เมื่อไม่มีกลุ่มสนับสนุนที่เป็นรูปธรรมให้ความช่วยเหลือในการเลี้ยงลูกด้วยนมแม่ในชุมชน

น้องหลับ

รศ.นพ.ภาวิน พัวพรพงษ์

        -หากในชุมชนไม่มีกลุ่มสนับสนุนที่เป็นรูปธรรมให้ความช่วยเหลือในการเลี้ยงลูกด้วยนมแม่ ก่อนมารดาจะกลับบ้าน ควร

  • อภิปรายกับครอบครัวถึงสิ่งที่ช่วยสนับสนุนในการเลี้ยงลูกด้วยนมแม่ โดยหากเป็นไปได้ ควรพูดกับสมาชิกในครอบครัวว่าจะช่วยอะไรได้บ้างเมื่อมารดากลับบ้าน
  • ได้รับชื่อของบุคลากรทางการแพทย์ของโรงพยาบาลหรือคลินิกนมแม่ที่มารดาจะขอคำปรึกษาได้ และควรมีการนัดมารดาและทารกกลับมาในสัปดาห์เพื่อติดตามและสังเกตการให้นมบุตร และควรมีคลินิกที่พร้อมเปิดให้มารดามาปรึกษาได้ตลอดเวลาหากพบปัญหาหรือความยากลำบากในการเลี้ยงลูกด้วยนมแม่
  • ในการนัดตรวจหลังคลอดที่หกสัปดาห์ มารดาควรนำทารกมาด้วยเพื่อทารกจะได้รับการประเมินสุขภาพและได้รับการติดตามด้วย
  • ย้ำเตือนมารดาถึงประเด็นสำคัญในการให้ลูกกินนมแม่
  • การจดบันทึกหรือพิมพ์เอกสารเพื่อเตือนความทรงจำให้กับมารดาในประเด็นสำคัญต่างๆ อาจจะเป็นประโยชน์ โดยเอกสารนี้ไม่ควรเป็นของบริษัทนมผสม
  • ขอเบอร์โทรศัพท์ติดต่อมารดาไว้เพื่อโทรศัพท์สอบถามการเลี้ยงลูกด้วยนมแม่ของมารดาเป็นอย่างไร เพื่อเป็นข้อมูลให้บุคลากรได้เรียนรู้หลังมารดากลับบ้าน

-บางโรงพยาบาลอาจจะจัดเป็นคลินิกสำหรับให้นมแม่ที่มารดาสามารถมาให้นมแม่ เก็บน้ำนมหรือรับคำปรึกษาอื่นๆ ได้เมื่อมารดามีความยากลำบากในการให้นมลูก

หนังสืออ้างอิง

  1. WHO/UNICEF. BFHI Section 3: Breastfeeding promotion and support in a baby-friendly hospital – 20-hour course.  2009

 

การให้การสนับสนุนมารดาจากแม่สู่แม่

 

 

 

content_69237_27060312

 

รศ.นพ.ภาวิน พัวพรพงษ์

            -การสนับสนุนมารดาจากแม่สู่แม่ใช้ในชุมชน โดยมารดาที่มีประสบการณ์จะแบ่งบันความรู้และทักษะให้กับคุณแม่คนใหม่ โดยอาจเป็นตัวต่อตัว หรือเป็นกลุ่ม ควรติดต่อมารดาที่มีประสบการณ์และมีจิตอาสาโดยขอเบอร์โทรศัพท์และให้เบอร์ติดต่อนี้กับคุณแม่มือใหม่ในกรณีที่มีความต้องการจะขอคำปรึกษา

-การจัดตั้งกลุ่มสนับสนุนมารดาจากแม่สู่แม่ อาจจะเริ่มต้นจากกลุ่มมารดาที่มีจิตอาสาเพียงไม่กี่คนก่อนหรืออาจจะร่วมกับบุคลากรทางการแพทย์ในชุมชนก็ได้ โดยเมื่อเริ่มทำกลุ่มไปแล้ว มารดาอาสาสมัครจะมีเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ และอาจจัดกลุ่มมารดาที่มีการติดเชื้อเอชไอวีเพื่อช่วยเหลือซึ่งกันและกันร่วมด้วยก็ได้

-การช่วยเหลือโดยมารดาที่มีจิตอาสาจะง่ายที่จะติดต่อและไม่เสียค่าใช้จ่าย ซึ่งมารดาที่มีประสบการณ์จะพร้อมที่จะให้ความช่วยเหลือคุณแม่มือใหม่ที่มีความยากลำบากในการเลี้ยงลูกด้วยนมแม่ตลอดเวลา

-ในกลุ่มการสนับสนุนมารดาจากแม่สู่แม่

  • สร้างความพร้อมของความช่วยเหลือในชุมชน
  • ส่งเสริมและสนับสนุนการสร้างวัฒนธรรมการช่วยเหลือเกื้อกูลกันจากญาติ เพื่อน และเพื่อนบ้าน
  • ทำให้กิจกรรมการให้นมและดูแลลูกเป็นกิจกรรมปกติมากกว่าเป็นปัญหาที่ต้องแก้โดยบุคลากรทางการแพทย์
  • กิจกรรมกลุ่มที่ทำให้เกิดการช่วยเหลือและการสนับสนุนโดยมารดาที่มีประสบการณ์
  • มารดาจะรู้สึกมั่นใจและมีความเชื่อมั่นในตนเองมากขึ้น
  • มารดาที่ตั้งครรภ์หรือมารดาที่มีประสบการณ์ในการเลี้ยงลูกด้วยนมแม่สามารถเข้าร่วมกลุ่มได้
  • มารดาสามารถให้ความช่วยเหลือกันนอกเวลาการจัดกิจกรรมกลุ่มซึ่งจะช่วยสร้างความเป็นเพื่อนกันให้มากขึ้นได้ในชุมชน

-บางกลุ่มของกลุ่มสนับสนุนมารดาจากแม่สู่แม่อาจเป็นเครือข่ายร่วมกับชุมชนอื่นในระดับเขต หรือเครือข่ายในระดับประเทศ ซึ่งอาจมีส่งสนับสนุนเรื่องการจัดอบรม เอกสารหรือการบริการอื่นๆ และอาจทำงานร่วมกับบุคลากรทางการแพทย์ในโรงพยาบาล โดยมารดาที่มีประสบการณ์อาจจะได้รับการเชิญจากบุคลากรทางการแพทย์ในการไปเยี่ยมหอผู้ป่วยหลังคลอดหรือคลินิกฝากครรภ์เพื่อแบ่งปันประสบการณ์ แนะนำตนเอง และสร้างความคุ้นเคยกับคุณแม่คนใหม่ด้วย

หนังสืออ้างอิง

  1. WHO/UNICEF. BFHI Section 3: Breastfeeding promotion and support in a baby-friendly hospital – 20-hour course.  2009

 

การติดตามและช่วยเหลือมารดาหลังกลับบ้าน(ตอนที่ 2)

pump1

รศ.นพ.ภาวิน พัวพรพงษ์

บุคลากรทางการแพทย์ในชุมชนและการให้บริการปฐมภูมิ

-เมื่อใดก็ตามที่บุคลากรทางการแพทย์ได้พบกับมารดาและทารก ควรให้ความช่วยเหลือและสนับสนุนการเลี้ยงลูกด้วยนมแม่และการดูแลทารก โดยหากไม่สามารถจัดการได้เอง อาจส่งต่อให้ผู้ช่วยเหลือในชุมชนหรือผู้เชี่ยวชาญช่วยดูแลต่อได้

-บุคลากรทางการแพทย์ในชุมชนจะใกล้ชิดกับมารดาและครอบครัวมากกว่าบุคลากรทางการแพทย์ที่โรงพยาบาล และอาจมีเวลาที่จะให้การดูแลมารดาและครอบครัวมากกว่า จึงควรมีการอบรมและสนับสนุนให้บุคลากรทางการแพทย์ในชุมชนได้มีความรู้ ทักษะในการช่วยเหลือการให้นมบุตรและการดูแลทารกด้วย

-ศูนย์สุขภาพชุมชนอาจจะตั้ง “คลินิกนมแม่” สำหรับช่วยให้มารดาสามารถเข้าถึงการบริการง่ายกว่าการรอนัดขอโรงพยาบาล โดยจะจัดรวมกลุ่มมารดาเพื่อแบ่งเป็นประสบการณ์การเลี้ยงลูกด้วยนมแม่ในลักษณะ “กลุ่มนมแม่” หรือ “อาสาสมัครนมแม่” เพื่อช่วยการเลี้ยงลูกด้วยนมแม่ในชุมชน

-บุคลากรทางการแพทย์อาจจะร่วมกับชุมชนก่อตั้ง “ชุมชนนมแม่” ซึ่งเป็นชุมชนตัวอย่างในการเลี้ยงลูกด้วยนมแม่อย่างเดียวอย่างน้อยหกเดือน โดยหลังจากนั้นจึงมีการเริ่มอาหารเสริม และคงให้การเลี้ยงลูกด้วยนมแม่ต่อไปจนครบสองปีหรือนานกว่านั้น

หนังสืออ้างอิง

  1. WHO/UNICEF. BFHI Section 3: Breastfeeding promotion and support in a baby-friendly hospital – 20-hour course.  2009

การติดตามและช่วยเหลือมารดาหลังกลับบ้าน(ตอนที่ 1)

pregnant8

รศ.นพ.ภาวิน พัวพรพงษ์

ครอบครัวและเพื่อน

-โดยทั่วไป ครอบครัวและเพื่อนเป็นส่วนสำคัญในการสนับสนุนการเลี้ยงลูกด้วยนมแม่ อย่างไรก็ตาม การเลี้ยงลูกด้วยนมแม่อย่างเดียวอย่างน้อยหกเดือนที่ปฏิบัติไม่ได้ก็มักถูกรบกวนจากการให้อาหารเสริมอื่นๆ จากคนใกล้ชิดเหล่านี้เช่นกัน

-มารดาที่ใช้อาหารอื่นทดแทนนมแม่ก็จำเป็นต้องได้รับการสนับสนุนจากครอบครัวและเพื่อนด้วย เช่นในมารดาที่ติดเชื้อเอชไอวีจำเป็นต้องได้รับอาหารอื่นทดแทนนมแม่หรือในกรณีที่เลือกที่จะให้นมแม่อย่างเดียวต้องไม่ควรได้รับการให้อาหารอื่นผสมสลับกับนมแม่ เพราะจะเพิ่มโอกาสการติดเชื้อจากมารดาสู่ทารก

หนังสืออ้างอิง
1. WHO/UNICEF. BFHI Section 3: Breastfeeding promotion and support in a baby-friendly hospital – 20-hour course. 2009

การรับรู้ถึงสิ่งสนับสนุนในการเลี้ยงลูกด้วยนมแม่เมื่อมารดาต้องการ

DSC00115

รศ.นพ.ภาวิน พัวพรพงษ์

         -เมื่อมารดาต้องการสนับสนุนการเลี้ยงลูกด้วยนมแม่หลังจากกลับบ้าน มารดาอาจจะต้องการการสนับสนุนจากสมาชิกในครอบครัว เพื่อน หรือบุคลากรทางการแพทย์ที่จะช่วยสร้างความมั่นใจขณะมารดาเรียนรู้ในการดูแลทารก โดยมารดาอาจต้องการความช่วยเหลือ หาก

  • มีภาระงานในการดูแลลูกอีกคนหรือสมาชิกอื่นในครอบครัว
  • เป็นคุณแม่มือใหม่
  • ให้นมลูกด้วยความยากลำบาก
  • จำเป็นต้องทำงานนอกบ้านและต้องแยกลูกไว้ที่บ้าน
  • ต้องแยกจากทารกโดยติดต่อได้เฉพาะผู้ดูแลทารก
  • ได้รับข้อมูลที่สับสนหรือขัดแย้งกันจากหลายๆ คน
  • มารดาหรือทารกมีปัญหาเรื่องสุขภาพ

-บางครั้งมารดาอาจจะคิดว่าต้องทำทุกๆ อย่างได้ด้วยตนเอง โดยการขอความช่วยเหลืออาจแสดงว่าเป็นมารดาที่ไม่พร้อมหรือไม่สามารถบริหารจัดการได้ แต่ในความเป็นจริง เมื่อเราเรียนรู้ในเรื่องใหม่ๆ อาจจำเป็นต้องใช้เวลา และบางครั้งอาจจะต้องขอความช่วยเหลือจากคนอื่น ซึ่งในการเรียนรู้เกี่ยวกับการเป็นแม่ก็เช่นกัน มารดาควรต้องเรียนรู้ว่ามีสิ่งสนับสนุนหรือช่วยเหลือใดๆ หากมารดามีความจำเป็นหรือต้องการเมื่อมีปัญหาหรืออุปสรรคในการเลี้ยงลูกด้วยนมแม่

-การติดตามมารดาที่ใช้อาหารอื่นทดแทนนมแม่ก็มีความสำคัญ เพราะต้องมั่นใจว่า มารดาเลือกวิธีการให้อาหารที่เหมาะสมแล้ว เพราะมารดาอาจต้องการความช่วยเหลือหากต้องการเปลี่ยนชนิดของอาหารทดแทนนมแม่

-การพูดคุยกับมารดาตั้งแต่ในระยะฝากครรภ์ว่ามีสิ่งสนับสนุนใดบ้างในการเลี้ยงลูกด้วยนมแม่ จะช่วยให้มารดามีความมั่นใจในการตัดสินใจเลี้ยงลูกด้วยนมแม่

หนังสืออ้างอิง

  1. WHO/UNICEF. BFHI Section 3: Breastfeeding promotion and support in a baby-friendly hospital – 20-hour course.  2009

 

ความสามารถในการตระหนักรู้ว่าการเลี้ยงลูกด้วยนมแม่เป็นไปด้วยดี

images123

   รศ.นพ.ภาวิน พัวพรพงษ์

        -บางครั้งบุคลากรทางการแพทย์จะแจ้งมารดาว่าควรมาปรึกษาหากมีปัญหาในการให้นมลูก แต่คุณแม่มือใหม่อาจจะไม่มีความรู้ว่าอะไรเป็นปกติหรืออะไรผิดปกติ ลักษณะที่จะบ่งบอกว่ามารดาและทารกมีการเลี้ยงลูกด้วยนมแม่ดี ได้แก่

  • ทารกมีความแข็งแรงและตื่นตัว โดยมีการกินนมแม่อย่างน้อย 8 ครั้งใน 24 ชั่วโมง
  • ทารกสงบและนอนหลับได้เป็นช่วงๆ ใน 24 ชั่วโมง
  • ทารกปัสสาวะ 6 ครั้งหรือมากกว่าใน 24 ชั่วโมงโดยปัสสาวะสีไม่เข้ม และควรอุจจาระอย่างน้อย 3 ครั้งต่อวัน
  • เต้านมควรตึงคัดก่อนให้นมและควรนิ่มลงหลังการให้นม และไม่ควรมีการเจ็บเต้านมหรือหัวนม
  • มารดาควรมีความมั่นใจในการดูแลทารกโดยทั่วไป

หนังสืออ้างอิง

  1. WHO/UNICEF. BFHI Section 3: Breastfeeding promotion and support in a baby-friendly hospital – 20-hour course.  2009

ความสำคัญของการเลี้ยงลูกด้วยนมแม่อย่างเดียวและคงให้นมแม่ต่อเนื่อง

13749112721374911362l

รศ.นพ.ภาวิน พัวพรพงษ์

            -เมื่อมารดากลับบ้านอาจจะได้รับแรงกดดันให้ให้น้ำหรืออาหารเสริมกับทารก ดังนั้น มารดาต้องได้รับการย้ำเตือนให้เข้าใจถึงความสำคัญของการเลี้ยงลูกด้วยนมแม่อย่างเดียวอย่างน้อยหกเดือนและการคงให้นมแม่อย่างต่อเนื่อง  

-หลังจากหกเดือนแรก  ทารกควรได้รับอาหารเสริมโดยการให้นมแม่จะยังคงมีสารอาหารที่มีประโยชน์ ช่วยป้องกันความเจ็บป่วยและช่วยให้มารดาและทารกใกล้ชิดกัน นมแม่ยังคงมีสารอาหารที่มีคุณค่าและดีต่อสุขภาพทารกจนกระทั่งสองปีหรือนานกว่านั้น

-หากมารดาติดเชื้อเอชไอวีและเลี้ยงลูกด้วยนมแม่ มารดาควรเลี้ยงลูกด้วยนมแม่อย่างเดียว การให้นมผสมกันระหว่างนมแม่กับนมผสมจะเพิ่มความเสี่ยงในการติดเชื้อเอชไอวี

หนังสืออ้างอิง

  1. WHO/UNICEF. BFHI Section 3: Breastfeeding promotion and support in a baby-friendly hospital – 20-hour course.  2009

 

การเตรียมมารดาที่ไม่ได้เลี้ยงลูกด้วยนมแม่ก่อนกลับบ้าน

images1111

รศ.นพ.ภาวิน พัวพรพงษ์

        -ในมารดาที่ไม่ได้เลี้ยงลูกด้วยนมแม่  ก่อนกลับบ้าน มารดาควร

  • เข้าใจว่าจะเลือกนมชนิดใดให้ในทารกโดยที่ชนิดของนมนั้นได้รับการยอมรับ มีความเป็นไปได้ จัดหาได้ ให้ได้ต่อเนื่อง และมีความปลอดภัยโดยที่มีความเหมาะสมกับมารดา
  • รู้ว่าจะให้นมเท่าไรจึงจะเพียงพอสำหรับทารก
  • รู้วิธีที่จะลดความเสี่ยงจากการเลือกใช้นมอื่นแทนนมแม่ โดยเฉพาะอย่างยิ่งมารดาควรมีความสามารถในการเตรียมนมได้อย่างเหมาะสม ซึ่งบุคลากรทางการแพทย์ควรสังเกตและมั่นใจว่ามารดาสามารถเตรียมนมได้ถูกต้องและปลอดภัย

หนังสืออ้างอิง

  1. WHO/UNICEF. BFHI Section 3: Breastfeeding promotion and support in a baby-friendly hospital – 20-hour course.  2009

 

ความสามารถจะเลี้ยงลูกด้วยนมแม่ได้ด้วยตนเอง

ลูบหลัง

รศ.นพ.ภาวิน พัวพรพงษ์

            -บุคลากรทางการแพทย์ที่ได้รับการอบรมเรื่องการส่งเสริมการเลี้ยงลูกด้วยนมแม่ควรจะสังเกตมารดาขณะให้นมลูกโดยต้องมั่นใจว่ามารดาสามารถให้นมลูกด้วยตนเองได้

-ก่อนที่มารดาจะกลับบ้าน ในมารดาที่เลี้ยงลูกด้วยนมแม่ มารดาควร

  • เข้าใจถึงการให้นมลูกโดยทารกเป็นผู้กำหนด รู้ความต้องการปริมาณน้ำนมและพฤติกรรมของทารก
  • รู้ถึงอาการแสดงของทารกที่ต้องการกินนม
  • สามารถจะจัดท่าที่เหมาะสมในการเข้าเต้าที่ดีได้
  • รู้ถึงลักษณะของการกินนมที่มีประสิทธิภาพและลักษณะทารกที่เจริญเติบโตได้ดี
  • รู้ว่าลักษณะใดที่แสดงว่าน้ำนมมารดามีไม่พอ
  • สามารถที่จะให้บีบน้ำนมด้วยมือได้

หนังสืออ้างอิง

  1. WHO/UNICEF. BFHI Section 3: Breastfeeding promotion and support in a baby-friendly hospital – 20-hour course.  2009

 

 

การเตรียมความพร้อมสำหรับมารดาที่จะกลับบ้าน

DSC00035

รศ.นพ.ภาวิน พัวพรพงษ์

             -บันไดขั้นที่ 10 สู่ความสำเร็จในการเลี้ยงลูกด้วยนมแม่ เขียนไว้ว่า “จัดตั้งกลุ่มสนับสนุนการเลี้ยงลูกด้วยนมแม่ และส่งต่อมารดาเข้ากลุ่มหลังออกจากโรงพยาบาลหรือคลินิก”

-สิ่งสนับสนุนการเลี้ยงลูกด้วยนมแม่จะต้องมีอย่างต่อเนื่องในชุมชนและพร้อมรอรับการส่งต่อเมื่อมารดาได้กลับบ้าน

-ในบางชุมชน มารดาจะได้รับการสนับสนุนการเลี้ยงลูกด้วยนมแม่อย่างดีจากเพื่อนและสมาชิกในครอบครัว แต่หากไม่มี การจัดกลุ่มสนับสนุนการเลี้ยงลูกด้วยนมแม่ในชุมชนจะช่วยส่งเสริมการเลี้ยงลูกด้วยนมแม่

-ก่อนที่มารดาจะกลับบ้าน มารดาจะต้อง

  • สามารถจะเลี้ยงลูกด้วยนมแม่ได้ด้วยตนเอง
  • เข้าใจความสำคัญของการเลี้ยงลูกด้วยนมแม่อย่างเดียวอย่างน้อยหกเดือน และเริ่มอาหารเสริมโดยคงการให้นมแม่ต่อเนื่องต่อไปได้จนถึงสองปีหรือนานกว่านั้น
  • สามารถจะสังเกตได้ว่า การให้นมแม่ทำได้ดีหรือไม่
  • รู้วิธีที่จะขอความสนับสนุนเมื่อมารดาต้องการความช่วยเหลือหลังจากกลับบ้าน

หนังสืออ้างอิง

  1. WHO/UNICEF. BFHI Section 3: Breastfeeding promotion and support in a baby-friendly hospital – 20-hour course.  2009