คลังเก็บหมวดหมู่: ทารกแรกเกิด

ทารกแรกเกิด

แนวทางการส่งเสริมการเลี้ยงลูกด้วยนมแม่ระหว่างฝากครรภ์ ตอนที่ 2

IMG_9312

รศ.นพ.ภาวิน พัวพรพงษ์

? ? ? ? ? ? -เมื่ออายุครรภ์ 34-36 สัปดาห์ ควรมีการอภิปรายเกี่ยวกับปัญหาหรืออุปสรรคที่อาจเกิดขึ้น หากทารกจำเป็นต้องได้รับการดูแลที่หอผู้ป่วยทารกวิกฤต อธิบายถึงวิธีการเอาชนะอุปสรรคต่างๆ ที่มีความจำเป็นต้องแยกทารกจากมารดาในระยะแรก เน้นย้ำให้มารดาเข้าใจถึงความสำคัญของการเริ่มการเลี้ยงลูกด้วยนมแม่ตั้งแต่ในระยะแรก (เริ่มในครึ่งถึงหนึ่งชั่งโมงแรกหลังคลอด) การโอบกอดทารกเนื้อแนบเนื้อ การให้มารดาและทารกอยู่ร่วมกันตลอด 24 ชั่วโมง พูดคุยถึงปัญหาและอุปสรรคที่มารดาพบระหว่างการให้นมลูกในมารดาที่มีประสบการณ์ในการเลี้ยงลูกด้วยนมแม่ ทบทวนถึงโรคประจำตัวและการใช้ยาที่จำเป็นต้องใช้ระหว่างการให้นมบุตร รวมทั้งสอบถามความต้องการของมารดาและครอบครัวว่าต้องการรับคำปรึกษาเพิ่มเติมจากผู้เชี่ยวชาญในการเลี้ยงลูกด้วยนมแม่หรือไม่ เพื่อส่งต่อมารดาไปรับคำปรึกษาเพิ่มเติม

??????????????? -เมื่อครบกำหนดคลอด สอบถามปัญหาที่มารดาวิตกกังวลเกี่ยวกับการเลี้ยงลูกด้วยนมแม่ร่วมกับการกระตุ้นเตือนเกี่ยวกับการเริ่มให้นมแม่ตั้งแต่ในระยะแรกหลังคลอด พร้อมสอบถามเรื่องการวางแผนการคุมกำเนิดและการมีบุตรคนต่อไป

??????????????? จะเห็นว่า ช่วงระหว่างฝากครรภ์เป็นช่วงโอกาสอันดีที่บุคลากรทางการแพทย์จะช่วยให้มารดาเข้าใจถึงความสำคัญ ความจำเป็น และประโยชน์ที่ทารกจะได้รับจากนมแม่ที่เป็นอาหารที่ธรรมชาติสรรสร้างให้มีความเหมาะสมสำหรับสิ่งมีชีวิตที่เลี้ยงลูกด้วยนมแม่ในแต่ละชนิด โดยให้มีส่วนประกอบของนมแม่ที่แตกต่างกัน ซึ่งหากมารดาและครอบครัวเข้าใจถึงเรื่องนี้ จะส่งผลต่อความตั้งใจที่เป็นปัจจัยที่สำคัญในความสำเร็จของการเลี้ยงลูกด้วยนมแม่

เอกสารอ้างอิง

  1. The American of Obstetricians and Gynecologist, American Academy of Pediatrics. Breastfeeding handbook for physician. 2nd edition. 2014.

 

แนวทางการส่งเสริมการเลี้ยงลูกด้วยนมแม่ระหว่างฝากครรภ์ ตอนที่ 1

IMG_9368

รศ.นพ.ภาวิน พัวพรพงษ์

??????????????? เป็นที่ทราบกันดีแล้วว่า จุดประสงค์ของการส่งเสริมการเลี้ยงลูกด้วยนมแม่ระหว่างการฝากครรภ์ คือ การสร้างให้มารดามีความตั้งใจที่จะเลี้ยงลูกด้วยนมแม่ โดยขั้นตอนต่างๆ ในระยะฝากครรภ์ได้มีการแนะนำแนวทางการส่งเสริมการเลี้ยงลูกด้วยนมแม่ ดังนี้

??????????????? -ในการฝากครรภ์ครั้งแรก ควรมีการซักประวัติ สอบถามเรื่องแผนการเลี้ยงลูกด้วยนมแม่ ชี้แจงถึงประโยชน์ ความสำคัญ เหตุผล และแก้ไขความเชื่อผิดๆ เกี่ยวกับนมแม่ ซักประวัติการผ่าตัดบริเวณเต้านม ประสบการณ์ในการเลี้ยงลูกด้วยนมแม่ โรคประจำตัวและการใช้ยาต่างๆ ตรวจเต้านมดูพัฒนาการของเต้านม ลักษณะหัวนมบอดหรือหัวนมแบน และตรวจตำแหน่งรอยแผลเป็นจากการผ่าตัดเต้านมในกรณีที่มารดามีประวัติได้รับการผ่าตัดที่เต้านม พร้อมจดบันทึกลักษณะของเต้านม พัฒนาการ รอยแผลผ่าตัด ประสบการณ์การเลี้ยงลูกด้วยนมแม่ และข้อมูลการโรคประจำตัวและยาที่ต้องใช้เป็นประจำ

??????????????? -เมื่อมารดามีอายุครรภ์ 14-20 สัปดาห์ ควรมีการพูดคุยถึงการเปลี่ยนแปลงของเต้านมในระหว่างตั้งครรภ์ และอภิปรายซ้ำถึงแผนการเลี้ยงลูกด้วยนมแม่

??????????????? -เมื่อมารดามีอายุครรภ์ 24-28 สัปดาห์ ควรมีการจัดสอนเกี่ยวกับการคลอด และมีการกระตุ้นเตือนให้มารดาตัดสินใจเกี่ยวกับการให้นมลูก เพื่อการเตรียมความพร้อมที่จะมีการให้แก่มารดาและครอบครัวต่อไป ควรมีการตรวจเต้านมซ้ำ หากมารดามีอาการเปลี่ยนแปลงหรือบ่นเกี่ยวกับความผิดปกติของเต้านม

เอกสารอ้างอิง

  1. The American of Obstetricians and Gynecologist, American Academy of Pediatrics. Breastfeeding handbook for physician. 2nd edition. 2014.

การตรวจพัฒนาการของเต้านม

big&small breast

รศ.นพ.ภาวิน พัวพรพงษ์

??????????????? โดยทั่วไป การตรวจบันทึกพัฒนาการของเต้านมมักจะแบ่งพัฒนาการเป็นระยะ 5 ระยะ เพื่ออธิบายถึงการเปลี่ยนแปลงต่างๆ ของเต้านมที่เกิดในช่วงที่สตรีย่างเข้าวัยเจริญพันธุ์ รายละเอียดมีดังนี้

? ? ? -ระยะที่ 1 เต้านมยังไม่มีการพัฒนาการเลย

? ? ? -ระยะที่ 2 เต้านมจะมีพัฒนาการเป็นตุ่มของเต้านม (breast bud) ลานนมจะกว้างขึ้นและมีสีเข้มขึ้นเล็กน้อย จะเริ่มมีเนื้อของเต้านมมองเห็นยกตัวขึ้นเล็กน้อยและสามารถคลำเนื้อเต้านมใต้บริเวณหัวนมได้

? ? ? -ระยะที่ 3 เต้านมและลานนมจะขยายมากขึ้น เริ่มมองเห็นเนื้อของเต้านมกลมมากขึ้น หัวนมและลานนมจะไม่แยกส่วนจากรูปร่างของเต้านม แต่ยังพบลักษณะของเต้านมเป็นทรงกรวยขนาดเล็ก

? ? ?-ระยะที่ 4 เต้านมจะขยายขนาดเพิ่มขึ้น หัวนมและลานนมจะเจริญเติบโตเป็นเนินซ้อนมองเห็นแยกจากฐานของเต้านม

? ? ? -ระยะที่ 5 เต้านมจะขยายขนาดเพิ่มขึ้น หัวนม ลานนมและเต้านมจะกลมเป็นโครงสร้างเนื้อเดียวกัน หัวนมและลานนมมองไม่เห็นเป็นเนินซ้อนอยู่บนเต้านม รูปร่างของเต้านมจะเป็นกรวยฐานกว้าง แม้ในสตรีที่มีเต้านมเล็กก็จะตรวจพบเนื้อของเต้านมกว้างจากบริเวณกลางอกถึงด้านข้างลำตัว

? ? ? ? ? อย่างไรก็ตาม มีความจำเป็นในการอธิบายให้มารดาทราบถึงความสำคัญของพัฒนาการของเต้านม เพื่อให้มารดามีความเข้าใจที่ถูกต้อง โดยหากเต้านมพัฒนาการได้ดี แม้มารดาจะมีเต้านมขนาดเล็กก็ไม่ได้มีผลต่อการสร้างน้ำนม

เอกสารอ้างอิง

  1. The American of Obstetricians and Gynecologist, American Academy of Pediatrics. Breastfeeding handbook for physician. 2nd edition. 2014.

การตรวจเต้านมสำหรับการเลี้ยงลูกด้วยนมแม่

IMG_0640

รศ.นพ.ภาวิน พัวพรพงษ์

??????????????? การตรวจร่างกายในส่วนของเต้านมมีความสำคัญในการเลี้ยงลูกด้วยนมแม่ เพื่อประเมินการเจริญเติบโตและพัฒนาการของเต้านมว่ามีความพร้อมสำหรับการให้นมบุตรหรือไม่ และที่เต้านมมีความผิดปกติใดๆ ที่ส่งผลต่อการเลี้ยงลูกด้วยนมแม่หรือเป็นอันตรายแก่มารดาที่ต้องได้รับการรักษาอย่างเร่งด่วน โดยทั่วไป การตรวจเต้านมของสตรีที่ไม่ได้มีการตั้งครรภ์แนะนำให้ตรวจในช่วงครึ่งแรกหลังจากการมีประจำเดือนก่อนการตกไข่ เพราะหลังจากการตกไข่ เต้านมจะบวมน้ำ เจ็บ และไวต่อการสัมผัสมากขึ้น แต่ในสตรีที่ตั้งครรภ์ควรทำการตรวจเต้านมตั้งแต่มารดามาฝากครรภ์ครั้งแรก หลังการตรวจเต้านม ควรบันทึกลักษณะของพัฒนาการของเต้านม ความสมมาตร ลักษณะหัวนมและลานนม ความผิดปกติที่พบบริเวณเต้านม ก้อน แผลและแผลเป็นต่างๆ บริเวณเต้านมและลานนม เพื่อเป็นประโยชน์ในการให้คำปรึกษาสำหรับการเลี้ยงลูกด้วยนมแม่

เอกสารอ้างอิง

  1. The American of Obstetricians and Gynecologist, American Academy of Pediatrics. Breastfeeding handbook for physician. 2nd edition. 2014.

 

การซักประวัติสำหรับการเลี้ยงลูกด้วยนมแม่ที่คลินิกฝากครรภ์

IMG_9705

รศ.นพ.ภาวิน พัวพรพงษ์

??????????????? มารดาเมื่อเริ่มตั้งครรภ์และมาฝากครรภ์ นอกจากการให้ความรู้เรื่องความสำคัญและประโยชน์ของการเลี้ยงลูกด้วยนมแม่แล้ว การซักประวัติเพื่อประเมินความเสี่ยงของมารดาที่จะเป็นอุปสรรคในการเลี้ยงลูกด้วยนมแม่มีความจำเป็น ประวัติที่ควรสอบถามมารดา ได้แก่

? ? ? ?-ประวัติโรคประจำตัว ภาหะไวรัสตับอักเสบ การติดเชื้อเอชไอวี และการเป็นงูสวัดบริเวณเต้านม

? ? ? ?-ประวัติการใช้ยา ยาที่มารดาใช้เป็นประจำ หรือใช้เพื่อรักษาโรคประจำตัวอาจจำเป็นต้องมีการปรับเปลี่ยนให้เหมาะสม เพื่อความปลอดภัยของทารกในระหว่างตั้งครรภ์และให้นมบุตร

? ? ? ?-ประวัติการบาดเจ็บและผ่าตัดบริเวณเต้านม โดยเฉพาะบริเวณหัวนมและลานนม ซึ่งอาจรบกวนท่อน้ำนมที่จะนำน้ำนมจากต่อมน้ำนมมาที่หัวนม รวมทั้งการผ่าตัดเสริมเต้านมหรือลดขนาดของเต้านม

? ? ? ?-ประวัติลักษณะการรับประทานอาหาร ควรแนะนำมารดาให้รับประทานอาหารครบห้าหมู่โดยมีสัดส่วนที่เหมาะสม อย่างไรก็ตาม โดยทั่วไปอาหารปกติที่มารดารับประทานไม่ได้ส่งผลต่อปริมาณน้ำนม แต่หากมารดารับประทานอาหารได้เหมาะสม ร่างกายของมารดาก็จะผลิตน้ำนมที่มีสมบูรณ์และเพียงพอโดยไม่รบกวนสารอาหารที่สะสมในร่างกายของมารดา

? ? ? ? –ประวัติการดื่มแอลกอฮอล์ สูบบุหรี่ และการใช้สารเสพติด ควรมีการงดหรือการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมให้เหมาะสมสำหรับมารดาที่ตั้งครรภ์และให้นมบุตร คนในครอบครัวที่อยู่ในบ้านเดียวกัน

? ? ? ? –ประวัติการให้นมลูกในครรภ์ก่อน ปัญหา อุปสรรคและความวิตกกังวลในการให้นมของมารดาที่เกิดขึ้นในครรภ์ก่อนทั้งในโรงพยาบาลและเมื่อกลับไปอยู่ที่บ้านกับครอบครัว

? ? ? ? –ประวัติการสนับสนุนการเลี้ยงลูกด้วยนมแม่ของสามี คนในครอบครัว ญาติ เพื่อนสนิทและชุมชนในบริเวณใกล้บ้าน

? ? ? ? ? การซักประวัติข้อมูลเหล่านี้ จะช่วยให้บุคลากรทางการแพทย์เข้าใจบริบท ปัญหา และอุปสรรคที่มารดาอาจต้องเผชิญมากขึ้น เพื่อเตรียมความพร้อมให้มารดาเลี้ยงลูกด้วยนมแม่อย่างเดียวหกเดือน จากนั้นให้อาหารเสริมตามวัยพร้อมให้นมแม่ต่อจนถึงสองปีหรือนานกว่านั้นด้วยความมั่นใจและเกิดประสบการณ์ที่ประทับใจในการเลี้ยงลูกด้วยนมแม่

เอกสารอ้างอิง

  1. The American of Obstetricians and Gynecologist, American Academy of Pediatrics. Breastfeeding handbook for physician. 2nd edition. 2014.