การสนับสนุนให้เกิดการเริ่มต้นการให้นมลูกในหนึ่งชั่วโมงแรกหลังคลอด

รศ.นพ.ภาวิน พัวพรพงษ์

            การเริ่มต้นการให้นมลูกภายในหนึ่งชั่วโมงแรกมีรายงานว่าสามารถช่วยลดความเจ็บป่วยและการเสียชีวิตของทารกได้ ในขณะที่ปัจจุบัน อัตราการเริ่มการให้นมลูกในหนึ่งชั่วโมงแรกหลังคลอดในประเทศที่กำลังพัฒนาพบร้อยละ 391 หากพิจารณาถึงปัจจัยที่มีความสัมพันธ์กับการเริ่มต้นการให้นมลูกในหนึ่งชั่วโมงแรกโดยพิจารณาแยกเป็นหัวข้อปัจจัยใหญ่ 3 ปัจจัย คือ

ปัจจัยด้านมารดา ได้แก่ ความรู้และทัศนคติที่ดีของมารดาต่อการเริ่มต้นการเลี้ยงลูกด้วยนมแม่ตั้งแต่ในหนึ่งชั่วโมงแรกหลังคลอด ความเจ็บป่วย โรคประจำตัว และภาวะแทรกซ้อนของมารดาระหว่างการตั้งครรภ์และหลังคลอด วิธีการคลอด

ปัจจัยด้านทารก ได้แก่ การคลอดก่อนกำหนด น้ำหนักตัวของทารก ภาวะแทรกซ้อนของทารกหลังการคลอด ความผิดปกติหรือความพิการของทารก

ปัจจัยด้านการระบบงานในการดูแลมารดาและทารก ได้แก่ นโยบายในการสนับสนุนการเริ่มการให้นมลูกในหนึ่งชั่วโมงแรก การพัฒนาระบบการดูแลมารดาและทารกให้เอื้อต่อการเริ่มต้นการเลี้ยงลูกด้วยนมแม่ได้ตั้งแต่ในระยะแรก ตั้งแต่การส่งเสริมให้มีการให้ความรู้แก่มารดาให้เห็นถึงความสำคัญและประโยชน์ของการเริ่มต้นการเลี้ยงลูกด้วยนมแม่ตั้งแต่ในระยะแรกตั้งแต่ระยะฝากครรภ์ ระยะคลอดและหลังคลอดระยะแรก การจัดการดูแลในห้องคลอดให้เอื้อต่อการเริ่มต้นการให้นมลูกในระยะแรกโดยมีการใช้ยาแก้ปวดอย่างจำเป็นและเหมาะสม ลดการผ่าตัดคลอดหรือการดมยาสลบที่จะส่งผลเสียต่อการเริ่มต้นการให้นมลูกในระยะแรก การจัดระบบพี่เลี้ยงที่จะคอยให้การดูแลและสนับสนุนให้มารดาให้นมทารกตั้งแต่ในระยะแรก การจัดระบบที่เน้นให้ความสำคัญต่อการโอบกอดทารกเนื้อแนบเนื้อที่ให้เวลาทารกได้อยู่บนหน้าอกมารดานานหนึ่งชั่วโมงโดยปราศจากการรบกวน ซึ่งจะชะลอการดูแลอื่น ๆ ที่รอได้ออกไป เช่น การฉีดวัคซีน การอาบน้ำทารก เนื่องจากการช่วยให้มารดาได้โอบกอดทารกเนื้อแนบเนื้อจะช่วยสนับสนุนกลไกตามธรรมชาติให้ทารกคืบคลานเข้าหาเต้านม และเริ่มการดูดนมได้ด้วยตนเอง แต่กลไกนี้จะเกิดได้ทารกต้องผ่านการปรับตัวในขั้นตอนต่าง ๆ 9 ชั้นตอนโดยปราศจากการบกวน การให้เวลาและให้ความสำคัญแก่การเปิดโอกาสทารกได้อยู่บนอกมารดาโดยปราศจากการรบกวนจึงเป็นสิ่งที่บุคลากรทางการแพทย์ควรคำนึงถึงและให้ความสำคัญกับสิ่งนี้ เพื่อช่วยในการบรรลุผลสำเร็จในการเริ่มต้นการเลี้ยงลูกด้วยนมแม่ภายในหนึ่งชั่งโมงแรก

เอกสารอ้างอิง

  1. Mekonen, L., Seifu, W. & Shiferaw, Z. Int Breastfeed J (2018) 13: 17. https://doi.org/10.1186/s13006-018-0160-2