ประจำเดือนคืออะไร?

 ประจำเดือนคืออะไร?

                

          เมื่อเด็กสาวอายุ  12 – 14  ปี  จะเริ่มมีประจำเดือน  มาดูกลไกการเกิดของประจำเดือนและเข้าใจว่าประจำเดือนนั้นคืออะไร   เริ่มต้นด้วยแต่ละรอบเดือนรังไข่จะผลิตไข่มีการเจริญเติบโต  และเกิดการตกไข่ครั้งละ  1  ฟอง  ซึ่งจะเดินทางผ่านท่อนำไข่เข้าไปสู่โพรงมดลูก  ขณะที่ไข่กำลังเดินทางอยู่ในท่อนำไข่นั้น  มดลูกจะเริ่มสร้างเยื่อบุโพรงมดลูกหนาขึ้นและมีเส้นเลือดมาหล่อเลี้ยง  เพื่อเตรียมพร้อมสำหรับการฝังตัวของไข่ที่ได้รับการผสม  เพื่อหล่อเลี้ยงและให้อาหารแก่ทารก  แต่ส่วนใหญ่เมื่อไม่มีการร่วมเพศไม่เกิดการปฏิสนธิ  จะไม่มีฮอร์โมนมาหล่อเลี้ยงเยื่อบุโพรงมดลูกนี้ต่อ  เยื่อบุโพรงมดลูกเหล่านี้จึงขาดเลือดตาย    มีเลือดออกและหลุดลอกออกมา  จากนั้นมดลูกก็จะเริ่มขับเอาเนื้อเยื้อไข่ที่ไม่ได้รับการผสมและเลือดที่ค้างอยู่ออกมาทางช่องเล็ก ๆ  ทางปากมดลูกและไหลผ่านช่องคลอดมาที่ปากช่องคลอดเรียก  “เลือดประจำเดือน” หรือ “ระดู” การขับเลือดออกจากร่างกายนี้ปกติจะใช้เวลา  2 – 7  วัน  (ขณะมีการขับเลือดนี้อาจจะมีการปวดท้องน้อยได้จากมดลูกบีบตัว)  โดยหลังจากนั้นก็จะมีการเริ่มของกลไกเหล่านี้ใหม่  ซึ่งแต่ละรอบจะกินเวลาประมาณ  28 – 30 วัน  โดยจะเป็นเช่นนี้เรื่อยไปจนกระทั่งเข้าสู่วัยหมดประจำเดือนหรือวัยทองในอายุเฉลี่ยประมาณ  50  ปี  ซึ่งเกิดจากรังไข่หยุดสร้างฮอร์โมนเพศหญิงและหยุดการสร้างไข่

คราวนี้มาถึงคำถามที่น่าสนใจ  “เลือดประจำเดือนจะไหลออกมาหมดแค่ไหนนะ  แล้วมันจะไหล  พลั่ก  พลั่ก  ออกมาหรือเปล่าก็ไม่รู้ซี”  คำตอบคือ  ปริมาณของเลือดประจำเดือนมีระดับแตกต่างกันในแต่ละคน  โดยเฉพาะอย่างยิ่งระหว่าง  2  ปีแรกของการมีประจำเดือน  อาจจะมีน้อยแค่  1  ช้อนโต๊ะ  หรือมากถึง  6  ช้อนโต๊ะและในแต่ละครั้งเลือดอาจจะออกมาไม่หมดในทีเดียว   โดยบางคนจะไหลออกมามากในวันสองสามวันแรก  และน้อยลงในวันต่อ ๆ   ไป

                คำถาม  “การปวดท้องขณะมีประจำเดือนเป็นอันตรายไหม  และจะมีวิธีแก้ไขอย่างไร”  คำตอบคือ  เนื่องจากอาการปวดท้องขณะมีประจำเดือนเกิดจากการเกร็งตัวของกล้ามเนื้อมดลูกขับไล่เนื้อเยื่อบุโพรงมดลูกและเลือดที่ค้างอยู่ซึ่งสามารถเกิดขึ้นได้ไม่อันตราย  ความรุนแรงจะไม่เท่ากันในแต่ละคนแต่ส่วนใหญ่จะปวดไม่มาก  ถ้าปวดรุนแรงมากผิดปกติ  ทำงานไม่ได้ควรปรึกษาแพทย์  เพื่อตรวจสอบ  เพราะอาจมีภาวะแทรกซ้อนอื่น ๆ  แอบแฝงอยู่  วิธีการช่วยผ่อนคลายอาการปวดท้องมีหลายวิธี  ได้แก่  การจับ ๆ  นวด ๆ  บริเวณท้อง  การอาบน้ำอุ่น  หรือดื่มอะไรร้อน ๆ  การออกไปเดินเล่น  หรือหันเหความสนใจไปสู่สิ่งอื่น ๆ  สุดท้ายการกินยาแก้ปวดพาราเซตามอลก็สามารถช่วยได้

                การมีประจำเดือนครั้งแรกของเด็กสาว  บางทีอาจทำให้ความรู้สึกภูมิใจ  แต่บางทีก็อาจทำให้รู้สึกอับอายได้ดังตัวอย่างต่อไปนี้

                “เมื่อหนูมีประจำเดือนครั้งแรกหนูร้องไห้ตกใจมาก แม่ไปโพทนากับพี่ชาย คุณพ่อ และเพื่อนบ้านหมดเลย แม้กระทั่งเดี๋ยวนี้หนูยังรู้สึกอับอายทุครั้งที่หนูมีประจำเดือน

                “ที่บ้านของหนู วันนี้ได้จัดอาหารค่ำเป็นพิเศษ เพื่อเลี้ยงฉลองเนื่องในวันแรกที่หนูเริ่มมีประจำเดือน หนูรู้สึกอบอุ่นและภูมิใจที่จะได้เป็นสาว และทุกคนในบ้านก็รับรู้ถึงสิ่งนั้นและแสดงการต้อนรับอย่างอบอุ่นกับความเป็นสาวของหนู

                ในช่วงเดือนแรก ๆ  หลังจากมีประจำเดือน  ร่างกายจะใช้เวลาหลายปีในการปรับตัวรับการเปลี่ยนแปลง  จนกระทั่งเกิดเป็นวงจรสม่ำเสมอ  จนเรารู้สึกคุ้นเคยกับมันโดยไม่รู้ตัว  ในปีแรกรอบเดือนอาจขาดหายไปบางเดือน  หรือมาผิดปกติเดือนละสองครั้ง  แต่เมื่อวงจรเริ่มเข้าที่เป็นปกติ  รอบเดือนจะมาสม่ำเสมอ  ราวทุก  28  วัน  แต่เป็นเพียงการประมาณคร่าว ๆ  ไม่ใช่ทุกคนจะเป็นเช่นนั้น  วิธีที่ดีวิธีหนึ่งของการสังเกตรอบเดือนคือ  การทำเครื่องหมายลงบนปฏิทินในวันที่มีประจำเดือนมาในครั้งหนึ่ง ๆ  จนกระทั่งถึงวันที่มีประจำเดือนครั้งต่อไป  การทำเช่นนี้จะทำให้รู้ว่ารอบเดือนของคุณนั้นกินเวลากี่วัน  ถ้าประจำเดือนของคุณไม่เคยมาเป็นปกติเลย  ควรรับการปรึกษาจากสูตินรีแพทย์

                “ผ้าอนามัย” ปัจจุบันเป็นสิ่งจำเป็นที่ใช้ในระหว่างมีประจำเดือน ผลิตภัณฑ์ผ้าอนามัยมีหลายชนิดให้เลือก จนบางครั้งทำให้รู้สึกลำบากใจในการเลือก มารู้จักชนิดของผ้าอนามัยกันก่อน

  1. ผ้าอนามัยแบบแผ่น  จะมีชนิดที่มีสายคาด  และชนิดที่มีแถบกาวเหนียวใช้ติดกับกางเกงในได้เลย
  2. ผ้าอนามัยแบบสอด  จะมีลักษณะเป็นสำลีอัดแผ่นเหมือนไส้กรอก  ปลายข้างหนึ่งของผ้าอนามัยจะมีเชือกผูกติดอยู่  วิธีใช้สอดผ้าอนามัยด้านตรงข้ามกับเชือกไปในช่องคลอด  โดยค่อย ๆ  คันเข้าไปจนหมดแท่ง  เหลือปลายเชือกห้อยยาวออกมาอยู่ที่ปากช่องคลอด  เมื่อต้องการเปลี่ยนอันใหม่ก็ดึงเชือกค่อย ๆ  ช้า ๆ  ผ้าอนามัยก็จะหลุดออกมา

การเลือกผ้าอนามัยไม่ว่าจะเป็นแบบแผ่นหรือแบบสอด  แนะนำให้เริ่มใช้ขนาดเล็กก่อน  เนื่องจากเมื่อเริ่มใช่ใหม่ ๆ  คุณอาจรู้สึกไม่มั่นใจ  เกรงว่าจะปรากฏร่องรอยออกมาและเห็นออกมาภายนอกและอาจรู้สึกเทอะทะ  รำคาญ  จากนั้นจึงปรับขนาดตามความเหมาะสมกับร่างกายเรา  สำหรับผ้าอนามัยแบบสอด  มักมีปัญหาในการสอดใส่  เนื่องจากความไม่คุ่นเคย  กับปากช่องคลอด  ซึ่งเป็นช่องที่จะใส่ผ้าอนามัยแบบสอดเข้าไป  แม้จะอ่านคำแนะนำและวิธีใช้จากข้างกล่อง  นอกจากนี้  บางคนยังกลัวว่า  ผ้าอนามัยแบบสอดจะหลุดเข้าไปในมดลูก  ซึ่งมันเป็นไปไม่ได้  เพราะปากมดลูกนั้นเล็กเกินกว่าผ้าอนามัยจะผ่านเข้าไปได้  ความนิยมของผ้าอนามัยแบบสอดจึงน้อยกว่า  “อย่างไรก็ตามการเลือกใช้ผ้าอนามัยชนิดไหนขึ้นอยู่กับความสะดวกใจของผู้ใช้แต่ละคนนั่นเอง

 

บทความโดย รศ.นายแพทย์ภาวิน พัวพรพงษ์