เรื่องทั้งหมดโดย OB-GYN

อายุของมารดามีความสำคัญต่อการเลี้ยงลูกด้วยนมแม่

รศ.นพ.ภาวิน พัวพรพงษ์

                อายุของมารดานั้นเป็นปัจจัยที่สำคัญอย่างหนึ่งในการเลี้ยงลูกด้วยนมแม่ โดยอายุที่มารดาตั้งครรภ์มีผลต่อลักษณะการกินนมของทารก1,2 มารดาอายุน้อยจะมีโอกาสที่จะหยุดเลี้ยงลูกด้วยนมแม่มากกว่ามารดาที่อายุมากขึ้น3-6 โดยพบว่าลักษณะของความสัมพันธ์ของอายุของมารดาที่น้อยจะมีความสัมพันธ์แบบแปรผกผันกับระยะเวลาของการเลี้ยงลูกด้วยนมแม่7 ซึ่งคำอธิบายอาจเป็นเพราะมารดาที่อายุมากขึ้นน่ามีความรับผิดชอบในการดูแลทารกมากกว่า มีอาชีพ และเศรษฐานะมั่งคงกว่า ข้อมูลของอายุน้อยบางการศึกษาใช้อายุที่น้อยกว่า 20-21 ปี5,8 บางการศึกษาใช้อายุที่น้อยกว่า 26 ปี6 และบางการศึกษาใช้อายุที่น้อยกว่า 30 ปี4  เกณฑ์อายุที่แตกต่างกันน่าจะเป็นผลมาจากลักษณะวัฒนธรรมและการดำรงชีวิตของแต่ละสังคมในแต่ละประเทศ อย่างไรก็ตาม การศึกษาการเลี้ยงลูกด้วยนมแม่อย่างเดียวหกเดือนในมารดาวัยรุ่นที่คลอดบุตรปกติไม่มีภาวะแทรกซ้อนที่มีความตั้งใจจะเลี้ยงลูกด้วยนมแม่อย่างน้อยหกเดือนพบว่า การเลี้ยงลูกด้วยนมแม่อย่างเดียวหกเดือนในมารดาวัยรุ่นไม่แตกต่างมารดาที่อายุมากกว่า 20 ปี9 ซึ่งแสดงถึงหากมารดาวัยรุ่นไม่มีภาวะแทรกซ้อน ผลของความตั้งใจที่จะเลี้ยงลูกด้วยนมแม่อาจเป็นปัจจัยสำคัญที่ส่งผลต่ออัตราการเลี้ยงลูกด้วยนมแม่มากกว่าอายุมารดา

เอกสารอ้างอิง

  1. Zhu Y, Hernandez LM, Mueller P, Dong Y, Hirschfeld S, Forman MR. Predictive Models for Characterizing Disparities in Exclusive Breastfeeding Performance in a Multi-ethnic Population in the US. Matern Child Health J 2016;20:398-407.
  2. Asare BY, Preko JV, Baafi D, Dwumfour-Asare B. Breastfeeding practices and determinants of exclusive breastfeeding in a cross-sectional study at a child welfare clinic in Tema Manhean, Ghana. Int Breastfeed J 2018;13:12.
  3. Islam GMR, Igarashi I, Kawabuchi K. Inequality and Mother’s Age as Determinants of Breastfeeding Continuation in Bangladesh. Tohoku J Exp Med 2018;246:15-25.
  4. Zobbi VF, Calistri D, Consonni D, Nordio F, Costantini W, Mauri PA. Breastfeeding: validation of a reduced Breastfeeding Assessment Score in a group of Italian women. J Clin Nurs 2011;20:2509-18.
  5. Hill PD, Johnson TS. Assessment of Breastfeeding and Infant Growth. Journal of Midwifery & Women’s Health 2007;52:571-8.
  6. Narayan S, Natarajan N, Bawa KS. Maternal and neonatal factors adversely affecting breastfeeding in the perinatal period. Medical Journal Armed Forces India 2005;61:216-9.
  7. Tang K, Liu Y, Meng K, et al. Breastfeeding duration of different age groups and its associated factors among Chinese women: a cross-sectional study. Int Breastfeed J 2019;14:19.
  8. Chaves RG, Lamounier JA, Cesar CC. Factors associated with duration of breastfeeding. J Pediatr (Rio J) 2007;83:241-6.
  9. Puapornpong P, Raungrongmorakot K, Manolerdtewan W, Ketsuwan S, Wongin S. Teenage pregnancy and exclusive breastfeeding rates. J Med Assoc Thai 2014;97:893-8.

 

ผลเสียของการผ่าตัดคลอดต่อทารกในการเลี้ยงลูกด้วยนมแม่

รศ.นพ.ภาวิน พัวพรพงษ์

            การผ่าตัดคลอดมีผลเสียทั้งมารดาและทารกในการเลี้ยงลูกด้วยนมแม่ โดยลกระทบจากการผ่าตัดคลอดที่มีต่อทารก ได้แก่ ทารกจะมีความเสี่ยงสูงในการที่จะไม่ได้กินนมแม่หรือได้กินนมแม่ในช่วงสั้น ๆ โดยทารกที่ผ่าตัดคลอดจะมีปัญหาเรื่องการหายใจมากกว่า ทารกอาจจะต้องการการดูดเสมหะ ซึ่งทำให้ทารกเจ็บปากและลำคอซึ่งมีผลต่อการดูดนมแม่ ทารกได้รับยาทำให้ง่วงจากยาระงับความรู้สึกและยาแก้ปวดที่มารดาได้รับ ทารกจะได้รับการโอบกอดเนื้อแนบเนื้อน้อยกว่า และทารกมีโอกาสสูงกว่าที่จะย้ายไปหออภิบาลทารกแรกเกิด ซึ่งเสี่ยงต่อการติดเชื้อระหว่างทารกด้วยกันเอง และต้องจำกัดการเลี้ยงลูกด้วยนมแม่1

เอกสารอ้างอิง

  1. ภาวิน พัวพรพงษ์. รอบรู้เรื่องการเลี้ยงลูกด้วยนมแม่. นครนายก: ซี.ที. ดอทคอม; 2558.

มารดาที่ผ่าตัดคลอดควรใช้ท่าใดในการท่าให้นมลูก

รศ.นพ.ภาวิน พัวพรพงษ์

              การช่วยเริ่มต้นการเลี้ยงลูกด้วยนมแม่ในมารดาที่ผ่าตัดคลอด จะเริ่มเมื่อมารดาและทารกส่งสัญญาณว่ามีความพร้อม โดยการเริ่มต้นมารดาไม่จำเป็นลุกนั่ง โอบกอดหรือต้องขยับเปลี่ยนท่าในการให้นมลูกได้ แต่จะเป็นทารกที่จะค้นหาเต้านมและเริ่มดูดนมเอง การปฏิบัตินี้สามารถทำได้นานตราบเท่าที่มีบุคลากรทางการแพทย์เฝ้าดูอยู่ แม้มารดาจะยังง่วงซึมจะฤทธิ์ของยาดมสลบก็ตาม บุคลากรควรช่วยให้มารดาอยู่ในท่าที่สบายในการให้นมลูก การให้สารน้ำทางหลอดเลือดดำอาจจะต้องปรับเปลี่ยนตำแหน่งเพื่อให้สามารถจัดท่าทารกเข้าเต้าได้ ท่าที่ใช้สำหรับการให้นมอาจใช้ท่านอนตะแคงข้าง (side-lying) บนเตียง ท่านี้จะช่วยหลีกเลี่ยงอาการปวดในช่วงหลังคลอดใหม่ๆ และมารดายังสามารถทำได้แม้มารดาต้องนอนราบหลังจากให้ยาระงับความรู้สึกเข้าไขสันหลัง การจัดท่านี้มารดาควรจะต้องใช้หมอนช่วยพิงด้านหลังและรองใต้หัวเข่าขณะที่อยู่ในท่านอนตะแคงข้าง หรือมารดาอาจใช้ท่านั่งเอนหลัง (laid back) โดยทารกอยู่บนตัวมารดา สำหรับท่านอนหงายสามารถทำได้ แต่ไม่ควรให้ทารกกดทับบริเวณแผลผ่าตัด1

เอกสารอ้างอิง

  1. ภาวิน พัวพรพงษ์. รอบรู้เรื่องการเลี้ยงลูกด้วยนมแม่. นครนายก: ซี.ที. ดอทคอม; 2558.

 

สิ่งที่อาจรบกวนการโอบกอดทารกเนื้อแนบเนื้อในระยะแรกหลังคลอด

รศ.นพ.ภาวิน พัวพรพงษ์

                  การมีแนวทางปฏิบัติที่กำหนดต่าง ๆ ที่ไม่เหมาะสมตั้งแต่ในระยะคลอดและในระยะแรกหลังคลอดอาจรบกวนการโอบกอดทารกเนื้อแนบเนื้อ ได้แก่ การให้งดน้ำงดอาหารนานเกินไป ทำให้มารดาอ่อนเพลีย หมดแรงที่จะให้การดูแลทารก การให้ยาแก้ปวดจนทำให้มารดาและทารกง่วงซึม การตัดฝีเย็บโดยไม่จำเป็น ซึ่งทำให้เกิดการบาดเจ็บมากขึ้น มารดาลุกนั่งลำบาก การขาดการให้กำลังใจหรือสนับสนุนจากสามีหรือคนใกล้ชิด ซึ่งจะช่วยในการสนับสนุนให้มารดาให้นมลูกและช่วยดูแลมารดาและลูกในช่วงที่มารดาฟื้นตัวใหม่ๆ ในระยะหลังคลอด การแยกมารดาและทารกหลังคลอด การห่อทารกจนแน่นเกินไปหลังคลอด การให้น้ำเกลือ การติดเครื่องติดตามการเต้นของหัวใจทารก และการทำหัตถการอื่นที่ไม่มีเหตุผลทางการแพทย์ ความวิตกกังวลเรื่องมารดาเหนื่อย1 มารดาไม่ต้องการอุ้มลูก ห้องคลอดยุ่ง ขาดบุคลากรที่จะเฝ้าดูแลมารดาและทารก สิ่งเหล่านี้ล้วนควรมีการปรับทัศนคติที่เหมาะสม และควรสร้างแนวทางการปฏิบัติที่เอื้อต่อการโอบกอดทารกเนื้อแนบเนื้อ ซึ่งจะเป็นการสร้างการดูแลที่สนับสนุนการเลี้ยงลูกด้วยนมแม่2

เอกสารอ้างอิง

  1. Habib FA. Monitoring the practice and progress of initiation of breastfeeding within half an hour to one hour after birth, in the labor room of king khalid university hospital. J Family Community Med 2003;10:41-6.
  2. ภาวิน พัวพรพงษ์. รอบรู้เรื่องการเลี้ยงลูกด้วยนมแม่. นครนายก: ซี.ที. ดอทคอม; 2558.

 

การอาบน้ำให้ทารกในระยะแรกหลังคลอดอาจเป็นอุปสรรคในการโอบกอดทารกเนื้อแนบเนื้อ

รศ.นพ.ภาวิน พัวพรพงษ์

                 การมีแนวทางปฏิบัติที่กำหนดให้มีการอาบน้ำให้ทารกตั้งแต่ในระยะแรกหลังคลอดนั้นเป็นแนวทางที่ไม่เหมาะสม และอาจเป็นอุปสรรคในการโอบกอดทารกเนื้อแนบเนื้อได้ การมีการกำหนดการปฏิบัติเช่นนี้ อาจทำให้ทารกต้องแยกจากมารดาในระยะแรกหลังคลอด ทั้ง ๆ ที่ควรให้เวลาให้มารดาได้มีการโอบกอดทารกเนื้อแนบเนื้อโดยปราศจากการรบกวน เพื่อกระตุ้นพัฒนาการของระบบประสาทและช่วยในเรื่องการเลี้ยงลูกด้วยนมแม่ ในระยะแรกหลังคลอดนั้น ควรชะลอการอาบน้ำไว้ก่อน รอให้ไขของทารกที่อยู่บนผิวได้เคลือบ หล่อลื่น และช่วยรักษาอุณหภูมิของทารกจะเป็นประโยชน์มากกว่า ดังนั้น แนะนำให้มีการเช็ดตัวทารกให้แห้งสำหรับระยะแรกหลังคลอดก็เพียงพอ1

เอกสารอ้างอิง

  1. ภาวิน พัวพรพงษ์. รอบรู้เรื่องการเลี้ยงลูกด้วยนมแม่. นครนายก: ซี.ที. ดอทคอม; 2558.