ประเด็นที่ควรจะใส่ใจในการบีบน้ำนม

latch1

รศ.นพ.ภาวิน พัวพรพงษ์

          -ไม่มีความจำเป็นที่บุคลากรทางการแพทย์ต้องสัมผัสเต้านมมารดาขณะที่สอนมารดาบีบน้ำนมด้วยมือ

            -การบีบน้ำนมด้วยมือมารดาอาจต้องพยายามลองทำ 2-3 ครั้งกว่าจะได้น้ำนม บุคลากรทางการแพทย์ควรพยายามกระตุ้นให้มารดาไม่เลิกล้มความตั้งใจในการบีบน้ำนมหากไม่ได้น้ำนมหรือได้น้ำนมเพียงเล็กน้อยในการพยายามลองทำในครั้งแรก มารดาจะบีบน้ำนมได้ดีขึ้นเรื่อยๆ เมื่อฝึกบีบน้ำนมด้วยมือบ่อยๆ

            -อธิบายมารดาว่าไม่ควรรีบหรือบีบเฉพาะหัวนม การกดหรือดึงเฉพาะหัวนมไม่สามารถทำให้น้ำนมออกมาได้ แต่จะทำให้เกิดอาการปวด การบาดเจ็บหรือหัวนมแตกได้

            -อธิบายมารดาว่าควรจะหลีกเลี่ยงการเลื่อนตำแหน่งหรือถูเต้านมขณะกดบีบน้ำนม เพราะอาจทำให้เกิดการบาดเจ็บของเต้านมได้

            -ด้วยการฝึกฝน มารดาอาจจะสามารถบีบน้ำนมจากเต้านมทั้งสองข้างพร้อมๆ กัน

            -หากมารดาจำเป็นต้องบีบน้ำนมและให้นมลูกคนที่โตกว่าด้วย มารดาควรบีบน้ำนมก่อน แล้วจึงให้ลูกคนที่โตกว่าดูดนม เนื่องจากลูกจะได้กินน้ำนมส่วนหลังซึ่งมีปริมาณไขมันที่สูง ให้พลังงานและทำให้อิ่มดีกว่า

            -การบีบน้ำนมควรไม่จะเจ็บ หากมารดาเจ็บขณะบีบน้ำนม มารดาควรตรวจสอบขั้นตอนการบีบน้ำนมในแต่ละขั้นตอนใหม่ และบุคลากรทางการแพทย์อาจต้องสังเกตมารดขณะให้นมด้วย

          เมื่อไรจึงจะบีบน้ำนม?

            หากหลังคลอดทารกยังดูดนมเองไม่ได้ สามารถเริ่มการบีบน้ำนมได้เร็วที่สุดที่เป็นไปได้ ซึ่งจะดีมากหากสามารถเริ่มได้ภายใน 6 ชั่วโมงหลังคลอด

 

หนังสืออ้างอิง

1.      WHO/UNICEF. BFHI Section 3: Breastfeeding promotion and support in a baby-friendly hospital – 20-hour course.  2009

 

 

ต้องบีบน้ำนมนานแค่ไหน?

DSC00035

รศ.นพ.ภาวิน พัวพรพงษ์

             ระยะเวลาของการบีบน้ำนมขึ้นอยู่กับว่า ทำไมมารดาต้องบีบน้ำนม?

·       หากต้องการบีบหัวน้ำนมสำหรับทารกที่ไม่ยอมดูดนม มารดาอาจจะบีบน้ำนม 5-10 นาทีโดยได้หัวน้ำนมราว 1 ช้อนชา ต้องระลึกไว้เสมอว่า กระเพาะทารกแรกเกิดเล็กมาก การป้อนนมควรป้อนทีละน้อยทุก1-2 ชั่วโมง

·       หากบีบน้ำนมเพื่อต้องการให้การสร้างน้ำนมเพิ่มขึ้น ควรบีบน้ำนมครั้งละ 20 นาทีอย่างน้อยวันละ 6 ครั้งขึ้นไปซึ่งควรจะมีการบีบน้ำนมช่วงกลางคืนอย่างน้อยหนึ่งครั้งร่วมด้วย และรวมเวลาแล้วควรบีบน้ำนมไม่น้อยกว่า 100 นาทีต่อวัน

·       หากมารดาต้องการบีบน้ำนมเพื่อให้ลานนมนุ่มขึ้นเพื่อทารกจะได้อ้าปากอมหัวนมและลานได้ดี มารดาอาจจะบีบน้ำนมออกเพียง 3-4 ครั้งก็พอ

·       หากมารดาต้องการแก้ปัญหาท่อน้ำนมอุดตัน มารดาจะต้องกดและนวดตรงบริเวณที่เป็นก้อนจนกระทั่งก้อนนั้นหายไป

·       หากทารกพ้นระยะแรกเกิดไปแล้ว และมารดาต้องกลับไปทำงาน การบีบน้ำนมขึ้นอยู่กับความเร็วของการไหลของน้ำนมและความต้องการของทารก มารดาบางคนอาจจะบีบน้ำนมได้ปริมาณที่ทารกต้องการภายใน 15 นาที แต่บางคนอาจต้องใช้เวลานาน 30 นาที

·       มารดาอาจจะบีบน้ำนมจากเต้านมข้างหนึ่งและให้ทารกดูดนมจากเต้าอีกข้างหนึ่งได้

            -ทารกที่คลอดก่อนกำหนดหรือทารกที่ป่วยอาจจะกินนมแม่ในมื้อแรกในปริมาณที่น้อยมาก กระตุ้นให้มารดาให้หัวน้ำนมกับทารกในปริมาณน้อยๆ แต่บ่อยๆ หัวน้ำนมเพียงเล็กน้อยก็เป็นประโยชน์กับทารก ดังนั้นควรเน้นให้มารดาให้หัวน้ำนมกับทารกแม้จะมีปริมาณน้อย

            -หัวน้ำนมอาจจะมีแค่เพียงเป็นหยด แต่ก็มีค่าสำหรับทารก มารดาอาจจะเก็บใส่ช้อนหรือถ้วยเล็กๆ แล้วนำไปป้อนใส่ปากทารกเพื่อให้ได้หัวน้ำนมที่เก็บมาโดยไม่ตกหล่น อีกวิธีหนึ่งที่จะเก็บหัวน้ำนมคือใช้หลอดฉีดยาเก็บตัวหัวนมโดยตรงขณะบีบเก็บน้ำนม ซึ่งแม้ปริมาณเพียง 1 มิลลิลิตรก็สามารถมองเห็นได้ชัดจากหลอดฉีดยาขนาดเล็ก

หนังสืออ้างอิง

1.      WHO/UNICEF. BFHI Section 3: Breastfeeding promotion and support in a baby-friendly hospital – 20-hour course.  2009

 

 

การบีบนมซ้ำในทุกส่วนรอบเต้านม

milk expression

รศ.นพ.ภาวิน พัวพรพงษ์

                เมื่อน้ำนมไหลออกช้า มารดาควรขยับนิ้วมือและนิ้วหัวแม่มือไปรอบๆ ลานนม ออกแรงกดสลับกับปล่อย เมื่อน้ำนมหยุดไหลให้เปลี่ยนไปบีบน้ำนมที่เต้านมด้านตรงข้ามโดยทำซ้ำลักษณะเดิม โดยมารดาอาจจะหยุดเพื่อที่จะนวดเต้านมอีกครั้งหากจำเป็น มารดาอาจจะกลับไปบีบน้ำนมสลับกับการนวดเต้านมสองหรือสามครั้งตามต้องการ

หนังสืออ้างอิง

1.      WHO/UNICEF. BFHI Section 3: Breastfeeding promotion and support in a baby-friendly hospital – 20-hour course.  2009

 

 

การกดเต้านมบริเวณท่อน้ำนมเพื่อบีบน้ำนม

milk expression

รศ.นพ.ภาวิน พัวพรพงษ์

            -ให้มารดาใช้นิ้วหัวแม่มือและนิ้วที่อยู่ตรงกันข้ามกดเข้าไปบริเวณผนังหน้าอกอย่างนุ่มนวล แล้วจึงออกแรงกดท่อน้ำนมที่อยู่ระหว่างนิ้วทั้งสอง การกดลักษณะนี้จะทำให้น้ำนมไหลมาที่หัวนม มารดาจะต้องออกแรงกดสลับกับปล่อยจนกระทั่งน้ำนมไหลออกมาซึ่งอาจจะใช้เวลาหลายนาที หัวน้ำนมหรือน้ำนมเหลืออาจจะออกมาเป็นหยด เหนียวและมีปริมาณเล็กน้อย ต่อมาน้ำนมจะพุ่งออกมาเป็นสายเมื่อกลไกออกซิโตซินทำงาน

หนังสืออ้างอิง

1.      WHO/UNICEF. BFHI Section 3: Breastfeeding promotion and support in a baby-friendly hospital – 20-hour course.  2009

 

การคลำหาท่อน้ำนมเพื่อบีบน้ำนม

milk expression

รศ.นพ.ภาวิน พัวพรพงษ์

              ให้มารดาคลำบริเวณที่รู้สึกนุ่มที่อยู่ใกล้กับขอบลานนมหรือห่างจากหัวนมราวหนึ่งข้อนิ้วของนิ้วหัวแม่มือจนกระทั่งมารดาพบบริเวณที่รู้สึกแตกต่างจากบริเวณอื่น มารดาอาจรู้สึกว่าคลำแล้วคล้ายเส้นสายที่ผูกปมหรือเป็นลำคล้ายถั่วฝักยาว สิ่งที่รู้สึกนี้คือท่อน้ำนม ทีนี้ก็ขึ้นอยู่กับว่าเป็นส่วนใดของเต้านม มารดาอาจจะใช้นิ้วกดบริเวณท่อน้ำนมและใช้นิ้วหัวแม่มือกดด้านตรงข้าม หรืออาจจะใช้นิ้วหัวแม่มือกดบริเวณท่อน้ำนมและใช้นิ้วอีกนิ้วกดฝั่งตรงข้าม โดยนิ้วมือที่เหลือหรือมือด้านตรงข้ามอาจใช้ประคองเต้านม

หนังสืออ้างอิง

1.      WHO/UNICEF. BFHI Section 3: Breastfeeding promotion and support in a baby-friendly hospital – 20-hour course.  2009

 

 

การกระตุ้นให้น้ำนมไหล

milk expression

รศ.นพ.ภาวิน พัวพรพงษ์

           -มารดาสามารถกระตุ้นให้กลไกออกซิโตซินทำงานได้โดย

·       อยู่ในบรรยากาศที่ผ่อนคลายและสบาย

·       การคิดถึงลูกหรือการดูรูปทารก

·       ประคบร้อน นวด หรือการคลำเต้านมอย่างนุ่มนวล

·       จับและสัมผัสบริเวณหัวนมรอบๆ โดยใช้นิ้วมือและนิ้วหัวแม่มือ

            -มารดาสามารถกระตุ้นให้กลไกออกซิโตซินทำงานได้ง่ายขึ้นเมื่อฝึกฝน เมื่อมารดาคุ้นเคยกับการบีบน้ำนมอาจไม่จำเป็นต้องกระตุ้นให้น้ำนมไหล

หนังสืออ้างอิง

1.      WHO/UNICEF. BFHI Section 3: Breastfeeding promotion and support in a baby-friendly hospital – 20-hour course.  2009

 

 

วิธีที่จะบีบน้ำนมด้วยมือ

milk expression

รศ.นพ.ภาวิน พัวพรพงษ์

            -ขั้นตอนที่สำคัญในการบีบน้ำนมด้วยมือ ได้แก่

·       กระตุ้นให้น้ำนมไหล

·       คลำหาท่อน้ำนม

·       กดเต้านมบริเวณท่อน้ำนม

·       ทำซ้ำในทุกส่วนรอบเต้านม

              -การบีบน้ำนมด้วยมือในกรณีที่เต้านมอ่อนนุ่ม ไม่ตึงจะง่ายกว่ากรณีที่เต้านมตึงคัดและเจ็บ

หนังสืออ้างอิง

1.      WHO/UNICEF. BFHI Section 3: Breastfeeding promotion and support in a baby-friendly hospital – 20-hour course.  2009

 

 

ทำไมต้องเรียนรู้การบีบน้ำนมด้วยมือ?

DSC00035

รศ.นพ.ภาวิน พัวพรพงษ์

             ประโยชน์ในการบีบน้ำนมด้วยมือ

·       เพื่อให้รู้สึกสบายเต้านม เช่นในกรณีที่จะลดอาการตึงคัดเต้านมหรือท่อน้ำนมอุดตัน หรือทาหัวนมด้วยน้ำนมส่วนหลัง 2-3 หยดเพื่อลดอาการเจ็บหัวนม

·       เพื่อกระตุ้นให้ทารกกินนมแม่ การบีบน้ำนม

§  ทาบริเวณหัวนมเพื่อให้ทารกได้กลิ่นและชิมนมแม่

§  จะช่วยให้น้ำนมไหลาปากทารกได้เลย ในกรณีที่ทารกดูดนมได้ไม่แรงพอ

§  ทำให้ลานนมของเต้านมที่ตึงคัดนิ่ม ซึ่งจะช่วยให้ทารกอ้าปากอมหัวและลานนมได้ดีขึ้น

·       เพื่อรักษาให้มีการผลิตน้ำนมในช่วงที่มารดาและทารกจำเป็นแยกจากัน หรือเพื่อเพิ่มปริมาณน้ำนม

·       เพื่อคงให้มีน้ำนมในทารกที่ไม่สามารถให้นมแม่ได้ ทารกน้ำหนักตัวน้อย และทารกที่เหนื่อย

·       เพื่อพลาสเจอไรส์น้ำนมในทารกที่มารดาติดเชื้อเอชไอวี

            -มารดาส่วนใหญ่จะชอบที่จะบีบน้ำนมด้วยมือมากกว่าการใช้เครื่องปั๊ม เพราะว่า

·       มือจะอยู่กับตัวเสมอและไม่มีชิ้นส่วนใดจะเสียหรือแตกหัก

·       การบีบน้ำนมด้วยมือจะรวดเร็วและมีประสิทธิภาพมากกว่าหากมารดามีความชำนาญ

·       มารดาบางคนจะชอบที่จะให้ผิวสัมผัสระหว่างเนื้อมากกว่าสัมผัสกับพลาสติกหรือเสียงที่เกิดจากการดูดของพลาสติก

·       การบีบน้ำนมด้วยมือโดยปกติจะนุ่มนวลกว่าการใช้เครื่องปั๊ม โดยเฉพาะในกรณีที่หัวนมเจ็บ

·       ไม่มีความเสี่ยงจากการติดเชื้อข้ามระหว่างมารดาอื่นที่ใช้เครื่องปั๊มนมร่วมกัน

หนังสืออ้างอิง

1.      WHO/UNICEF. BFHI Section 3: Breastfeeding promotion and support in a baby-friendly hospital – 20-hour course.  2009

 

 

ทารกที่ต้องการการผ่าตัดกับการเลี้ยงลูกด้วยนมแม่

1523E86E-E72C-461B-9A29-0795B537AFBB_mw1024_n_s

รศ.นพ.ภาวิน พัวพรพงษ์

            -ทารกที่กินนมแม่จะย่อยง่าย ช่วงเวลาที่งดอาหารจะสั้นกว่าทารกที่กินนมผสมหรืออาหารอื่น โดยทั่วไปทารกจะไม่จำเป็นต้องงดนมก่อนการผ่าตัดนานกว่าสามชั่วโมง อภิปรายถึงวิธีที่ทำให้ทารกรู้สึกสบายระหว่างช่วงที่งดนม นมแม่เป็นสิ่งที่แนะนำให้ให้กับทารกเมื่อฟื้นตัวดีหลังการผ่าตัด

            -การให้นมแม่จะช่วยลดความเจ็บปวดจากการผ่าตัดและทำให้ทารกสบายโดยทารกจะได้ทั้งสารน้ำและพลังงาน หากทารกยังไม่สามารถกินนมแม่ได้มากทันทีหลังคลอด  อาจบีบน้ำนมและให้ทารกดูดเต้านมเปล่าไปก่อน จนกระทั่งทารกอาการคงที่

หนังสืออ้างอิง

1.      WHO/UNICEF. BFHI Section 3: Breastfeeding promotion and support in a baby-friendly hospital – 20-hour course.  2009

 

 

ทารกที่ปากแหว่งเพดานโหว่กับการเลี้ยงลูกด้วยนมแม่

images (5)

รศ.นพ.ภาวิน พัวพรพงษ์

            -การให้นมแม่สามารถเป็นไปได้แม้ในทารกที่มีปากแหว่งเพดานโหว่รุนแรง เพราะว่าทารกที่ปากแหว่งเพดานโหว่จะมีความเสี่ยงต่อการติดเชื้อในหูชั้นกลางและการติดเชื้อในระบบการหายใจส่วนบน การเลี้ยงลูกด้วยนมแม่ยิ่งมีความสำคัญ

            -การอุ้มทารกให้จมูก ลำคออยู่สูงกว่าเต้านมจะช่วยป้องกันน้ำนมไหลเข้าไปในโพรงจมูก ซึ่งจะทำให้ทารกหายใจลำบาก เนื้อของเต้านมหรือนิ้วของมารดาจะช่วยปิดช่องบริเวณปากแหว่งโดยจะทำให้ทารกสามารถดูดได้ดีขึ้น

            -การให้นมจะใช้เวลานานขึ้น มารดาควรอดทน เพราะว่าทารกอาจจะเหนื่อยและต้องพักระหว่างการกินนม ซึ่งมารดาอาจจะต้องบีบน้ำนมและให้เสริมกับทารก โดยอาจจะป้อนด้วยถ้วยหรือใช้สายยาง ในทารกได้รับการผ่าตัดรักษา เมื่อทารกฟื้นตัวดี การให้นมแม่สามารถทำได้ทันที

หนังสืออ้างอิง

1.      WHO/UNICEF. BFHI Section 3: Breastfeeding promotion and support in a baby-friendly hospital – 20-hour course.  2009