการตึงคัดยังเป็นอยู่อย่างต่อเนื่อง กลไกของปฏิกิริยาตอบกลับจะลดการสร้างน้ำนมลง

            -สาเหตุของการตึงคัดเต้านม อาจรวมถึง

·       การเริ่มต้นการให้นมลูกหลังทารกเกิดมีการเริ่มต้นช้า

·       การเข้าเต้าไม่ดี ทำให้การดูดนมออกจากเต้านมไม่มีประสิทธิภาพ

·       การให้นมในแต่ละครั้งสั้นเกินไป ห่างเกินไป และอาจจะไม่ได้ให้นมในช่วงกลางคืน

หนังสืออ้างอิง

1.      WHO/UNICEF. BFHI Section 3: Breastfeeding promotion and support in a baby-friendly hospital – 20-hour course.  2009

 

ขนาดและรูปร่างของหัวนม

nipple length

10031738_meguri_(34)รศ.นพ.ภาวิน พัวพรพงษ์

              -ขนาดของหัวนมและเต้านมมีหลากหลายมาก โดยทารกสามารถจะดูดนมแม่ได้จากหัวนมและเต้านมได้เกือบทุกชนิด

            -หัวนมสามารถเปลี่ยนแปลงได้ระหว่างตั้งครรภ์ โดยจะยื่นยาวออกมา การเห็นหัวนมแบนราบหรือหัวนมบอดก็อาจเปลี่ยนแปลงได้ ดังนั้นมารดาควรได้รับการติดตามดูขณะให้นมลูกหลังคลอดในกรณีที่มีความจำเป็นต้องได้รับการช่วยเหลือ

            -การที่มารดามีหัวนมบอดไม่จำเป็นต้องมีปัญหาในการให้นมบุตรเสมอไป เนื่องจากในการดูดนมทารกดูดจากเต้านมมากกว่าจากหัวนม ดังนั้น ควรให้ความมั่นใจกับมารดาและให้การสนับสนุนให้เลี้ยงลูกด้วยนมแม่ในช่วงหลังคลอด

-หัวนมใหญ่และหัวนมยาวอาจทำให้ทารกอ้าปากอมหัวนมและลานนมลำบาก โดยทำให้ทารกอ้าปากอมหัวนมและลานนมได้ไม่ลึก การช่วยเหลือควรจัดท่าและทำให้ทารกอ้าปากเข้าไปอมหัวนมและลานนมได้มากพอ ไม่อมเฉพาะหัวนมอย่างเดียว ซึ่งน้ำนมจะไม่ไหล ทำให้ทารกดูดหรืองับหัวนมแรงจนทำให้เจ็บหัวนมและหัวนมแตกได้

-หากทารกขย้อนหัวนมออกจากปากบ่อยๆ เพราะหัวนมใหญ่ อาจจะต้องให้มารดาบีบน้ำนมออกและป้อนทารกด้วยถ้วยช่วงระยะเวลาหนึ่ง จนทารกเริ่มโตขึ้น ปากใหญ่มากขึ้นจนสามารถอมหัวนมและลานนมได้ลึกพอ

หนังสืออ้างอิง

1.      WHO/UNICEF. BFHI Section 3: Breastfeeding promotion and support in a baby-friendly hospital – 20-hour course.  2009

 

 

การตรวจเต้านมและหัวนมมารดา

0f97509f4cf669d07e90fd0044d5f203

 รศ.นพ.ภาวิน พัวพรพงษ์

 

            -ระหว่างการฝากครรภ์ มารดาควรได้รับการสร้างความมั่นใจว่า การสร้างน้ำนมไม่ได้ขึ้นอยู่กับขนาดหรือรูปร่างของเต้านม

            -หลังการคลอดบุตร ควรมีการตรวจดูว่าเต้านมมีอาการปวดหรือตึงคัดมากหรือไม่

            -การสังเกตเต้านมควรทำเสมอเมื่อมารดาให้นมบุตร ซึ่งบุคลากรทางการแพทย์จะเห็นสิ่งที่สำคัญที่สุดขณะมีการให้นมจนกระทั่งสิ้นสุดการให้นม

            -หากมีความจำเป็นต้องตรวจเต้านมมารดา ควรปฏิบัติดังนี้

·       อธิบายเหตุผลให้มารดาทราบว่าต้องการตรวจเพื่ออะไร

·       จัดสถานที่ให้มารดารู้สึกสบาย เป็นส่วนตัวและมิดชิด

·       ขออนุญาตก่อนที่เปิดเต้านมตรวจหรือสัมผัส

·       พูดคุยกับมารดา ใช้การสังเกตมองดูที่เต้านมก่อนการสัมผัส

·       หากจำเป็นต้องสัมผัสเต้านมควรสัมผัสด้วยความนุ่นนวล

            -ถามถึงสิ่งที่มารดาสังเกตเห็นหรือวิตกกังวลเกี่ยวกับเต้านม และพยายามกระตุ้นให้มารดาได้พูดบอกออกมา

            -พูดในสิ่งที่ได้เห็นขณะมารดาให้นมลูก ชื่นชมในสิ่งที่มารดาทำได้ดี ไม่วิพากย์เกี่ยวกับเต้านม และสร้างความมั่นใจว่ามารดาสามารถเลี้ยงลูกด้วยนมแม่ได้

 หนังสืออ้างอิง

1.      WHO/UNICEF. BFHI Section 3: Breastfeeding promotion and support in a baby-friendly hospital – 20-hour course.  2009

การใช้นมที่บีบเก็บได้กับทารกที่ป่วยในโรงพยาบาล

NICU Tour

รศ.นพ.ภาวิน พัวพรพงษ์

นมแม่ที่เก็บสดใหม่

-เก็บที่อุณหภูมิห้องไม่เกิน 25 องศาเซลเซียสได้ 4 ชั่วโมง

-เก็บไว้ในตู้เย็นที่อุณหภูมิ 2-4 องศาเซลเซียสเก็บได้ถึง 2 วัน

นมที่แช่แข็ง

-ที่เก็บไว้ในช่องแข็งที่อยู่ในตู้เย็น เก็บไว้ได้ 2 สัปดาห์

            -ที่เก็บไว้ในช่องแข็งที่แยกส่วนตู้เย็นกับช่องแช่แข็ง เก็บไว้ได้ 3 เดือน

            การละลายควรปล่อยให้ละลายในชั้นปกติของตู้เย็น หลังละลายแนะนำให้ใช้ภายใน 12 ชั่วโมง และไม่ควรนำมาแช่แข็งซ้ำ

หนังสืออ้างอิง

1.      WHO/UNICEF. BFHI Section 3: Breastfeeding promotion and support in a baby-friendly hospital – 20-hour course.  2009

ระยะเวลาในการเก็บนมแม่

milk expression7

รศ.นพ.ภาวิน พัวพรพงษ์

นมแม่ที่เก็บสดใหม่

            -เก็บที่อุณหภูมิ 25-37 องศาเซลเซียสได้ 4 ชั่วโมง

            -เก็บที่อุณหภูมิ 15-25 องศาเซลเซียสได้ 8 ชั่วโมง

            -เก็บที่อุณหภูมิต่ำกว่า 15 องศาเซลเซียสได้ 24 ชั่วโมง

            -ไม่ควรเก็บนมแม่ที่อุณหภูมิสูงกว่า 37 องศาเซลเซียส

            -เก็บไว้ในตู้เย็นที่อุณหภูมิ 2-4 องศาเซลเซียสเก็บได้ถึง 8 วัน

            ควรจะเก็บภาชนะที่เก็บน้ำนมไว้ในส่วนของตู้เย็นที่เย็นที่สุด ตู้เย็นส่วนใหญ่อุณหภูมิจะไม่คงที่ ดังนั้นเมื่อเก็บไว้ในตู้เย็นควรจะนำมาใช้ในช่วง 3-5 วัน หากยังไม่มีแผนจะใช้ใน 5 วันควรแช่ไว้ในช่องแข็ง

นมที่แช่แข็ง

            -ที่เก็บไว้ในช่องแข็งที่อยู่ในตู้เย็น เก็บไว้ได้ 2 สัปดาห์

            -ที่เก็บไว้ในช่องแข็งที่แยกส่วนตู้เย็นกับช่องแช่แข็ง เก็บไว้ได้ 3 เดือน

            -ที่เก็บไว้ในช่องแข็งเย็นจัดที่แยกส่วน เก็บไว้ได้ 6 เดือน

            การละลายควรปล่อยให้ละลายในชั้นปกติของตู้เย็น หลังละลายแนะนำให้ใช้ภายใน 24 ชั่วโมง และไม่ควรนำมาแช่แข็งซ้ำ อาจทำการละลายอย่างเร็วโดยแช่ในภาชนะที่บรรจุน้ำอุ่น

หนังสืออ้างอิง

1.      WHO/UNICEF. BFHI Section 3: Breastfeeding promotion and support in a baby-friendly hospital – 20-hour course.  2009

 

การเก็บรักษาน้ำนมที่บีบเก็บได้

 

 

pump5

รศ.นพ.ภาวิน พัวพรพงษ์

            -เลือกภาชนะที่บรรจุที่เหมาะสมที่ทำด้วยแก้วหรือพลาสติกที่มีฝาปิด การทำความสะอาดควรล้างด้วยน้ำยาล้างภาชนะและแช่ในน้ำร้อน โดยหากบีบเก็บน้ำนมด้วยมือสามารถบีบเก็บในภาชนะที่เก็บได้โดยตรง

            -หากเก็บน้ำนมไว้ในภาชนะหลายอัน ควรติดป้ายบอกวันที่วันเก็บน้ำนม และควรเลือกใช้นมที่เก็บมานานกว่าก่อน

            -ทารกควรกินนมที่บีบเก็บมาทันทีที่เก็บมาได้ และกระตุ้นให้มารดาใช้นมที่เก็บมาใหม่ก่อนนมที่แช่แข็ง

            -นมที่แช่แข็งควรจะละลายในตู้เย็นในช่องธรรมดาและใช้ภายใน 24 ชั่วโมง หรืออาจจะแช่ในเหยือกน้ำอุ่นและใช้ภายในหนึ่งชั่วโมงเมื่อน้ำนมอุ่น ไม่ควรต้มนมหรืออุ่นโดยใช้ไมโครเวฟเพราะจะทำลายคุณสมบัติของนมแม่และอาจจะลวกปากทารก

หนังสืออ้างอิง

1.      WHO/UNICEF. BFHI Section 3: Breastfeeding promotion and support in a baby-friendly hospital – 20-hour course.  2009

 

 

ขั้นตอนการเลือกเครื่องปั๊มนม

 

 

milk expression8

รศ.นพ.ภาวิน พัวพรพงษ์

         ขั้นตอนการเลือกเครื่องปั๊มนม

             -มารดาตรวจสอบว่าเครื่องปั๊มนมทำงานได้ดีหรือไม่

            -หาซื้อได้ง่ายในราคาที่จ่ายได้

            -สะดวกในการใช้ทั้งในเรื่องน้ำหนักเครื่อง การวางมือ และแรงดันที่ปรับเปลี่ยนได้

            -ขนาดของอุปกรณ์ที่ประกบกับเต้านมเหมาะสมกับขนาดของเต้านมและหัวนม

            -น้ำนมสามารถจะเก็บในที่เก็บน้ำนมที่เป็นมาตรฐาน และจำเป็นต้องซื้อที่เก็บน้ำนมเฉพาะเพิ่มเติมอีกหรือไม่

            -ระดับเสียงขณะเปิดใช้เครื่องรบกวนมากน้อยแค่ไหน

            -การทำความสะอาดหรือทำให้ปราศจากเชื้อง่ายหรือปลอดภัยหรือไม่

            -การประกอบชิ้นส่วนของเครื่องง่ายยากแค่ไหน

            -มีคู่มือการสอนที่บอกวิธีการใช้ชัดแจ้งหรือไม่

หนังสืออ้างอิง

1.      WHO/UNICEF. BFHI Section 3: Breastfeeding promotion and support in a baby-friendly hospital – 20-hour course.  2009

การใช้เครื่องปั๊มนม

 

pump3

รศ.นพ.ภาวิน พัวพรพงษ์

            -เครื่องปั๊มนมไม่ได้มีพร้อมใช้ในทางปฏิบัติเสมอในแต่ละสถานที่ ดังนั้นลำดับแรกมารดาควรจะสามารถบีบน้ำนมด้วยมือได้ หากในพื้นที่ที่สามารถจัดหาเครื่องปั๊มนมได้และมารดาจำเป็นต้องใช้ บุคลากรทางการแพทย์ควรจะเลือกเครื่องปั๊มนมที่มีประสิทธิภาพ และสอนวิธีการใช้เครื่องปั๊มนมอย่างเหมาะสมตามวิธีการใช้ที่เขียนไว้ของบริษัทผู้ผลิต

            -โดยปกติจะมีประโยชน์ที่จะกระตุ้นกลไกออกซิโตซินก่อนที่จะปั๊มนม โดยนั่งในท่าที่สบาย มีพนักพิงหลัง มือจับเครื่องปั๊ม ผ่อนคลาย การนวดหรือเทคนิคอื่นที่ทำให้ผ่อนคลายเหมือนกับการบีบน้ำนมด้วยมือก็สามารถทำได้

            -เครื่องปั๊มนมเครื่องใหญ่สามารถจะปั๊มนมได้พร้อมกันทั้งสองเต้า ซึ่งจะเพิ่มระดับฮอร์โมนโปรแลคติน ทำให้ได้ปริมาณน้ำนมที่มากและเหมาะในกรณีที่มารดามีเวลาน้อยในการปั๊มนม

            -ระดับความแรงของการปั๊มนมควรอยู่ในระดับที่สบาย การปั๊มที่แรงเกินไปไม่ได้ดูดนมออกได้มากขึ้น การปั๊มนมควรปั๊มคล้ายกับการดูดนมของทารกคือช่วงแรกจะดูดยาวและช้า จากนั้นจึงดูดสั้นและจังหวะเร็ว ในการใช้เครื่องปั๊มนมด้วยมือการขยับอุปกรณ์ที่ใช้ประกบกับเต้านมออกจะลดความแรงของการดูดได้และอาจทำให้สบายขึ้น และหากน้ำนมยังไหลอยู่ การปั๊มนมซ้ำอาจยังไม่จำเป็น

            -หากมารดาปั๊มนมได้น้อยหรือไม่ได้เลย ควรตรวจสอบว่าเครื่องปั๊มทำงานอยู่หรือไม่ ตรวจสอบวิธีการปั๊มนมรวมทั้งการกระตุ้นกลไกออกซิโตซินว่าถูกต้องหรือไม่ ไม่ควรสรุปว่ามารดาไม่มีน้ำนม

            -ควรมั่นใจว่ามารดาสามารถทำความสะอาดชุดปั๊มนมให้ปราศจากเชื้อได้ หากมารดาตั้งใจว่าจะเลี้ยงลูกด้วยนมแม่โดยร่วมกับการใช้เครื่องปั๊มนม

            -หลีกเลี่ยงเครื่องปั๊มนมด้วยมือที่ปลายเป็นลูกยางแดง เนื่องจากจะทำให้เจ็บเต้านมแล้วยังยากในการทำความสะอาดและทำให้น้ำนมที่ได้ไม่สามารถใช้เลี้ยงทารกได้

หนังสืออ้างอิง

1.      WHO/UNICEF. BFHI Section 3: Breastfeeding promotion and support in a baby-friendly hospital – 20-hour course.  2009

อุปกรณ์เสริมที่ช่วยในการให้นมแม่

1001

รศ.นพ.ภาวิน พัวพรพงษ์

อุปกรณ์เสริมที่ช่วยในการให้นมแม่ (breastfeeding supplementer)

            -อุปกรณ์เสริมที่ช่วยในการให้นมแม่จะช่วยให้ทารกดูดนมได้เพียงพอในทารกที่ต้องดูดนมนานหรือทารกที่มีแรงดูดน้อย ทารกที่ใช้อุปกรณ์เสริมที่ช่วยในการให้นมแม่จะต้องสามารถจะเข้าเต้าและดูดนมแม่ได้

            -อุปกรณ์เสริมที่ช่วยในการให้นมแม่เป็นอุปกรณ์ที่จะปล่อยน้ำนมออกที่เต้านมให้กับทารก ดังนั้นจะกระตุ้นการสร้างน้ำนม กระตุ้นการดูดนมและให้ทารกได้ใกล้ชิดกับมารดา หากทารกไม่สามารถเข้าเต้าและดูดนมได้ วิธีนี้ก็ไม่สามารถใช้ได้

            -อุปกรณ์เสริมที่ช่วยในการให้นมแม่สามารถจะหาซื้อหรือทำเองก็ได้ การใช้อุปกรณ์เสริมที่ช่วยในการให้นมแม่ที่ทำเอง อาจใช้นมแม่ใส่ในถ้วยและใช้ปลายสายยางข้างหนึ่งใส่ถ้วยและต่อปลายอีกปลายไว้ที่เต้านมอยู่ในปากทารก ขณะที่ทารกดูดนมจากเต้านม น้ำนมจะไหลจากถ้วยที่ใส่นมผ่านเข้ามาที่สายยางและเข้ามาในปากทารก

            -สายยางที่ใช้ในอุปกรณ์เสริมที่ช่วยในการให้นมแม่จะต้องแช่น้ำ ล้างและต้องทำให้ปราศจากเชื้อหลังการใช้ในแต่ละครั้งโดยเฉพาะหากใช้ในทารกคลอดก่อนกำหนดหรือป่วย หรืออาจจะแช่ ล้างน้ำร้อนและทำความสะอาดด้วยน้ำยาล้างภาชนะสำหรับทารกที่คลอดครบกำหนด การทำความสะอาดสายยางเป็นภาระงานที่เพิ่มขึ้นของมารดาและบุคลากรทางการแพทย์ มารดาอาจต้องการความช่วยเหลือหากจำเป็นต้องใช้วิธีนี้ หากเป็นไปได้ การเลือกใช้วิธีที่สะดวกและง่ายกว่าเช่น การป้อนนมด้วยถ้วยอาจจะเหมาะสมกว่า

หนังสืออ้างอิง

1.      WHO/UNICEF. BFHI Section 3: Breastfeeding promotion and support in a baby-friendly hospital – 20-hour course.  2009

 

 

ข้อควรรู้เกี่ยวกับการป้อนนมที่บีบออกมาจากเต้านมให้กับทารก

นมขวด

รศ.นพ.ภาวิน พัวพรพงษ์

            -การป้อนนมโดยใช้สายยาง ไขมันอาจจะเกาะติดกับผนังท่อสายยางได้ ทำให้ทารกได้รับพลังงานน้อยกว่าที่ปริมาณนมที่ได้รับ หากจำเป็นต้องให้นมแม่อย่างต่อเนื่อง การใช้สายยางต่อกับที่บรรจุที่ระดับส่วนบนของน้ำนมก่อนจะทำให้ส่วนครีมของนมได้รับการให้กับทารกก่อน

            -การป้อนนมด้วยขวดและจุกนมเทียม จุกนมเทียมจะมีหลากหลายขนาดและรูปร่าง ไม่มีจุกนมเทียมอันใดที่ดีที่สุดที่เหมาะสำหรับทารกเหมือนเต้านมแม่ ทารกที่กินนมขวดจะไม่สนใจที่จะกินนมจากเต้า ทารกสามารถจะมีพัฒนาการจากการกินนมแม่ผ่านสายยาง กินนมแม่ด้วยถ้วย และกินนมแม่จากเต้านมได้ โดยที่ทารกไม่จำเป็นต้องกินนมจากขวดหรือจุกนมเทียมและการกินนมจากขวดไม่ได้เป็นส่วนหนึ่งในการพัฒนาการเพื่อกินนมจากเต้า

            -น้ำสะอาดหรือพลังงานที่ใช้ไม่ได้มีพร้อมในทุกที่ที่จะทำความสะอาดขวดนมหรือจุกนมเทียมหรือใช้ในการชงนม ซึ่งจะทำให้ทารกตกอยู่ในความเสี่ยง หากมารดาวางแผนที่จะเลี้ยงทารกโดยใช้ขวดนมหรือจุกนมเทียม มารดาควรได้รับการสอนให้สามารถใช้อุปกรณ์เหล่านี้ได้ด้วยความปลอดภัย

หนังสืออ้างอิง

1.      WHO/UNICEF. BFHI Section 3: Breastfeeding promotion and support in a baby-friendly hospital – 20-hour course.  2009