การเลี้ยงลูกด้วยนมแม่อย่างเดียวช่วยป้องกันการนอนโรงพยาบาลจากโรคทางเดินหายใจในเด็ก

28375829

รศ.นพ.ภาวิน พัวพรพงษ์

                เป็นที่ทราบกันดีแล้วว่า การเลี้ยงลูกด้วยนมแม่อย่างเดียวช่วยป้องกันการติดเชื้อในทางเดินหายใจของทารก แต่ผลป้องกันในระยะยาวหลังจากนั้นยังไม่มีข้อมูลที่แน่ชัด มีการศึกษาในประเทศญี่ปุ่นในกลุ่มตัวอย่าง 43367 รายโดยติดตามถึงความเจ็บป่วยจากการติดเชื้อทางเดินหายใจที่จำเป็นต้องนอนโรงพยาบาลตั้งแต่เด็กอายุ 6 เดือนถึง 42 เดือน ซึ่งเป็นการดูผลระยะยาวหลังจากการหยุดนมแม่ไปแล้ว พบว่า การเลี้ยงลูกด้วยนมแม่อย่างเดียวอาจจะมีผลระยะยาวในการป้องกันการนอนโรงพยาบาลของเด็กอายุ 18-42 เดือนตั้งแต่ 0.76-0.82 เท่า[1] ดังนั้น การลงทุนให้ลูกกินนมแม่อย่างเดียวหกเดือนในระยะแรกนอกจากจะป้องโรคติดเชื้อต่างๆ แล้ว ยังอาจส่งผลในระยะยาวต่อการติดเชื้อทางเดินหายใจที่รุนแรงจนต้องนอนโรงพยาบาล ซึ่งมีผลต่อสุขภาพการเจริญเติบโตของตัวเด็ก สภาพจิตใจของมารดา ค่าใช้จ่ายที่สูงขึ้นที่เกิดขึ้นจากการนอนโรงพยาบาลของเด็กและรายได้ที่ลดลงจากการหยุดงานดูแลลูกของครอบครัว น่าจะถือว่าเป็นการลงทุนที่คุ้มค่า

หนังสืออ้างอิง

  1. Yamakawa M, Yorifuji T, Kato T, Inoue S, Tokinobu A, Tsuda T, Doi H: Long-Term Effects of Breastfeeding on Children’s Hospitalization for Respiratory Tract Infections and Diarrhea in Early Childhood in Japan. Matern Child Health J 2015.

 

ความอ้วนกับการเลี้ยงลูกด้วยนมแม่

img3_67288

รศ.นพ.ภาวิน พัวพรพงษ์

                มารดาที่มีดัชนีมวลกายสูงอยู่ในเกณฑ์อ้วนจะส่งผลต่อการเลี้ยงลูกด้วยนมแม่โดยตรงและโดยทางอ้อม มารดาที่มีภาวะอ้วนก่อนการตั้งครรภ์จะเสี่ยงต่อการมีภาวะแทรกซ้อนต่างๆ ในระหว่างการตั้งครรภ์และการคลอด ได้แก่ เบาหวานระหว่างการตั้งครรภ์ การคลอดยาก ทารกคลอดติดไหล่ และการที่ทารกต้องย้ายไปดูแลที่หอทารกวิกฤต นอกจากนี้ ภาวะอ้วนยังส่งผลทำให้เกิดการสร้างน้ำนมช้าในระยะหลังคลอด ดังนั้น ปัจจัยต่างๆ เหล่านี้จึงเชื่อมโยงและมีผลต่อการเลี้ยงลูกด้วยนมแม่ มีการศึกษาในประเทศแคนาดาที่ติดตามมารดาที่มีภาวะอ้วน 6592 ราย โดยดูการเริ่มการเลี้ยงลูกด้วยนมแม่หลังคลอดพบว่า มารดาที่มีภาวะอ้วนมีความเสี่ยงที่จะไม่ได้เริ่มการเลี้ยงลูกด้วยนมแม่สูงกว่ามารดากลุ่มน้ำหนักปกติถึง 1.26 เท่า (95% CI 1.08-1.46)[1]

หนังสืออ้างอิง

  1. Verret-Chalifour J, Giguere Y, Forest JC, Croteau J, Zhang P, Marc I: Breastfeeding Initiation: Impact of Obesity in a Large Canadian Perinatal Cohort Study. PLoS One 2015, 10:e0117512.

 

 

การช่วยกันดูแลการเลี้ยงลูกด้วยนมแม่ของพ่อและแม่

w38

รศ.นพ.ภาวิน พัวพรพงษ์

                แม้แม่จะมีส่วนสำคัญในการเลี้ยงลูกด้วยนมแม่ แต่พ่อก็มีบทบาทสำคัญเช่นเดียวกันในการสนับสนุนการเลี้ยงลูกด้วยนมแม่ มีการศึกษาที่ประเทศแคนาดาเปรียบเทียบการร่วมกันดูแลเรื่องการเลี้ยงลูกด้วยนมแม่อย่างเดียวของกลุ่มที่ดูแลโดยพ่อและแม่กับกลุ่มที่มีการดูแลตามปกติ พบว่าการเลี้ยงลูกด้วยนมแม่อย่างเดียวที่ 12 สัปดาห์หลังคลอดในกลุ่มที่ดูแลโดยพ่อและแม่สูงกว่าอย่างมีนัยสำคัญ พ่อมีความสามารถในการช่วยให้นมแม่แก่ทารกด้วยตนเองสูงขึ้น และแม่รู้สึกพึงพอใจที่พ่อช่วยในการเลี้ยงลูกด้วยนมแม่[1] สิ่งนี้น่าจะบอกถึงประโยชน์ของการสนับสนุนและช่วยเหลือการเลี้ยงลูกด้วยนมแม่ของพ่อ ซึ่งปัจจุบันในประเทศไทยมีการเริ่มต้นของกระแสบทบาทของพ่อในการดูแลนมแม่ โดยในกลุ่มข้าราชการสามีสามารถลาไปช่วยภริยาเลี้ยงดูบุตรได้ 15 วันทำการ แม้จะยังมีคนที่ทราบข้อมูลนี้ไม่มากและการลาในทางปฏิบัติยังมีน้อย แต่จุดนี้น่าจะเริ่มกระตุ้นให้ภาคส่วนอื่นๆ ในสังคมเห็นความสำคัญและช่วยสร้างโอกาสให้เด็กไทยได้กินนมแม่มากขึ้น เพื่อเป็นการลงทุนสร้างรากฐานทางสุขภาพที่ดีของประชากรในประเทศไทย

หนังสืออ้างอิง

  1. Abbass-Dick J, Stern SB, Nelson LE, Watson W, Dennis CL: Coparenting breastfeeding support and exclusive breastfeeding: a randomized controlled trial. Pediatrics 2015, 135:102-110.

 

 

การส่งเสริมการเลี้ยงลูกด้วยนมแม่โดยเว็บไซต์ในอินเตอร์เน็ต

58887641

รศ.นพ.ภาวิน พัวพรพงษ์

                วิธีการสื่อสาร หรือรณรงค์ให้ความรู้กับมารดาและสังคมในเรื่องการเลี้ยงลูกด้วยนมแม่มีหลากหลายรูปแบบ สื่อสิ่งพิมพ์ สื่อโทรทัศน์ และสื่อสารสนเทศ ซึ่งสื่อแต่ละสื่อจะเหมาะสมกับแต่ละสังคมในแต่ละประเทศ สังคมไทยในปัจจุบันมีการเข้าถึงสื่อสารสนเทศผ่านระบบอินเตอร์เน็ตเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ ตามกระแสของโลก มีการศึกษาในประเทศออสเตรเลียพบว่า การสนับสนุนการเลี้ยงลูกด้วยนมแม่ผ่านเว็บไซต์ทางอินเตอร์เน็ตสามารถช่วยสนับสนุนการเลี้ยงลูกด้วยนมแม่ได้[1] ดังนั้นในประเทศไทย การใช้สื่อในเว็บไซต์ที่อยู่ในอินเตอร์เน็ตน่าจะเป็นช่องทางหนึ่งที่ช่วยส่งเสริมและสนับสนุนการเลี้ยงลูกด้วยนมแม่ได้ด้วย

หนังสืออ้างอิง

  1. Giglia R, Cox K, Zhao Y, Binns CW: Exclusive breastfeeding increased by an internet intervention. Breastfeed Med 2015, 10:20-25.

 

 

การเลี้ยงลูกด้วยนมแม่อย่างเดียวหกเดือนแรกกับการเจริญเติบโตช้า

นมขวด

รศ.นพ.ภาวิน พัวพรพงษ์

                การเลี้ยงลูกด้วยนมแม่อย่างเดียวหกเดือนแรก บางคนยังมีความเชื่อผิดๆ ว่า “ลูกจะไม่โตหรือจะผอม” แต่ความเป็นจริง การเจริญเติบโตของทารกที่กินนมแม่จะมีการเจริญเติบโตที่ปกติ ต่างจากทารกที่กินนมผสมที่จะมีน้ำหนักมากกว่าและเสี่ยงต่อภาวะน้ำหนักเกินและโรคอ้วน ซึ่งมารดาและครอบครัวที่มีความเชื่อว่า “ทารกที่อ้วนน่ารัก” ความเชื่อนี้จะสร้างลักษณะที่ส่งเสริมความเสี่ยงในการเกิดโรค NCD ในอนาคตแก่ทารก นอกจากนี้ยังมีการศึกษาที่พบว่า ทารกที่กินนมแม่หกเดือนแรกจะช่วยป้องกันการเจริญเติบโตช้าของทารกได้ด้วย[1]

หนังสืออ้างอิง

  1. Kuchenbecker J, Jordan I, Reinbott A, Herrmann J, Jeremias T, Kennedy G, Muehlhoff E, Mtimuni B, Krawinkel MB: Exclusive breastfeeding and its effect on growth of Malawian infants: results from a cross-sectional study. Paediatr Int Child Health 2015, 35:14-23.

 

สื่อสาระสนุกกับการเลี้ยงลูกด้วยนมแม่

IMG_20140528_105730

รศ.นพ.ภาวิน พัวพรพงษ์

                การให้ความรู้ในรูปแบบของการสื่อสาระร่วมกับความสนุกสนาน (entertainment education หรือ edutainment) เป็นรูปแบบที่น่าสนใจและมีการนำไปใช้ในการเรียนรู้สาระในเรื่องต่างๆ มากมาย เช่นเดียวกันการสื่อสารสาระในเรื่องการเลี้ยงลูกด้วยนมแม่ การให้ความรู้ในลักษณะที่มีความสนุกสนานร่วมด้วยสามารถช่วยในการรับรู้ในเรื่องความรู้และทัศนคติที่สนับสนุนการเลี้ยงลูกด้วยนมแม่ แต่ยังมีข้อจำกัดในเรื่องการแก้ความเข้าใจหรือความเชื่อผิดๆ และการแก้ไขปัญหาและอุปสรรคในเรื่องการเลี้ยงลูกด้วยนมแม่ ดังนั้น หากบุคลากรทางการแพทย์ต้องการสื่อสารสาระในเรื่องการเลี้ยงลูกด้วยนมแม่จึงควรเลือกวิธีการสื่อสารที่เหมาะสมกับเป้าหมายที่ต้องการ เพื่อให้การสนับสนุนการเลี้ยงลูกด้วยนมแม่ประสบความสำเร็จ[1]

หนังสืออ้างอิง

  1. Reinsma K, Bolima N, Fonteh F, Okwen P, Siapco G, Yota D, Montgomery S: Bobbi Be Best: the development and evaluation of an audio program and discussion guide to promote exclusive breastfeeding in Cameroon, Central Africa. Glob Health Promot 2015.

 

 

วิตามินเอกับการเลี้ยงลูกด้วยนมแม่

images3

รศ.นพ.ภาวิน พัวพรพงษ์

                ในมารดาที่เลี้ยงลูกด้วยนมแม่มีความจำเป็นที่ต้องรับประทานอาหารที่มีประโยชน์และควรรับประทานอาหารให้ครบห้าหมู่ อย่างไรก็ตามในการรับประทานอาหารของมารดามักไม่ได้สัดส่วน ทำให้มีการขาดวิตามินหรือแร่ธาตุที่จำเป็นบางประเภท มีการศึกษาวัดปริมาณวิตามินเอในน้ำนมแม่ที่ประเทศบราซิล พบว่ามารดาเพียงร้อยละ 40 ที่มีปริมาณวิตามินเอในน้ำนมเพียงพอกับความต้องการพื้นฐานของทารก ดังนั้น แพทย์ผู้ดูแลมารดาและทารกควรใส่ใจกับอาหารของมารดา เน้นและให้มารดาให้ความสำคัญกับการรับประทานอาหารที่เหมาะสม และหากจำเป็นอาจจะเสริมวิตามินหรือแร่ธาตุบางชนิดตามอุบัติการณ์ของการขาดวิตามินหรือแร่ธาตุในแต่ละพื้นที่ เพื่อให้มารดาและทารกมีความสมบูรณ์พร้อมในการฟื้นตัว ส่งเสริมการเจริญเติบโตและพัฒนาการได้อย่างเหมาะสม[1]

หนังสืออ้างอิง

  1. Souza G, Dolinsky M, Matos A, Chagas C, Ramalho A: Vitamin A concentration in human milk and its relationship with liver reserve formation and compliance with the recommended daily intake of vitamin A in pre-term and term infants in exclusive breastfeeding. Arch Gynecol Obstet 2015, 291:319-325.

 

ประสบการณ์การเลี้ยงลูกด้วยนมแม่กับระยะเวลาของการเลี้ยงลูกด้วยนมแม่ในมารดาครรภ์หลัง

01_991

รศ.นพ.ภาวิน พัวพรพงษ์

                ประสบการณ์การเลี้ยงลูกด้วยนมแม่มีผลต่อการเลี้ยงลูกด้วยนมแม่ของมารดา โดยในมารดาครรภ์หลังที่มีประสบการณ์ในการเลี้ยงลูกด้วยนมแม่จะมีระยะเวลาการเลี้ยงลูกด้วยนมแม่อย่างเดียวนานกว่า และในมารดาครรภ์หลังที่ไม่มีประสบการณ์การเลี้ยงลูกด้วยนมแม่จะมีความเสี่ยงในการหยุดเลี้ยงลูกด้วยนมแม่สูงประมาณ 3 เท่าเมื่อเทียบกับมารดาที่มีประสบการณ์การเลี้ยงลูกด้วยนมแม่มากกว่าสามเดือน[1]

หนังสืออ้างอิง

  1. Bai DL, Fong DY, Tarrant M: Previous Breastfeeding Experience and Duration of Any and Exclusive Breastfeeding among Multiparous Mothers. Birth 2015.

 

Code มีหลักของการบริจาคนมผสมในสถานการณ์ฉุกเฉินอย่างไร?

นมขวด

รศ.นพ.ภาวิน พัวพรพงษ์

            ในสถานการณ์ฉุกเฉินต่างๆ แหล่งวัตถุดิบที่จะเตรียมนมผสมจะมีจำกัดหรือขาดแคลน ได้แก่ น้ำสะอาดและเชื้อเพลิง การพยายามที่จะใช้นมผสมจะเพิ่มความเสี่ยงในการเกิดการขาดสารอาหาร การติดเชื้อและเสียชีวิตได้ ดังนั้น การบริจาคนมผสมในสถานการณ์ฉุกเฉินจะต้องได้รับการดูแลอย่างเข้มงวด เนื่องจากมีผลทำให้สุขภาพและสารอาหารที่ทารกได้รับแย่ลงได้

หลักของการให้ข้อมูลของ Code ทำอย่างไร?

นมขวด

รศ.นพ.ภาวิน พัวพรพงษ์

            หลักการให้ข้อมูลของ code หรือผลิตภัณฑ์อาหารสำหรับทารกและเด็กเล็กและผลิตภัณฑ์ที่เกี่ยวข้องต้องมีลักษณะดังนี้ มีสลากเขียนอย่างชัดเจนถึงความเหมาะสมกว่าในการใช้นมแม่เลี้ยงทารก มีคำแนะนำการใช้สำหรับบุคลากรทางการแพทย์และมีคำเตือนสำหรับการใช้ที่อาจเป็นอันตรายต่อสุขภาพ โดยไม่ควรมีรูปทารกขณะกินนมหรือคำชี้ชวนทารกให้กินนมผสม และไม่อนุญาตให้มีการโฆษณาอาหารสำหรับทารกและเด็กเล็กและผลิตภัณฑ์ที่เกี่ยวข้องต่อสาธารณะ 

 นอกจากนี้สื่อความรู้ของผลิตภัณฑ์อาหารสำหรับทารกและเด็กเล็กและผลิตภัณฑ์ที่เกี่ยวข้องที่ให้กับมารดา จะต้องมีการอธิบายถึงความสำคัญของการให้นมแม่ อันตรายจากการใช้ขวดนมป้อนทารก ค่าใช้จ่ายในการใช้นมผสม และความยากลำบากในการเปลี่ยนกลับมาเลี้ยงลูกด้วยนมแม่